DM-0279 | ธรรมะประจำวัน 2023-04-12

 “…**‘ศีล’ แปลว่าปกติ


ต่างเก่าจริง ๆ**


เพราะแต่ก่อนเข้าใจว่าศีลคือปานา ฯ อทินนา ฯ


*ศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๐๐ ศีล ๓๐๐


เข้าใจว่าอันนั้นเป็นศีล


ถูกแล้ว-อันนั้นเป็นศีล


แต่มันไม่ใช่ศีลในความหมายที่ว่า


ศีลเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ


มันเป็นเพียงศีลสังคม หรือสังคมศีลเท่านั้น*


ส่วน**‘ศีลที่เป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบนั้น’ คือ


ทำลายโทสะได้-ทำลายโมหะได้-ทำลายโลภะได้


ทำลายกิเลส-ทำลายตัณหา-ทำลายอุปาทาน-ทำลายกรรมและวิบากเหล่านั้น


หรือว่าทำลายความชั่วเหล่านั้นได้


นี่ล่ะศีลตามหลักพระพุทธศาสนา-ศีลวิธีปฏิบัติ


ศีลอันนี้มีอยู่แล้วในคนทุกคน ไม่ยกเว้น


เด็กน้อยก็มี คนหนุ่ม-คนสาว คนเฒ่า-คนแก่


คนไทย คนจีน คนฝรั่งเศส คนอังกฤษ คนอเมริกา


หรือจะเป็นเชื้อชาติใดก็ตาม นุ่งผ้าสีอะไรก็ตาม


มีอยู่แล้ว-ความเป็นปกติอันนี้**


อย่างที่พวกเรานั่งฟังผมพูดอยู่เดี๋ยวนี้นี่ (ก็)ปกติ


เราดูลมหายใจของเรา ดูความคิดของเรา


พอมันคิดขึ้นมา…เราเห็น-เรารู้ แปลว่าเรามีปกติ-มีศีล**


*ถ้าเรายังไม่รู้ความคิดของเรา ก็แสดงว่าเรายังไม่ปกติ


ถ้าไม่เอียงไปโทสะ-ก็เอียงไปโลภะ เพราะโมหะปิดบังไว้*


ดังนั้นจึงว่า **‘ให้เรามาทำความรู้สึกตัว’


เรียกว่า‘สัญญา-ความหมายรู้จำได้’


*มันเคลื่อนไหวโดยวิธีใด-ก็รู้


ให้ตัวสัญญาตัวนี้แหละ ทำหน้าที่ของมันจริง ๆ


เมื่อสัญญาทำหน้าที่ของมันจริง ๆ แล้ว


เมื่อมันรู้อันใดแล้ว จะไม่หลง-ไม่ลืมเลย


นี่มันเป็นอย่างนั้น


รู้อันนี้แหละ-รู้ได้ทุกคน ไม่ยกเว้นเลย


คำสอนของพระพุทธเจ้าจึงเป็นกลาง ๆ


ที่ว่ากลาง ๆ นี้ ก็คือ


ไม่ต้องเอียงไปข้างซ้าย ไม่ต้องเอียงไปข้างขวา


ไม่ต้องเอียงไปทางโลภะ ไม่ต้องเอียงไปทางโทสะ


เพราะทำลายโมหะได้


อยู่ด้วยสติปัญญา หรือการเห็นแจ้ง**


อย่างที่เรานั่งอยู่เดี๋ยวนี้ **ใจของเราเป็นปกติอยู่


‘ปกติอันนี้’ แปลว่า


จิตใจสะอาด-จิตใจสว่าง-จิตใจสงบ-จิตใจบริสุทธิ์


คือไม่อยู่กับโทสะ-ไม่อยู่กับโมหะ-ไม่อยู่กับโลภะ


ไม่อยู่กับการยึดมั่น


เมื่อจิตใจบริสุทธิ์ จิตใจก็ผ่องใส-จิตใจก็ว่องไว


มีคนพูดอะไร สัญญาตัวนั้นรับรู้ได้ทันที


ดังนั้น การขัดแย้งต่อจิตใจของเรานั้นจึงไม่มารบกวน


เพราะโทสะ-โมหะ-โลภะไม่ได้เข้ามารบกวน


ทั้งนี้ก็เพราะทำลายโมหะได้


อันนี้เรียกว่าความสงบแบบนี้**


แต่ไม่ใช่นั่งสงบ(แบบไม่รู้)…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive