DM-0299 | ธรรมะประจำวัน 2023-05-03

 “…คำว่า‘อาการเกิดดับ’นี้


ทีแรกเราอาจเข้าใจว่า


พลิกมือขึ้น-คว่ำมือลง เป็นเกิด-เป็นดับ


อันนี้เป็นอาการเกิด-ดับของสมมติ


ไม่ใช่เป็นอาการเกิดดับในปรมัตถ์ชั้นสูง


จึงว่า‘มันมีเปลือก-มีกระพี้-มีแก่น-มีแกน’


มันต้องไปตามลำดับของมัน


ต่อจากนั้น เราก็ไปเข้าใจว่า


กะพริบตา เป็นเกิด-เป็นดับ


เหลียวซ้าย-แลขวา เป็นเกิด-เป็นดับ


จิตใจมันนึก-มันคิด เป็นเกิด-เป็นดับ


มันจะเข้าใจเป็นลำดับมาอย่างนี้


แต่เหล่านี้ก็ยังไม่ใช่เป็นการเข้าใจอาการเกิดดับอันนั้น


ซึ่งเป็นอาการเกิดดับ-อันที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนเอาไว้ว่า


**‘คนเกิดมาร้อยวันพันปีก็ตาม


ถ้าหากยังไม่รู้-ไม่เห็นอาการเกิดดับอันนั้น


การเกิดของผู้นั้น หรือชีวิตของผู้นั้นเป็นหมัน


หรือบวชเป็นพระสงฆ์องค์เจ้าก็เช่นกัน


ถึงจะบวชมา ๑๐๐ พรรษา แต่ไม่รู้อาการเกิดดับอันนั้น


การบวชของบุคคลนั้นก็เป็นโมฆะ’**


ดังนั้น **พวกเราที่มาปฏิบัติธรรมนี้ต้องตั้งใจ


เวลามันหมดไป-หมดไป**


วันนี้ก็เป็นครั้งสุดท้ายของพรรษาแล้ว


ก็จะแนะแนววิธีปฏิบัติให้พวกเราเอาไปใช้ได้


เพราะหลังออกพรรษาแล้ว


ก็จะได้แยกย้ายกันไปทำงานการตามหน้าที่ของเรา


*หากเราไม่รู้จริงแล้ว


เมื่อมีคนนั้น-คนนี้พูดขึ้นมาให้เราฟัง เราก็จะงง


ไปเชื่อคนนั้น-คนนี้ เพราะพึ่งตัวเองไม่ได้


เดี๋ยวก็จะไปวิ่งหาตำรา


เปรียบเทียบว่าคนนั้นพูดอย่างนั้นดี คนนี้พูดอย่างนั้นดี


ดีอยู่แต่คนอื่น ส่วนตัวเราไม่มีดี*


‘คนอื่นดี’กับ‘เราดี’…อันไหนจะดี ?


คนอื่นดี ก็คนอื่นดี


เราดี-มันก็ต้องดีกับเรา ซึ่งต้องดีกว่าคนอื่นดีสิ


สมมติ‘เรามีเงิน’ กับ‘คนอื่นมีเงิน’…อันไหนจะดี ?


ถ้าคนอื่นมีเงิน แต่เราไม่มีเงิน


เราต้องการเงิน เราก็ต้องไปยืมเขา


แน่ะ ! ถ้าเรามีเงิน ก็ไม่ต้องไปยืมใครเลย


และจะให้คนอื่น เราก็ให้ได้ทันทีเลย


**ความรู้อันนี้ก็เช่นเดียวกัน มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำรับ-ตำรา


มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการนึกคิด แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำ


ให้มันเป็นเอง ให้ตัวมันเองปรากฏขึ้นมาเอง**


อาการเกิดดับอันนี้


ไม่เหมือนกับอาการเกิด-ดับ อย่างที่หลายคนเคยได้ยินมาว่า


‘ตาเห็น เป็นเกิด-เป็นดับ


ใจนึกคิด เป็นอาการเกิด-ดับ’


อันนั้นก็จริง แต่มันไม่ใช่อาการเกิดดับอย่างหลวงพ่อพูดถึงนี้


**อาการเกิดดับตัวนี้ มันเป็นครั้งสุดท้าย


เมื่อคนใดรู้สภาพภาวะอาการเกิดดับอันนี้


มันเหมือนกับที่ผมเคยพูดเปรียบเทียบให้ฟังว่า


‘เราผูกเชือกไนล่อนกับเสา ๒ ต้นไว้ให้ตึง (แล้ว)ตัดตรงกลาง


มันจะกระดอนกลับไปสู่เสาทั้ง ๒ ทันทีเลย


เมื่อดึงมาหากันอีก มันไม่ถึง


เรียกว่า‘มันเกิดแล้วดับไป-ดับสูญไป’


ดับสูญ (ก็)ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรเลย


แต่หมายความว่า สิ่งนั้นจะไม่มี


นี้แหละคืออาการเกิดดับ** …”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive