“…ก่อนรู้จักตัวนี้
มันต้องญาณทั้ง ๔ มารวมตัวกันเสียก่อน
จึงเข้าถึงสภาวะอาการเกิดดับ
จุดนั้นจึงจะปรากฏขึ้นมาได้
หลวงพ่อเว้าอย่างนี้แล้ว รู้จักแล้ว-รู้จักโลด
อย่างเว้าให้ฟังนี่ **ต้องปฏิบัติ**
คือว่า จำเอาไปปฏิบัติโลด
นี่พระพุทธเจ้าเว้าความจริงให้ฟัง
อย่างที่ว่า‘ได้ดวงตาเห็นธรรม’
บ่แม่นตาอันนี้เห็น (แต่)ใจเห็น
บ่แม่นตาเนื้อนี้เห็น ตาเนื้ออันนี้(จะ)มองเห็นอันใด ?
มองเห็นก็แต่เณร-แต่พระ แต่ศาลา-ต้นไม้นี่
**ใจมันสามารถเห็น**
หลวงพ่อเว้าอย่างนี้ **‘เมื่อเจริญสติปัฏฐาน ๔
พลิกมือขึ้น-คว่ำมือลง เอามือไป-เอามือมา
เดินหน้า-ถอยหลัง เอียงซ้าย-เอียงขวา ก้ม-เงย
พริบตา อ้าปาก กลืนน้ำลายเข้าไปในลงคอ
ให้มีสติรู้เท่า-รู้ทัน รู้กัน-รู้แก้
อันนี้เป็นวิธีเจริญสติปัฏฐาน ๔ แบบลัด ๆ’**
มันตรงกับตำรา หรือบ่ตรงก็ตาม…ช่าง
หรือมีในตำราที่เณรเรียนในหลักสูตรนักธรรมชั้นตรี
ธรรมที่มีอุปการะมาก ๒ อย่าง
๑. สติ-ความระลึกได้ พลิกมือขึ้นก็ระลึกได้
๒. สัมปชัญญะ-ความรู้ตัว ก็รู้ตัวอยู่นี่
ก็มันบ่มี บ่เอามาสอนกัน
**พริบตาอยู่นี่ รู้ตัวอยู่นี่นะ
หายใจอยู่นี่นะ รู้ตัวอยู่นี่นะ
อันนี่แหละสติปัฏฐาน ๔ ใกล้ ๆ**
*แต่ไปสอน(กัน)ไกล ๆ ก็เลยบ่รู้จัก*
คนที่สอนนะ สอนตามตำรับ-ตำราซือ ๆ นี่นะ
ถ้าหากหลวงพ่อสอนนักธรรมตรี
หลวงพ่อรับรองว่า บ่ให้มันออกไปนอกตัว
หลวงพ่อซิเอาใกล้ ๆ ให้คนรู้อยู่นี่
อันนี้สอนไปตามตำรา
มันซิได้ดวงตาเห็นธรรมจักเทื่อหรือ ?
ครันสอน แล้วต้องให้ไปนั่งหลับตาเสียก่อน
พุท-โธ พุท-โธ พองหนอ-หยุบหนอ
ไปสอนอยู่พู้นนะ บ่ได้มาสอนในคัมภีร์จริง ๆ นี่
ลองมาสอนในคัมภีร์จริง ๆ ลองดู
ก็คนโง่ทุกคน(ก็)มีจิต-มีใจทุกคน
เว้าทุกมื้อก็ได้ยิน ๒ เทื่อก็ได้ยิน
เณรเรียนนักธรรมตรี เว้าทุกมื้อก็พอซิเข้าใจ
ก็มันกรอกหูอยู่ซู่มื้อ
นักธรรมโทคือกัน กรอกหูอยู่ทุกมื้อ-มันก็คุ้นหู
เพิ่นว่า‘ครันคนไปฟังธรรมะจากพระพุทธเจ้า
ได้ดวงตาเห็นธรรม’
เราก็เว้าความจริงให้ฟัง
เพิ่นแสดงธรรมแต่ละเทื่อนี่นะ
มีคนไปฟังธรรมะจากพระพุทธเจ้า
เป็นร้อย-เป็นพัน เป็นหมื่น-เป็นแสน
ได้ดวงตาเห็นธรรม(กัน)หมด
*เดี๋ยวนี้เราไปฟังเทศน์-ฟังธรรม บุญพระเวท-ทำทุกปี
แล้วเฮ็ดบุญบ้านทุกปี ทอดกฐินทุกปี ทอดผ้าป่าทุกปี
ไปแล้ว ไปฟังเทศน์คือกัน-คือกัน
แต่มันเซาบ่ ?
ความโกรธ-ความโลภ-ความหลง-ความหิวมันเซาบ่ ?*
ครันมันบ่เซา-ยังเป็นเปรตอยู่เลย ซิวาอย่างใด ?
ฟังเทศน์(แล้ว)-ยังหิว ก็ยังเป็นเปรตบ่เซาแล้ว
บัดนี้เราฟังเทศน์(แล้ว) ยังบ่มีความละอาย
ก็เป็นสัตว์เดรัจฉานอยู่แล้ว
อันเราบ่เซาความโกรธอยู่ ก็ยังเป็นสัตว์นรกอยู่แล้ว
อันเราบ่เข้าใจคำสอน(ของพระพุทธเจ้า)
เราก็ยังเป็นอสุรกายอยู่แล้ว
มันเป็นอย่างนั้น
**เรียนหนังสือก็ต้องเรียน แล้ว(ก็)ต้องตั้งใจปฏิบัติ
การปฏิบัติเพื่อเอาไปเป็นเครื่องมือ
(ถ้า)เราสึกไป ก็ไปเฮ็ดไร่เฮ็ดนาสบาย
(ไปทำ)การซื้อ-การขายก็สบาย
เราซิบ่ได้โง่ คือฉลาด**
มีน้อยก็ใช้น้อย มีมากก็ใช้มาก…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ