DM-0237 | ธรรมะประจำวัน 2023-03-01

 หลักของพระพุทธศาสนา – วิธีดับทุกข์แบบของพระพุทธเจ้า (๕/๑๐)


“…วิธีปฏิบัติอย่างที่ผมว่านี้ ไม่ต้องไปดีใจ


**มันคิดดีใจ-ก็ให้รู้จัก ดีใจ-ไม่ให้เอา


เมื่อมีดีใจ-ก็ต้องมีเสียใจ


ถ้าดีใจไม่มีเสียแล้ว ความเสียใจก็ไม่มี


จึงว่า‘ไม่เอา’ แต่ให้มาดูตัวความคิดเสมอ**


*อันความดีใจ-เสียใจนั้น มันไม่ได้มีในจิตจริง


มันเป็นเรื่องของความหลงผิด


มันมีโมหะแล้ว มันจึงมีความดีใจ


เมื่อมีความดีใจเกิดขึ้น มันไปติดความดีใจนั้น


เขาเรียกว่า‘โลภะมีในขณะนั้นแล้ว’


ปฏิบัติไป ๆ ก็เกิดความเสียใจ


เพราะโมหะ เพราะไปติดอารมณ์เดิม


เมื่อโมหะสนับสนุนอยู่แล้ว


โทสะก็เกิดขึ้น หงุดหงิดใจ


อันนี้เรียกว่า‘ยังไม่พ้นจากภัยอันตราย’*


วิธีการ


**เราต้องพยายามดูจิตใจไปตามเคย


ดูนั่นแหละ แล้วเราจะรู้จักสมุฏฐาน**ให้ไฟฟ้าเกิด


บัดนี้กดสวิตซ์ไฟที่นี้ มันจะไปทำความสว่างทางโน้น


กดที่นี่ มันไปอย่างนั้น-สว่างอย่างนั้น


**เราต้องทำให้มาก


ทำให้มาก คือดูจิตใจให้มาก


ทำอยู่อย่างนี้แหละ-‘ดู’


การกระทำอย่างนี้ เพื่อที่จะไประงับดับทุกข์


ให้ทุกข์นี้หมดไป**


*ทุกข์เกิดขึ้น เพราะหลง*


**เมื่อเราทำสติให้มั่นคงแล้ว ความหลงไม่มี


ทุกข์ก็ลดน้อยลง**


**รูปกายเรานี้มันเคลื่อน-มันไหวอยู่เรื่อย ๆ


ไม่เคยหยุดนิ่ง ตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่


มันจะเคลื่อนไหวโดยวิธีใด ก็ให้รู้


ผมเลยเอามาทำเป็นจังหวะ


ทำจังหวะ…ยกมือเข้า-เอามือออก ยกมือไป-เอามือมา


อย่างที่ผมเอามาแนะนำนี้แหละ


เพื่อเป็นการเรียกร้องให้สติมั่นคงอยู่กับรูปกายอย่างนี้


ตลอดไปถึงจิตใจนึกคิด


๒ อย่างนี้ เป็นเครื่องผูกสติเอาไว้


เมื่อความคิดเข้ามา เราเห็น-รู้


กำมือ-เหยียดมือ ยกไป-ยกมานี้…ก็รู้


แต่ไม่ต้องเอาสติมาจ้องตัวนี้ อย่าเอาสติมาคุมตัวนี้


ให้เอาสติไปคุมตัวความคิด


คำว่า‘ไปคุม’ คือให้คอยดูมัน…ดูไกล ๆ-ดูสบาย ๆ


อย่าดูใกล้ ๆ มันจะเป็นการเพ่ง-ไม่เป็นมัชฌิมา


จึงว่า‘ทำใจไว้เป็นกลาง ๆ’ *พอมันคิดปุ๊บ-ทิ้งไปเลย**


ทำเหมือนแมวกับหนู


พอดีหนูมาปั๊บ แมวมันจับปุ๊บเลย


(ถึง)แมวมันกินหนูอิ่มแล้ว หนูมา-มันก็ต้องจับอยู่อย่างนั้น


พอดีจับปั๊บ-หนูตาย มันทิ้งเลย-มันไม่กิน


จับแล้วทิ้งอย่างนั้นแหละ


นี้เป็นวิธีที่เอามาเปรียบเพื่อให้เข้าใจว่า


**ความจริง-โมหะมันไม่ได้มีอยู่จริง**


*ที่ว่ามันมีโมหะนั้น เพราะเราไม่มีสติเท่านั้นเอง*


บ้านของเราสร้างขึ้นมาใหม่ ๆ หนูไม่มี


ต่อมามีของรก-ระเกะระกะในบ้าน


หนูมันชอบที่รก มันจึงเข้ามาซ่อนอยู่ได้


ชีวิตนี้ก็เหมือนกัน…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive