DM-0231 | ธรรมะประจำวัน 2023-02-23

 “…**(เมื่อความคิดลดน้อยลงไป ตัวความรู้มากขึ้น)


เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็จะรู้สมุฏฐานการคิด


จิตใจเราจะเปลี่ยนที่ตรงนี้อีกพักหนึ่งครับ**


จำให้มันดีตอนนี้


เมื่อความคิดเราเปลี่ยนแปลง


ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงก็ได้ หรือจะว่าเปลี่ยนแปลงก็ได้


มันจะรู้ปรมัตถ์ครับ


อันที่รู้เรื่องรูป-นามนั้น ยังไม่เป็นปรมัตถ์


มันเป็นเพียง*รู้สมมติ แล้วก็ดีใจ-ไม่ใช่ใจดี


อันนั้นดีใจว่าเราได้รู้ธรรมะ-เห็นธรรมะ-เข้าใจธรรมะ


อันนั้นเป็นลักษณะดีใจ แต่ไม่ใช่ใจดี


ตอนนั้นน่ะเป็นวิปัสสนู*


**ตอนนี้พอดีมันคิดมาก เราก็ต้องรู้มาก


รู้เท่าทันกับความคิด


มันคิดปุ๊บ-ทันปั๊บ คิดปุ๊บ-ทันปั๊บ


จิตใจของเรามืดตื้ออยู่แต่ก่อน มันไม่รู้จักทางไป


บัดนี้พอดีทันอันนี้แล้ว มันจะสว่างขึ้นภายในจิตใจ


แต่ไม่ใช่สว่างที่ตาเห็นนะครับ


จิตใจมันจะสว่างขึ้น เบาอก-เบาใจ


เรียกว่า‘ตาปัญญา’


อันนี้ลักษณะปัญญาญาณของวิปัสสนาเกิดขึ้น**


รู้-เห็น-เข้าใจวัตถุ-ปรมัตถ์-อาการ


แล้วก็โทสะ-โมหะ-โลภะเหล่านี้อย่างแจ่มแจ้ง


และก็รู้-เห็น-เข้าใจเวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณ


อันนี้เป็นการจบภาค ๑


บางคนก็รู้ได้ ๒ ครั้ง บางคนก็รู้ครั้งเดียวอันนี้ครับ


รู้ครั้งเดียวนั้นคือว่า รู้แล้วไม่หลง-ไม่ลืม


ครั้นว่า ๒ ครั้ง ต้องจิตใจเปลี่ยน ๒ ครั้ง


เป็นมรรค-เป็นผลขึ้นมาทันที


บางคนก็เป็นเพียงมรรค ผลยังไม่เกิด


บางคนก็ได้ทั้งมรรค-ทั้งผล


**เมื่อรู้อันนี้แล้ว จิตใจของคนนั้น


น้ำหนักสมมติเอานะครับ ที่ผมเคยสอบ-เคยถาม


น้ำหนัก ๑๐๐ กิโลแล้วเป็นอย่างไร


จิตใจเบาขึ้นกี่กิโล ?


บางคนก็ชอบพูดว่า ๓๐ กิโล ๔๐ กิโล


๕๐ กิโล ๖๐ กิโล อยู่ในเกณฑ์นี้-เป็นอย่างนั้น


ก็แสดงตัวว่าเป็นพระได้ไหม ? เป็นได้


ถาม(ว่า)เป็นเทวดาได้ไหม ? เป็นได้**


ผมเคยถามอย่างนี้ เด็ก ๆ อายุ ๙ ปี


จะเป็นผู้หญิงก็ตาม ผู้ชายก็ตาม


รู้แล้วก็แสดงท่าทีออกมาเหมือนกัน เป็นอย่างนั้น…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive