DM-0296 | ธรรมะประจำวัน 2023-04-30

 “…ที่อาตมานำมาเล่าให้ฟัง


อันนี้จำได้-อันนี้รู้จำ


เมื่อเรารู้จำแล้ว ต้องพิจารณา


รู้จัก รู้จักแล้ว-ก็ใช้สติปัญญาพิจารณา


**ทำให้สติตื่นตัวอยู่เสมอ เป็นการรู้แจ้ง-เป็นการรู้จริง


คำว่า‘รู้แจ้ง-รู้จริง’นี้ หมายถึงรู้อยู่ทุกขณะ-ทุกเวลา**


อันนี้รู้แจ้ง-รู้จริง อย่างไรก็ตาม-จำเป็น(ต้อง)รู้จำก่อน


บัดนี้เมื่อเรานั่งนาน ๆ มันเจ็บแข้ง-เจ็บขา


เจ็บหลัง-เจ็บเอว เราก็ต้องเดิน


เดินไป-เดินมา ก้าวเท้าไป-ก้าวเท้ามา


ทำความรู้สึก


แต่ไม่ได้(ต้อง)พูดว่า ‘ซ้ายย่างหนอ-ขวาย่างหนอ’


ไม่ต้องพูด *เพียงเอาความรู้สึกเท่านั้น


อันความรู้สึกนั้นแหละ เป็นการเจริญสติ*


คำว่า‘สติ-ความระลึกได้’


อันความระลึกได้-กับความรู้สึกนั้น เป็นอันเดียวกัน


บัดนี้**เมื่อเราทำบ่อย ๆ ความคุ้นเคยมันบ่อย ๆ


เมื่อมันคิดวูบขึ้นมา เราจะรู้สึก


อันความรู้สึกนั้น ท่านเรียกว่า‘มีสติ’


มันรู้สภาพ หรือสภาวะของความคิด


ดังนั้น การเดินจงกรม-ก็เป็นการเจริญสติ


เป็นการระลึกได้จริง ๆ


อันนี้ไม่จำกัด ไม่กำหนดกฎเกณฑ์


จะเป็นคนหนุ่ม-คนสาว เป็นคนเฒ่า-คนแก่ กลางคน


ก็ทำได้ เพราะเรา(ทุกคน)ไม่ต้องการความทุกข์


เมื่อเราทำอย่างนี้ ความทุกข์มันหายไปเอง**


สมมติเหมือนกันกับที่เราอยู่ที่มืด เราไม่ต้องการความมืด


แต่เราไม่รู้จักวิธีที่จะไล่ความมืดได้


เราเพียงมีไม้ขีดไฟหรือเทียนขึ้นมาก็ตาม


จุดไม้ขีดไฟไป ความมืดมันหายไปเอง


อันนี้ก็เหมือนกัน แต่**เราทำความรู้สึกอยู่อย่างนี้


เมื่อเราทำความรู้สึกอยู่อย่างนี้


ความโกรธ-ความโลภ-ความหลง มันก็ไม่ได้มีอยู่แล้ว**


*ที่มันโกรธ-มันโลภขึ้นภายในจิตใจนั้น


เรียกว่า‘เราไม่ตื่นตัว’ คือเราไม่เห็น-ไม่เข้าใจนั่นเอง*…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive