DM-0304 | ธรรมะประจำวัน 2023-05-08

 “…ที่อาตมานำมาชี้แจง หรือนำมาแนะแนว


**วิธีปฏิบัติให้นี้ อันนี้-แบบนี้ปฏิบัติง่าย ๆ


ปฏิบัติแบบพระพุทธเจ้าจริง ๆ**


เรื่องนี้ เมื่อพูดถึงการปฏิบัติของพระพุทธเจ้าจริง ๆ


คนอื่นนั้นทำพุท-โธ หรืออรหัง พอง-ยุบ


นับ ๑-๒-๓ นั้นถูกไหม เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าไหม ?


อันนั้นไม่ต้องไปสนใจมัน


ใครจะพูดอย่างไรก็ตาม ไม่ต้องไปสนใจมัน


เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าก็ตาม


ไม่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าก็ตาม


แต่อาตมาไม่ได้เอามาพูดเรื่องนั้น


เพราะเราทุกคนต้องการความจริง


**อะไรก็ตาม ถ้าหากว่ามันทำลายความหลงผิดได้


อันนั้นแหละถูกต้อง


ที่อาตมาพูดนี้ อาตมารับรองได้-รับรองได้จริง ๆ


ทำไมว่ารับรองได้ ?


เพราะอาตมา แต่ก่อนก็เคยโกรธเหมือนกัน


เมื่ออาตมาทำอย่างนี้ อาตมา-ความโกรธมันไม่ได้มี


เพราะอาตมาเห็นความโกรธไม่มี**


อย่างที่ญาติโยมและท่านทั้งหลายนั่งฟังอาตมาพูดนี้


ในขณะนี้อาตมาเข้าใจว่า **ทุกคนไม่มีโกรธใช่ไหมเดี๋ยวนี้


ในขณะนี้ไม่มีโกรธใช่ไหม ?**


*เมื่อไม่มีความโกรธ เราจะไปหาความโกรธทำไม ?


เพราะโกรธมันไม่ได้มีอยู่แล้วนี่


บัดนี้อาจารย์ทั่วไป สอนให้เราไปละความโกรธ


แล้วไปหาความโกรธ มันไปหาของไม่มี-มันก็ไม่เห็น


เมื่อมันไม่เห็น เราก็ไปว่า


‘ทำบุญ-ให้ทาน-รักษาศีลไปก่อน ให้เป็นอุปนิสัย


เป็นปัจจัยต่อหลังจากการตายแล้ว’


อันนั้นแปลว่าคนไม่รู้จริง คนคาดคิด-ดลเดาเอาเอง


แต่พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนอย่างนั้น*


*อดีตที่ผ่านไปแล้ว มันจะทำอะไรให้เราไม่ได้*


**มันจะทำให้เราได้ตั้งแต่ขณะนี้ ในปัจจุบันนี้เอง


พระพุทธเจ้าจึงสอนเรื่องปัจจุบันเท่านั้น**


*เรื่องอดีต-อนาคตนั้น มันไม่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า


แต่เราไปเข้าใจว่าเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า


ใครพูดอยู่ที่ไหน ก็หาว่า‘พระพุทธเจ้าแสดง


สอนอย่างนั้น-อย่างนี้’ อันนั้นเป็นการเราคาดคิดเอา


เราไม่เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง*


**ที่อาตมาพูดนี้ อาตมารับรอง


รับรองคำสอนของพระพุทธเจ้า


และรับรองวิธีที่อาตมาพูดนี้ รับรองจริง ๆ


ถ้าพวกท่านทำจริง ๆ แล้ว


ทำให้มันติดต่อกันเหมือนลูกโซ่


หรือเหมือนนาฬิกาที่มันหมุนอยู่ตลอดเวลา


แต่ไม่ใช่ว่าทำอย่างนี้ให้มันเหมือนลูกโซ่


หมุนอยู่เหมือนกับนาฬิกานี่


ไม่ให้ไปทำการ-ทำงานอื่นใดทั้งหมด


ให้ทำความรู้สึก**


ทำจังหวะ-เดินจงกรมอยู่อย่างนี้ตลอดเวลาหรือ ?


ไม่ใช่อย่างนั้น


**คำว่า‘ให้ทำอยู่ตลอดเวลา’นั้น


เราทำความรู้สึก(กับการ)ซักผ้า-ซักเสื้อ ถูบ้าน-กวาดบ้าน


ล้างถ้วย-ล้างจาน เขียนหนังสือ หรือซื้อ-ขายก็ได้


เพียงเรามีความรู้สึกเท่านั้นเอง


แต่ความรู้สึกอันนี้แหละ มันจะสะสมเอาไว้ทีละเล็ก-ทีละน้อย


เหมือนกับเราที่มีขันหรือมีโอ่งน้ำ


หรือมีอะไรก็ตามที่มันดี ที่รับรับมันดี


ฝนตกลงมา ตกทีละนิด-ทีละนิด


เม็ดฝนเม็ดน้อย ๆ ตกลงนาน ๆ


แต่มันเก็บได้ดี น้ำก็เลยเต็มโอ่ง-เต็มขันขึ้นมา**


อันนี้ก็เหมือนกัน **เราทำความรู้สึก


ยกเท้าไป-ยกเท้ามา ยกมือไป-ยกมือมา


เรานอน…กำมือ-เหยียดมือ ทำอยู่อย่างนั้น


หลับแล้วก็แล้วไป เมื่อนอนตื่นขึ้นมา-เราก็ทำไป


หลับแล้ว-ก็แล้วไป ท่านสอนอย่างนี้


เรียกว่า‘ทำบ่อย ๆ’ อันนี้เรียกว่า‘เป็นการเจริญสติ’**”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive