DM-0276 | ธรรมะประจำวัน 2023-04-09

 “…‘พุทธานุพุทธัง สามะสีละทิฏฐัง’


เราสวด‘โยจักขุมา’นะครับ แปลเป็นใจความว่า


**ผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า มีศีลและทิฐิเสมอกัน


ท่านว่า‘มีเหมือนกันกับพระพุทธเจ้าครับ


และก็รู้-เห็น-เป็น-มีเหมือนกันกับพระพุทธเจ้า


มีความสุขเท่ากัน มีความไม่มีทุกข์เท่ากัน**


รู้อารมณ์เช่นเดียวกัน


แต่ไม่แตกฉานเหมือนกันกับพระพุทธเจ้า


เพราะพระพุทธเจ้านั้นเป็นผู้แตกฉาน มีความรู้มาก


ท่านเรียนมากนะครับ’


**อันนี้ที่นำมาเล่าให้ฟัง เป็นวิธีแก้วิปลาส


เป็นวิธีแก้ของจินตญาณ เป็นวิธีแก้ของวิปัสสนู


ถ้ามันตึงเครียด-มึนหัว หนักอก-หนักใจขึ้น


เราต้องทำเบา ๆ อย่าไปเพ่ง


ถ้าไปเพ่งแล้ว-มันแน่นเข้า มันแก้ไม่ได้


ทำให้มันสบาย มองไกล ๆ นี่ครับ


ถ้ามองไกลแล้ว มันคลายออกไป-ความรู้นั้น


ความหนักอก-หนักใจนั้น มันจะคลายออกไปเองครับ


อันนี้เป็นวิธีแก้


จินตญาณก็เช่นเดียวกัน ให้แก้อย่างนั้น


ตอนวิปลาสนี่ ต้องให้แก้ตอนมาทวนอารมณ์ครับ


ให้มันมีอารมณ์อยู่กับอารมณ์ แล้วก็ทำเบา ๆ


แต่ส่วนวิปัสสนูกับจิตนตญาณนั้น ต้องแก้วิธีทำ


แต่ว่าทวนอารมณ์น้อยครับ


แต่เรื่องรูป-นามนั้น ก็ต้องให้มันแจ่มใส


ตอนวิปลาสนี่ ต้องทวนอารมณ์


ทำให้มันสบาย ๆ อยู่กับอารมณ์ครับ


เมื่ออารมณ์แจ่มใสขึ้นมาแล้ว


ความตึงเครียดก็ลดน้อยไปทันที


แต่ให้มันคิด ห้ามไม่ได้-ความคิด


แต่มันจะคิด รู้-เห็น-เข้าใจ-เป็น-มี-เข้าใจจริง ๆ


อันนี้เรียกว่า‘เป็นวิปัสสนาล้วน ๆ’ ครับ


มันจะเป็นเองมัน เพราะทุกคนต้องมีอย่างนั้น**


อันนี้แหละ**พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า


‘สัตว์ทั้งหลายคือเราตถาคต


สัตว์ทั้งหลายเหมือนเราตถาคต


สัตว์ทั้งหลายเป็นตถาคตเหมือนกัน เป็น-มีเหมือนกัน’**


เราต้องเข้าใจ


แต่ไม่ใช่เป็นพระพุทธเจ้า เป็นสาวกพุทธะ


เราจะว่าเป็นปัจเจกพุทธะก็ได้ เป็นสาวกพุทธะก็ได้


หรือจะว่าอย่างไรก็ได้ มันเป็นเรื่องสมมติ


จึงรู้ตาม-เห็นตาม-เข้าใจตาม


จึงจะสมกับที่เราสวดกัน หลักสังฆคุณว่า


‘สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ


**สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น หมู่ใดปฏิบัติดีแล้ว’


คือปฏิบัติอย่างถูกต้องครับ**


‘อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ


**สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น หมู่ใดปฏิบัติตรงแล้ว’


ปฏิบัติตรงต่อตัวเอง ตรงต่อคำพูดคำสอนของพระพุทธเจ้า**


‘ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ


**สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น


หมู่ใดปฏิบัติเพื่อรู้ธรรม เป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว’


ออกจากโทสะ-ออกจากโมหะ-ออกจากโลภะ


ออกจากกิเลส-ออกจากตัณหา-ออกจากอุปาทาน


กรรม-วิบากเหล่านั้น จะออกไป-จางไป-จางไป**


จึงว่า ‘สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ


**สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น


หมู่ใดปฏิบัติสมควรแล้ว’ คือจะไม่หลง-ไม่ลืมครับ**


‘ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา


คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ


เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ


นั่นแหละสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า’


**จะเป็นผู้หญิง-ก็เป็นสงฆ์ได้ เป็นผู้ชาย-ก็เป็นสงฆ์ได้


เป็นพระ-เป็นเณร ก็เป็นสงฆ์ได้


บวช-ก็เป็นสงฆ์ได้ ไม่บวช-ก็เป็นสงฆ์ได้


ถือศาสนาใดก็ตาม นุ่งผ้าสีอะไรก็ตาม ลัทธิใดก็ตาม


ไม่จำกัด-ไม่กำหนดกฎเกณฑ์ การปฏิบัติแบบนี้ครับ


รับรองได้ครับ**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive