DM-0278 | ธรรมะประจำวัน 2023-04-11

 “…‘ศาสนา’ แปลว่าคำสั่งสอนของท่านผู้รู้


สอนเพื่อให้ละความชั่ว มาทำความดีนั่นเอง


อันนี้เป็นเพียงศาสนา


**‘พุทธศาสนา’ แปลว่ารู้จริง


‘พุทธะ’ จึงแปลว่าผู้รู้…รู้ธรรม-เห็นธรรม-เข้าใจธรรม


‘รู้ธรรม’ ก็คือรู้ตัวเรากำลังทำ-กำลังพูด-กำลังคิดนี่


ธรรมะจึงไม่ใช่อื่นไกล


อันนี้แปลว่ารู้ธรรม-เห็นธรรม-เข้าใจธรรม**


เมื่อรู้อันนี้แล้ว ก็เลยรู้บาป-รู้บุญ


*‘บาป’…ก็คือโง่นั่นเอง-คือไม่รู้ คืออยู่ในถ้ำ-มืดอยู่นั่นแหละ*


**ถ้าเราออกจากถ้ำได้ เราก็สามารถมองเห็นอะไรได้ทุกอย่าง


นี่ล่ะบุญ ‘บุญ’คือรู้


ถ้าเรามีบุญจริง ๆ แล้ว เราก็สามารถรู้บาปได้


ว่าบาปมันเป็นอย่างนั้น บาปมันเป็นอย่างนี้**


สมมติเอา อย่างบ้านเราเคยเลี้ยงสัตว์…เป็ด-ไก่-วัว-ควาย


เราเดินไป บางทีเราไปเหยียบเอาขี้เป็ด-ขี้ไก่


มันเหม็น-เราก็รู้อยู่ว่ามันเหม็น แต่ทำไมจึงไปเหยียบ ?


นี่ก็เพราะเราไม่รู้ ถ้ารู้-ก็ไม่เหยียบ


อาจมีคนแย้งว่า‘ถ้าไม่รู้แล้วจะเหยียบถูกหรือ ?’ ว่างั้น


นี่แหละจึงได้กล่าวว่า‘คำพูดหรือวิธีพูดนี้มันยืดยาว-มันดิ้นได้


ยังถก-ยังเถียง ยังแย้งได้


*คนไม่รู้ จึงทำบาป-ทำผิดได้…แต่ไม่รู้’*


ดังนั้น **พระพุทธเจ้าสอนคน


จึงสอนคนที่ยังไม่รู้นั่นแหละ ให้เขารู้


และสอนคนที่กำลังทำผิดอยู่นั่นแหละ ให้ทำถูกต้อง


และสอนคนที่มีทุกข์อยู่นั่นแหละ ให้ทุกข์น้อยไปหรือหมดไป**


มันเป็นอย่างนั้น


ที่ผมพูดในวันนี้ ก็คล้าย ๆ เป็นอย่างนั้น


กล่าวคือ มาแนะนำว่า‘ถ้าทำอย่างนี้


ทำการเคลื่อนไหวนี่แหละ เรียกว่าทำถูกต้อง


จุดหมายปลายทาง มันจะมาลงที่ตรงนี้’


คือ**เมื่อทำถูกต้องแล้ว ความฉลาดจะเกิดขึ้นมาเอง


ความฉลาดแบบนี้ ไม่ต้องไปจดจำมาจากตำรับ-ตำรา


แต่รู้เอง-เห็นเอง-เข้าใจเอง


เมื่อรู้อันนี้แล้ว ญาณปัญญาของวิปัสสนาก็เกิดขึ้น


‘วิปัสสนา’ แปลว่ารู้แจ้ง-รู้จริง-รู้แล้วต่างเก่าล่วงภาวะเดิม


ก่อนที่จะต่าง ก็คือเลิกละอบายมุข


แล้วก็โทสะ-โมหะ-โลภะ ลดน้อยไป ต่างเก่าจริง ๆ**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive