DM-0287 | ธรรมะประจำวัน 2023-04-20

 “…(เมื่ออาการเกิดดับปรากฏ) คนก็เลยมาติดเอาวิปลาสที่ตรงนี้แหละ


มันมีความภูมิใจ-พอใจ ไม่มีทุกข์-ไม่มีความสับสน


ไม่มีความเดือดร้อน นี่-มันเป็นอย่างนั้น


ก็เลยภูมิใจอยู่ประมาณสัก


ไม่นานนะ-ไม่ถึง ๕ นาที หรือประมาณสัก ๒-๓ นาทีนี่ล่ะ


ภูมิใจ เดินกลับไป-กลับมานี่


เหมือนกับเราสูงพ้นจากพื้นดินไปประมาณสักเมตร- ๒ เมตรนู่น


มันเบา เดินไปคล้าย ๆ กับมีคนรับ-มารองไปอย่างนั้นล่ะ


อย่างที่เราเคยพูดกันว่า‘พระพุทธเจ้าทรงดำเนินไปนั้น


มีดอกบัวมารับเอาทุกก้าว-ทุกก้าว-ทุกก้าว’ มันเป็นอย่างนั้น


ก็เลยรู้-เห็นพระพุทธเจ้าทันทีเลย


แต่ไม่ใช่เห็นพระพุทธเจ้าที่ในประเทศอินเดียนะ


อย่างที่พูดว่า‘พระพุทธเจ้าตัดผมครั้งเดียว’ก็เหมือนกัน


อืม-มันไม่ใช่ว่าตัดผมบนหัว-บนศีรษะ


ผม(ของ)ผมยาว-ตอนนั้น ผมก็เอานิ้วมือพันเส้นผม


แล้วก็ดึงออกมา-มาดูรากผม มันมีขาว ๆ ๓ จุด


เอ้า-บัดนี้เอาไปเพาะได้ไหม ผมอันนี้เอาไปปลูกอีกได้ไหม-ว่างั้น


มันไม่ได้ เอาเข้ารูเดิมคืน-มันก็ไม่ได้


จนเหมือนกับเกลียวนอต อย่างที่เคยพูดให้ฟัง


ซึ่งก็หมายความว่า *ถ้าเราหมุนเข้า-มันก็มีแต่ขันแน่นเสมอไป*


**บัดนี้เมื่อเรามาคลายเกลียวมันออก คลายออก-คลายออก


มันก็หลุดออกไปจากกันทั้งหมดเลย** ก็เลยมาเข้าใจที่ตรงนี้แหละ


เมื่อไปเข้าใจที่ตรงนี้แล้ว มันไปเป็นวิปลาสทีเดียว


มันไปติดอันนี้อยู่นิดเดียว


พอดีเลยสำนึกขึ้นมาได้ว่า‘อ้าว-นี่มันจะลืมอารมณ์’


มันไม่ได้ทบทวนอารมณ์ ผมก็เลยมาทวนอารมณ์


ตั้งแต่อารมณ์รูป-นามนี้ ขึ้นไปจนถึงอารมณ์ที่สุด-อาการเกิดดับอันนี้


ก็ทวน ๒-๓ ครั้ง


มันเข้าใจ-มันแนบแน่น-มันซาบซึ้งอยู่ภายในจิตใจ ไม่หลง-ไม่ลืม


จะทำการ-ทำงาน พูด-คิด ไปที่ไหน…ก็เหมือนกัน


มันแนบแน่นอยู่กับสิ่งเหล่านั้น-เพราะสิ่งเหล่านั้นมันเป็นอย่างนั้น รู้ทันที


จึงว่า**‘ทุกคนต้องหนีไม่พ้น’ ถึงจะยังไม่รู้-ไม่เห็นในขณะนี้ก็ตาม


เอ้า-จวนจะหมดลมหายใจนี่ แน่นอนที่สุด**


*ถ้าเราทำผิด มันก็เป็นทุกข์*


**ถ้าเราทำไม่ผิด มันก็ไม่ทุกข์**


เรื่องสวรรค์-นิพพานต่อตายแล้วนั้น อย่าไปรอคอยมัน


ถ้าหากไปรอคอยข้างหน้าแล้ว โอย-ไม่มีทางที่จะรู้เรื่องนี้


**เราต้องทำ ไม่ต้องรอคอยสวรรค์-นิพพานข้างหน้า


เราต้องเอาให้มันได้เดี๋ยวนี้ ให้มันเห็นเดี๋ยวนี้


ให้มันเข้าใจเดี๋ยวนี้ ให้มันเข้าใจเดี๋ยวนี้


แก้ปัญหาตัวเองให้มันได้เดี๋ยวนี้ อย่าให้ทุกข์เกิดขึ้น**


*ถ้าทุกข์เกิดขึ้นแล้วนั่น มีหวัง-ความทุกข์นั่น*


**ถ้าทุกข์ไม่เกิดขึ้นแล้ว ไม่มี-ทุกข์ไม่มี


ก็ในขณะนี้-มันไม่ทุกข์แล้ว มันก็จะไปทุกข์ขณะหน้าอย่างไร**


*นรกก็ตาม-อเวจีก็ตาม คือความทุกข์นั่นแหละ


นรก-ก็เพียงแต่ความเดือดร้อน ส่วนอเวจีนั้น…มันไกลนัก-ไกลมาก*


พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้แต่ละพระองค์นั้นน่ะ


เห็นเหมือนกับแสงฟ้าแลบ-แสงหิ่งห้อยนี่แหละ แว๊บเท่านั้นเอง


ให้เข้าใจอย่างนั้น เพราะมันตกไปไกลแล้วนี่


พูดธรรมะให้ฟัง ก็ไม่เข้าใจ


เมื่อมาเทียบส่วนเอากับคนสมัยนี้นะ พูดธรรมะให้ฟัง-ก็ไม่เข้าใจ


ไม่เข้าใจจริง ๆ เพราะมันไกลจากความจริง


คนจึงเข้าใจธรรมะได้น้อยคน


**ผู้ที่สนใจจริง ๆ อยากรู้-อยากเห็น-อยากเข้าใจจริง ๆ…จึงจะรู้**


*ถ้าหากว่าอยากรู้-แต่ไม่ทำ ไม่รู้*


**มันต้องทำจริง ๆ**


*ถ้าไม่ทำจริง ๆ ก็ไม่รู้-ไม่เห็น-ไม่เป็น-ไม่มีจริง ๆ*


ทุกคนต้องหนีไม่พ้น ทุกคนต้องตายสิ


‘อาการเกิดดับ’นี้ หมายถึงสภาพความตาย


พระพุทธเจ้าตัดผมครั้งเดียว ก็หมายถึงอันนั้น


แต่ไม่ใช่เป็นอันนั้น มันมีเทคนิค-มีกลไก


เราก็เลยเอาไปพูดกันว่า‘พระพุทธเจ้าเข้าฌานตายอย่างนั้น-อย่างนี้


แล้วก็มีพระสาวกเข้าฌานตามดูอย่างนั้น-อย่างนี้’


มันก็เรื่องอันเดียวกันนี้ รู้กัน…ทำอย่างนั้น-ทำอย่างนี้


วิธีเป็นอย่างนั้น-เป็นอย่างนี้ รู้จักกัน


ดังนั้นจึงว่า‘เป็นคน ๆ เดียวกัน’


อย่างที่เขาพูดว่า‘รอยเท้าสัตว์ทั้งปวงรวมลงในรอยเท้าช้าง’


คือรอยเท้าช้างนี่-รอยใหญ่ที่สุด


รอยเท้า-รอยตีนของสัตว์ทุกประเภทนี่ ต้องลงไปรวมในรอยเท้าช้าง


แล้วคนทุกคนนี่ จะเป็นเศรษฐีมั่งมี-ก็ต้องตาย


เป็นคนยากจน-ก็ต้องตาย


เป็นคนไม่ยาก-ไม่จน พอเสมอปานกลางนี้…ก็ต้องตาย


จึงว่า‘ไปรวมอยู่กับความตายทั้งหมด’


เราเคยพูดกันว่า‘ตายเสียก่อนตาย


**ตายให้เป็น-สุขเย็น**


*ถ้าตายไม่เป็น-สุกไหม้’*


แต่ความจริง มันก็สรุปว่า**ตายให้เป็น-คือรู้จักวิธีทำอันนี้


ตายก่อนตาย-ก็ให้รู้จักวิธีทำอันนี้ ไม่ใช่ตายจริง ๆ นะ**


เรื่องกิเลสตัณหานั้นก็เหมือนกัน มันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง


ที่พูดให้ฟังนั้น คนโดยมากมักจะเข้าใจว่าตายจากกิเลส-ตายจากตัณหา


อันนั้นมันเป็นอีกเรื่องหนึ่งนะ


คำว่า**‘ตายเสียก่อนตาย’นั้น มันต้องรู้จักวิธีอันนี้จริง ๆ**


*ถ้าหากไม่รู้จักอันนี้ มันก็เหมือนกันกับการตกจากต้นไม้นี่ล่ะ


ตกลงมา เขาเอาหัวลง-คอหักตายทันทีเลย*


**แต่เรื่องอย่างนี้ นักมวยเขาเก่งนะ


จะตกจากที่ไหนก็ตาม พอดีตกปุ๊ก-เขาจะตีลังกา


หรือจะเรียกว่าอย่างไรนี่ หลวงพ่อไม่รู้นะ


เขาจะเดินไปได้อย่างสบายเลย** นี่มันเป็นอย่างนั้น…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive