DM-0233 | ธรรมะประจำวัน 2023-02-25

 หลักของพระพุทธศาสนา – วิธีดับทุกข์แบบของพระพุทธเจ้า (๑/๑๐)


“…วันนี้เราจะพูดกันถึงเรื่องวิธีดับทุกข์ในทางพระพุทธศาสนา


**พระพุทธเจ้าสอนว่า


‘เราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเข้าไปถึงจุดสำคัญ คือความดับทุกข์ได้’


ดังนั้น ผมจึงจะได้นำเรื่องการปฏิบัติวิธีลัดตามที่ผมประสบมา


และสามารถรับรองวิธีการอย่างนี้ว่า *‘จะเข้าไปดับทุกข์ได้จริง ๆ’


มาเล่าสู่ฟัง**


เมื่อพูดถึง*วิธีดับทุกข์


คำพูดเป็นอย่างหนึ่ง วิธีปฏิบัติเป็นอีกอย่างหนึ่ง*


**วิธีปฏิบัตินั้นต้องเป็นวิธีเจริญสติ**


คำว่า‘เจริญสติ’นี้ ก็มีหลายคนพูดถึงอยู่เหมือนกัน


เจริญสติปัฏฐาน ๔ คือ กาย-เวทนา-จิต-ธรรม


หรืออิริยาบถ ๔ คือ ยืน-เดิน-นั่ง-นอน


ส่วนวิธีที่ผมจะพูดถึงนี้จะถือว่า


เป็นสติปัฏฐาน ๔ หรือไม่เป็นสติปัฏฐาน ๔ ก็ได้


โดย**‘ให้ทำความรู้สึกตัว’


เมื่อทำความรู้สึกตัวแล้ว ความไม่รู้สึกตัวก็หายไปเอง**


ทำความรู้สึกตัว :


**พลิกมือขึ้น-คว่ำมือลง ยกมือไป-เอามือมา


เดินหน้า-ถอยหลัง เอียงซ้าย-เอียงขวา ก้ม-เงย


กระพริบตา อ้าปาก หายใจเข้า-หายใจออก


กลืนน้ำลายผ่านลงไปในลำคอ คู้-เหยียด


เคลื่อนไหวเหล่านี้ ให้ทำความรู้สึก


เมื่อมีความรู้สึกอยู่แล้ว ความไม่รู้สึกมันหายไปเอง**


*ความไม่รู้สึกนั้น ภาษาธรรมะ-ท่านเรียกว่า‘โมหะ’


ภาษาบ้านเราเรียกว่า‘หลง’*


**เมื่อมีความรู้สึกอยู่นั้น เรียกว่า‘มีสติ’


เมื่อทำความรู้สึกอย่างนี้อยู่ ก็เรียกว่า‘เป็นการเจริญสติ’


คำว่า‘เจริญ’นั้น หมายถึงทำบ่อย ๆ


‘เจริญสติ’ ก็คือให้รู้สึกบ่อย ๆ


จะเคลื่อนไหวโดยวิธีใด ก็ให้มีความรู้สึก


เมื่อมีความรู้สึกบ่อยเข้า ๆ


มันจะเกิดปัญญาชนิดหนึ่งขึ้นภายในจิตใจของเรา


เรียกว่า‘ความเห็นแจ้ง-รู้จริงตามสภาวธรรมที่เป็นอยู่จริง’


การเห็นตัวเราตามสภาวะที่เป็นจริงนั้น


เรียกว่า‘เห็นธรรม-รู้ธรรม-เข้าใจธรรม’**


การเห็นแบบนี้


ไม่ใช่เห็นเทวดา-เห็นผี เห็นนรก-เห็นสวรรค์


**การเห็นธรรม คือเห็นตัวเรานี่แหละ


กำลังพลิกมือขึ้น-คว่ำมือลง ยกมือไป-เอามือมา


เดินหน้า-ถอยหลัง เอียงซ้าย-เอียงขวา ก้ม-เงย


กระพริบตา อ้าปาก หายใจเข้า-หายใจออก


กลืนน้ำลายผ่านลงไปในลำคอ…ก็รู้สึกตัว


อันนี้เป็นสภาวธรรม คือ ‘รูป’กับ‘นาม’**


‘รูป’-ได้แก่ร่างกาย ‘นาม’-ได้แก่จิตใจ


‘รูป’ เป็นธรรมที่ทรงไว้ชนิดหนึ่ง


‘ธรรม’ แปลว่าการทรงไว้


‘จิตใจ’ เป็นนามชนิดหนึ่ง-เป็นธรรมะ


เป็นการทรงไว้เหมือนกัน


ดังนั้นจึงว่า‘รู้จักรูป-รู้จักนาม’…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive