DM-0245 | ธรรมะประจำวัน 2023-03-09

 “…*คำว่า ‘ปีติ’ กับ ‘จินตญาณ’ เป็นอันเดียวกันครับ


แต่มันรู้จิตใจนิ่ม ๆ เรียกว่า‘ใจดี‘-อันนั้น


ลักษณะใจดี แต่ไม่เป็นลักษณะดีใจ


ให้เรารู้จักอย่างนี้


แล้วความหนักอก-หนักใจนั้นจะเบาขึ้นมา


มีความสว่างภายในจิตใจ เป็นอย่างนั้น


แต่ไม่ใช่สว่างคือเราจุดเทียนอย่างนี้*


**ครั้นมันเบาใจ เรียกว่า‘เห็นเป็นทางไป’ครับ


คล้าย ๆ คือเป็นทาง-เป็นแนวทาง


ที่จะเดินต่อไปได้นี่แหละครับ


เราต้องทำจังหวะ-เดินจงกรม


ทำช้า ๆ ก็ได้-ทำไวก็ได้ ทำให้มันถูกจริตครับ


ตอนนี้เป็นการกระทำ-เป็นการเจริญ เป็นการแก้ปัญหา


การแก้ปัญหา-การแก้อุปสรรคเหล่านี้


ต้องทำให้มันสบาย


เมื่อมีความตึงเครียดขึ้นมา ก็ทำให้มันสบาย ๆ


ไม่ต้องให้มันตึงเครียด** เป็นอย่างนั้น


บัดนี้*เมื่อมันมีความตึงเครียดเข้ามา


แน่นหน้าอก-เวียนหัว หรือมันจะอาเจียน


ปวด เรียกว่า’มันเจ็บอะไร-ปวดอะไรก็ตาม‘


มันเป็นกิริยา มันแสดงท่าทีครับ


มันอยากให้เราท้อถอย เราต้องไม่ท้อถอย*


**เราต้องทำ บังคับให้ทำ**


อันนี้ต้องใช้เวลานานครับ-บางคน บางคนก็ต้องได้เร็ว


แต่เมื่อสมัยผมปฏิบัติ ผมรู้ตอนเย็นครับ


รู้ได้ ๒ ขั้นทีเดียว เป็นมรรค-เป็นผล


เป็นมรรค-เป็นผลขึ้นไป เป็นอย่างนั้น


คือไม่นาน


แต่**เราไม่ต้องพูดถึงว่านานและไม่นาน


เราต้องทำเรื่อย ๆ ไปเลย แต่มันต้องเป็นอารมณ์**


*แต่หากว่ามันสงบนั้น เราติดความสงบแล้ว*


อันนี้มันจะมีอารมณ์ไป ที่ผมพูดนี่


และพวกเรา ต่อไปจะเป็นครู-เป็นอาจารย์คน


ต้องให้มันรู้ ให้มันเข้าใจเรื่องอารมณ์


ที่รู้มาแค่นี้


เราก็ต้องทบทวนอารมณ์ของรูป-นามขึ้นมาอีก


ให้มันเข้าใจ ไม่ต้องหลง-ไม่ต้องลืม


คือไม่ให้มันหลง-ไม่ให้มันลืม ว่าอย่างนั้น


ให้มันเข้าใจ


อย่างที่พลิกมือขึ้น-คว่ำมือลง ยกมือไป-เอามือมา


ทำจังหวะให้เป็นจังหวะ


เดินจงกรม ก็ให้มันเป็นเดินจงกรมจริง ๆ


แล้วก็รู้รูป-รู้นามนี่เอง


รูป-นาม รูปทำ-นามทำ


ให้รู้จักรูปมันทำการ-ทำงาน


อันนั้นเป็นรูปทำ-นามทำ รูปโรค-นามโรค


รูปโรค-นามโรค มี ๒ อย่างครับ


โรคเจ็บหัว-ปวดท้อง


อันนี้เมื่อรูปเป็นแล้ว ใจก็ไม่สบาย


อันนี้เป็นรูปโรค-นามโรค


รูปโรค-นามโรคอีกอย่างหนึ่งครับ


คือ(รูปกาย)สบาย แต่มันดีใจ-เสียใจ พอใจ-ไม่พอใจ


มีรัก-มีเกลียด อันนี้เรียกว่า‘จิตวิญญาณเป็นโรค’


ให้รู้จักว่าโรคมี ๒ อย่าง รูปโรค-นามโรคอันนี้


เมื่อรู้อันนี้-เห็นอย่างนี้แล้ว


ก็เข้าใจทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา


นี่ตามอารมณ์ที่ผมรู้มาครับ เป็นอย่างนั้น…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive