DM-0253 | ธรรมะประจำวัน 2023-03-17

 “…*ถ้าหากเราไม่เจริญสติแบบนี้ ไม่ทำแบบนี้


แต่ไปเรียนหนังสือมาก ๆ จะเป็นอย่างนี้ไหม ? – ไม่เป็น


มีเงินมาก ๆ ไปซื้อเอาได้ไหม ? – ไม่ได้*


**มันต้องทำให้ถูกหลักของมัน มันจึงจะเป็น**


เมื่อมองเห็นความจริงอันนี้แล้ว


ทีนี้ *แรก ๆ มันคิดสักร้อยเรื่อง-พันเรื่อง


เราจะรู้-จะเห็น-เท่าทันความคิดสักเรื่องเดียว


มันคิดไปยาว กว่าเราจะรู้ตัว-เห็นการคิด*


**ต่อจากนั้น มันจะสั้นเข้า-สั้นเข้า…ความคิดอันนั้นน่ะ


ในขณะที่ปัญญาของเราก็จะเร็วเข้า-เร็วเข้า


ความฉลาดของสติ-ของสมาธิ-ของปัญญา


มันก็จะเร็วเข้า-เร็วเข้า


มันคิดมาปุ๊บ-เห็นปั๊บ เหมือนแมวกับหนูนี่ล่ะ


หนูออกมา-มันจับปั๊บเลย หนูมันช็อกตายเลย


ความคิดอันนั้นก็เหมือนกันกับเรื่องหนูนี่แหละ


พอดีมันคิดขึ้นมาปุ๊บ-เราเห็นปั๊บ มันหยุดเลย


เมื่อดูอันนี้แหละ


มันก็เลยพ้นไป พ้นไปจากความคิดอันนั้น


ความคิดอันนั้นก็เลยสั้นเข้า แล้วก็หมดไป


เรื่องโทสะ-โมหะ-โลภะนั้น มันก็เลยมาจืดจางลงเอาที่ตรงนี้


เมื่อ โทสะ-โมหะ-โลภะจืดจางลงแล้ว


เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณ นั้น ก็ไม่เป็นทุกข์**


เขาเรียก‘รูป ๔’ อันนี้น่ะ


ส่วนขันธ์ ๕ ได้แก่


รูป-เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณ


ทีนี้นามรูป ตั้งแต่นี้ไปเราจะเรียก‘นามรูป’


คือตัวนามอันนั้นมันคิดขึ้นมา มันเป็นรูปความคิด


คือตัวเวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณนั้น


เป็นทั้งนาม-เป็นทั้งรูป


อันที่มันเป็นรูป เราเรียกว่า‘รูป ๔’


ลักษณะอันนั้น เขาว่า


‘จิตใจเปลี่ยนแปลงจากความเป็นมนุษย์


ขึ้นมาสู่ความเป็นเทวดา หรือพระอินทร์-พระพรหมขึ้นมา


เป็นพระขึ้นมา’


ส่วนคนอื่นจะเป็นอย่างไรนั้น (หลวงพ่อ)ไม่รู้จัก


แต่สำหรับตัวเองแล้ว จะรับรองได้ว่า


**‘โอ! ความเป็นพระ มันเป็นที่ตรงนี้’


จิตใจมันก็เลยไม่ดูด-ไม่ซึมกับโทสะ-โมหะ-โลภะ


ความยึดมั่นถือมั่นนี่


ก็จะลดน้อยลงไปเลยในขณะนั้นเอง**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive