DM-0285 | ธรรมะประจำวัน 2023-04-18

 “…**รู้หนังสือก็ปฏิบัติได้ ไม่รู้หนังสือก็ปฏิบัติได้


คนจน-คนรวยปฏิบัติได้ทั้งนั้นครับ อันวิธีที่ผมพูดนี่


จะถือศาสนาใด-ลัทธิใดก็ตาม นุ่งผ้าสีอะไรก็ตาม


รู้จริง ๆ รับรองได้ครับ รับรองจริง ๆ นะ-ที่ผมพูดนี่**


‘ยอมเสียสละทรัพย์’


พ่อแม่ครูบาอาจารย์เล่าให้ฟัง‘เพื่อรักษาอวัยวะ’


‘ยอมเสียสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต


ยอมเสียสละชีวิตเพื่อรักษาสัจธรรม’


อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ **รักษาคำพูด-รักษาวิธีปฏิบัติ


ยอมเสียสละจริง ๆ ครับ


ถ้าทำอย่างนี้-ต้องรู้อย่างนี้ ถ้าไม่ทำอย่างนี้-ไม่รู้**


*แต่ก่อนผมไม่รู้ ผมเคยภาวนาพุท-โธมา


สัมมา-อรหังมา นับ ๑-๒-๓ มา


พอง-ยุบ เรียกว่ายุบหนอ-พองหนอนี้


ผมก็เคยทำมา


อานาปานสติ หายใจเข้าสั้น-ออกยาว


ลมหยาบ-ลมละเอียดนี่ ผมเคยทำมาครับ-แต่ผมไม่รู้*


เพราะมันไม่ถูกกับจริตของผมหรืออย่างไรไม่รู้


คนอื่นนั้นอาจจะทำ(แล้ว)รู้ก็ได้


แต่**ผมมาทำเรื่องนี้ ไม่นานครับ-ไม่นานจริง ๆ


รู้-เห็น-เป็น-มี-เข้าใจ


แก้ปัญหาการขัดแย้งของตัวเองได้จริง ๆ


มีความสามารถยืนหยัดอยู่ในบนพื้นฐานอันนี้ได้จริง ๆ ครับ


ใครจะพูดอย่างไรก็ได้ มันเฉยได้ครับ**


อันนี้แหละที่เราไปสวดกันว่า ‘พุทธัสสะโลกะธัมเมหิ


จิตตัง ยัสสะนะกัมปะติ อะโศกัง วิรัชชัง เขมัง


เอตัมมัง คะละมุตะมัง’ เราว่าสวดเป็นปริตมงคลกัน


อันนั้นมันเป็นคำพูดนะครับ


เมื่อมาคิดถึงการปฏิบัติว่า‘พุทธัสสะโลกะธัมเมหิ จิตตัง


ยัสสะนะ กัมปะติ’ **จิตของผู้ใดตั้งมั่นอย่างดี


ไม่หวั่นไหวต่ออารมณ์ คืออารมณ์ทั้งหลาย


หรือโลกทั้งหลายนี่ อารมณ์ทั้งหลาย-โลกทั้งหลาย


คือมีคำชมบ้าง-มีคำสรรเสริญ มีคำนินทา-มีคำว่าร้าย


เราไม่ต้องหวั่นไหวครับ อันนี้แหละคือจิตใจของพระพุทธเจ้า


แล้วก็มีในคนทุกคน แต่ไม่ใช่จิตใจของพระพุทธเจ้า


จิตใจของเราก็คือกันกับจิตใจของพระพุทธเจ้า**


บัดนี้‘อะโศกัง’ **เป็นจิตไม่เศร้าโศก-เป็นจิตไม่ขุ่นมัว


เป็นจิตไม่เศร้าหมอง มันก็เป็นอย่างนั้น


ถึงจะรู้-ก็เป็นอย่างนั้น ไม่รู้-ก็เป็นอย่างนั้น**


‘วิรัชชัง’ เป็นจิตไร้ธุลี-คือจิตไกลจากธุลีก็ว่าได้


คำว่า‘ไร้ธุลี’นี่


สมมติมาพูดให้พวกเราฟัง-ให้เราเข้าใจ


เราเคยเห็น เราไถนา-เราดำนา-คราดนา


น้ำมันขุ่น เราว่าน้ำมันขุ่น-มันเป็นตมเป็นเลน


แต่น้ำไม่ได้ขุ่นครับ สายตาคนมันมองไม่เห็น


บัดนี้เอาน้ำขุ่นอันนั้นมาใส่ขัน-ใส่ขวด


ใส่ที่ไหนไว้ก็ได้-ตักมาไว้


แล้วตม-เลน-ตะกอน มันไม่ใช่เป็นน้ำครับ


ตมเลนกับน้ำ-มันอยู่ด้วยกัน


บัดนี้นาน ๆ เข้า ตมเลนก็จับเป็นตะกอน-เป็นก้อนเข้า


น้ำก็ใส-ก็สะอาด มันเป็นอย่างนั้น


จึงว่า‘จิตไม่เศร้าโศก-จิตไร้ธุลี จิตไม่หวั่นไหว’


มันเป็นอย่างนั้นครับ น้ำกับตะกอนมันอาศัยอยู่


อันกิเลสเหล่านั้นมันก็อยู่ของมัน


จึงว่า**‘มันคิด ให้เห็น-ให้รู้’


เอาตัวรู้นี่แหละเข้าไปรู้ครับ


เรียกว่า‘ญาณของปัญญาเข้าไปรู้’ครับ**


‘เขมัง’-เป็นจิตอันเกษม ท่านว่าอย่างนั้น


อัน**‘จิตอันเกษม’นี่


ก็หมายถึงจิตพ้นไปจากความทุกข์ พ้นไปจากความสุข


เราก็เลยมาพูดว่า ‘อุเบกขา-วางเฉย เป็นจิตอันเกษม’


มันเป็นอย่างนั้นอยู่


ถึงจะรู้-มันก็เป็นอย่างนั้น ไม่รู้-มันก็เป็นอย่างนั้น


อันนี้มีแล้วในคนทุกคน ไม่ยกเว้น


จะถือศาสนาใดก็ตาม นุ่งผ้าสีอะไรก็ตาม


เป็น-มี รู้-เห็น และเข้าใจเหมือนกัน


แต่ขอให้ทำให้ถูกต้องเท่านั้นเองครับ


ถ้าทำถูกต้องแล้ว ไม่พลาดครับเรื่องนี้


รับรองได้จริง ๆ รับรองจริง ๆ


ผมยอมเสียสละชีวิตทดแทนเอาคำพูด


หรือสัจธรรมอันนี้ เพื่อทำให้หลักพุทธศาสนา


หรือคำสอนของพระพุทธเจ้า เจริญมั่นคงถาวรต่อไป**


เป็นอย่างนั้น


*ถ้าหากเราไม่พูด-ไม่สอนกัน ก็จะไม่รู้ครับ*…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive