DM-0294 | ธรรมะประจำวัน 2023-04-28

 “…เจ้าชายสิทธัตถะ เมื่อ(ยัง)อยู่ในวัง


พาบริวารไปชมสวนดอกไม้ ไปเห็นสมณะ


การบวช(จึง)มีมาก่อนพระพุทธเจ้า ไม่ใช่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า


อย่างหลวงพ่อนี่ เป็นเพียงสมมติเท่านั้นเอง


บวชแล้วก็สึก-สึกแล้วก็บวช-บวชแล้วก็สึก


‘เป็นเพียงสมมติบัญญัติ’ ท่านว่าอย่างนั้น


ให้หนูเข้าใจ-จำเอาไว้ แต่อย่าไปทำลายสมมติ


พอพระองค์บวชเข้าไป ก็ไปศึกษากับอาฬารดาบส-อุทกดาบส ๒ อาจารย์นั้น


จนได้สมาบัติ ๘ นั่นเรียกว่า‘สมถกัมมัฏฐาน’


เป็นคำสอนของพราหมณ์ ไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า


สมัยนั้นยังไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้า ก็ยังเป็นพราหมณ์


‘พราหมณ์’ แปลว่าคนฉลาดนั่นเอง


เรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ ดำดิน-บินบน มีตาทิพย์-มีหูทิพย์ก็ตาม


เหล่านั้นไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า มันเป็นคำสอนของไสยศาสตร์


บางทีก็เรียกว่า‘คำสอนของเดียรถีย์’ หรือว่า‘เดรัจฉานวิชา’


เราไม่น่าจะศึกษาอย่างนั้น


**ถ้าหากเราเป็นชาวพุทธ เป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้าจริง ๆ แล้ว


เราต้องศึกษาธรรมะที่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า


นำมาเป็นคู่กับชีวิตของเรา มันจึงจะแก้ปัญหา-แก้ทุกข์ได้**


ทีแรกหลวงพ่อก็ไม่รู้ หลวงพ่อนึกว่ามีพระ-เท่ากับมีศาสนา


มีวัด-เท่ากับมีศาสนา มีพระพุทธรูป-เท่ากับมีศาสนา


แต่ก่อนหลวงพ่อเข้าใจอย่างนั้น


*‘ศาสนา’ แปลว่าคำสอนของท่านผู้รู้


ใครรู้เรื่องอะไร ก็นำเรื่องนั้นมาสอน*


บางคนก็ไหว้ผี บางคนก็ดูฤกษ์งาม-ยามดี


บางคนก็อ้อนวอน-บวงสรวงเทวดา มันเป็นอย่างนั้น


บางคนก็ไหว้นางธรณี แต่ไม่รู้จักนางธรณี


นางธรณีก็คือดินนั่นเอง บ้านหลวงพ่อก็มี


บางคนเอาดินไปไว้บนบ้าน-ไหว้ดิน เพราะไม่รู้จักทิศทาง


ก็จำเป็นต้องทำไปตามที่ถูกสอน


ดังนั้น‘ศาสนา’จึงแปลว่าคำสั่งสอนของท่านผู้รู้ ไม่ใช่พุทธศาสนา


อันวัดวาอารามนั้นดีแล้ว


*สำหรับคนที่ยังไม่รู้ ไปเห็นสีเหลืองก็ยังสบายใจ


ยกมือไหว้ก็สบายใจ สบายใจเพียงชั่วครั้ง-ชั่วคราวเท่านั้น


มันไม่เป็นแก่นแน่นหนา ไม่ถาวร-ไม่มั่นคง*


ต่อมาเรารู้จักพุทธศาสนา **‘พุทธศาสนา’คือตัวคน


ตัวสติ-ตัวสมาธิ-ตัวปัญญามารู้ชีวิตจิตใจของเรานั่นเอง


เรียกว่า‘พุทธศาสนา’


ศาสนาคือตัวเรานี่แหละ คือทุกคนเป็นตัวศาสนา


สอน…ก็สอนเข้าตาให้เห็น สอนเข้าหูให้ฟัง-ฟังแล้วก็ต้องปฏิบัติ**


*เมื่อเราฟังแล้ว-แต่ยังไม่ได้เอาไปปฏิบัติ มันก็ให้ผลน้อย*


ฉะนั้นให้หนูทุกคนรู้จักสมมติบัญญัติ


รู้จักปรมัตถบัญญัติ-รู้จักอรรถบัญญัติ-รู้จักอริยบัญญัติ


คำว่า‘สมมติบัญญัติ’นั้น ก็เพียงสมมติตามโวหารชาวโลกพูดขึ้นมา


ให้คนละชั่ว-ทำดี เรียกว่า‘สมมติบัญญัติ’


‘ปรมัตถบัญญัติ’ หมายถึงของจริง


การละชั่ว-ทำดี อันนั้นก็เรียกว่า‘ทำดี’-ยังไม่จัดเป็นพุทธศาสนา


‘อรรถบัญญัติ’ คือจิตใจมองไม่เห็น


คนมันมีชีวิตจิตใจ มันคิดขึ้นมา-มองไม่เห็น


คนใดเห็นจิตใจตัวเองนึกคิด หักห้ามได้


เรียกว่าเป็นอรรถบัญญัติ ลึกยากที่บุคคลจะรู้ได้


**ผู้รู้จิตใจรู้คิด-เห็นชีวิตตัวเอง เรียกว่า‘เป็นอริยบุคคล’**


หนูก็เป็นอริยบุคคลได้


ถ้าเป็นพระสงฆ์ ก็เรียกว่า‘พระอริยสงฆ์’


ถ้าเป็นฆราวาส-ญาติโยม ก็เป็น**อริยบุคคล-ยกมือไหว้ตัวเองได้


เพราะตัวเองเห็นตัวเอง คือรู้ธรรม-เห็นธรรม**


หนูผู้ศึกษาเล่าเรียนมามาก คงจะเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่า


‘พระวักกลิเมื่ออยู่กับพระพุทธเจ้า พระวักกลิมองแต่พระพุทธเจ้า


พระพุทธเจ้าก็เลยดุว่าพระวักกลิ พระวักกลิน้อยใจ


จะไปกระโดดเหวตาย เพราะมีความทุกข์’


*ความทุกข์นี่สำคัญนะ


แม้อยู่ใกล้พระพุทธเจ้า-ก็ยังมีความทุกข์ ถ้าหากไม่รู้ธรรมะ*


‘พระวักกลิจะไปกระโดดเหวตาย พระพุทธเจ้าได้ไปห้ามไว้


และตรัสว่าพระวักกลิ-เธอเข้าใจพระพุทธเจ้าไหม


พระวักกลิตอบว่าเข้าใจ


พระพุทธเจ้าชี้มือที่พระองค์เอง บอกว่านี่ไม่ใช่พระพุทธเจ้า


เราตถาคตตายได้หรือไม่ ถ้าตายได้-ก็ไม่ใช่พระพุทธเจ้า


พระวักกลิเกิดมีความสงสัยขึ้นมาทันที


พระองค์ถามต่อไปว่า เธออยากเห็นพระพุทธเจ้าไหม


พระวักกลิตอบว่าอยากเห็น


พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา


ผู้ใดไม่เห็นธรรม ผู้นั้นไม่เห็นเรา


แม้จะจับนิ้วมือ-นิ้วเท้าของเราอยู่ ก็ไม่เห็นเรา-เพราะไม่เห็นธรรม’


**ถ้าหนูเห็นธรรม ก็ต้องเห็นตัวหนูเองกำลังทำ-กำลังพูด-กำลังคิด**


พระพุทธเจ้าในประเทศอินเดียนั้น เป็นปุคคลาธิษฐาน-เป็นเพียงสมมติขึ้นมา


พวกหนู ๆ ทุกคนที่เป็นนักศึกษา


กำลังศึกษาเพื่อจะป้องกันโรคระบาด โรคทางเนื้อหนัง-หนูคงจะรู้ดี


แต่โรคทางจิตใจนี่ บางทีหนูเองอาจจะเป็นโรคก็ได้


**การศึกษาพุทธศาสนานั้น ต้องศึกษาถึงจิตใจ


ป้องกันอย่าให้จิตใจมันเป็นโรคขึ้นมา


โรคอะไร ? โรคโลภะ-โรคโทสะ-โรคโมหะ


โรคตัณหา-โรคอุปาทาน-โรคจน รวมเรียกว่าโรคกิเลส-หรือโรคทุกข์


เป็นโรคก็เดือดร้อน มีความทุกข์ก็เดือดร้อน จนก็เดือดร้อน


จนอะไร ? จนปัญญา


ทุกข์อะไร ? ทุกข์เพราะไม่รู้


วิธีรักษา-ป้องกันโรคทางจิตใจนี่ พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive