DM-0228 | ธรรมะประจำวัน 2023-02-20

 “…เวลานี้ต้องการพูดเรื่องทานธรรม


‘ทานธรรมที่ชนะทานทั้งปวง’


ขณะที่หลวงพ่อเดินกลับไป-กลับมา


มันปรากฏตัว รู้สึกเบาขึ้นมา


หลวงพ่อถอนผมออกจากหัว


ตอนนั้นยังเป็นโยมอยู่ ผมมันยาว


ถอนออกมาดู เห็นรากผมขาว ๆ ๓ ราก


**ผมที่ถอนออกมาแล้ว เอาไปปลูกอีกไม่ได้


เอาใส่ลงไปที่เก่าไม่ได้


โอ! คำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้า


๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ รวมลงสู่จุดนี้นี่เอง


ถ้าหากผู้ใดศึกษาจุดที่ถูกต้อง เห็นแล้ว-เข้าใจแล้ว


นั่นแหละพระ-ผู้มีชีวิตประเสริฐราบรื่นที่สุด


เรียกว่า‘มั่นคง-ถาวร-คงที่-ไม่เปลี่ยนแปลงอีก’


เนื้อแท้มันอยู่ตรงนี้ นิดเดียวเท่านั้นเอง


แต่ต้องมีวิธีการ


วิธีการนั้นก็คือ


ให้ดูการเคลื่อนไหวของเราเอง ดูรูปกายนี้เสียก่อน


เมื่อเราดูรูปกายของเราอย่างแน่นอนชัดเจนดีแล้ว


จะเคลื่อนไหวโดยวิธีใด รู้ทุกอย่างแล้ว


ทีนี้ให้มาดูใจ ใจมันคิดอย่างไร-ก็ให้มันรู้เท่าทัน


ให้รู้จักกัน-รู้จักแก้ เอาชนะมันให้ได้


ตอนดูใจนั่นแหละ มันเป็นเอง


จับหลักนี้ได้แล้ว มันเป็นไปเอง**


เปรียบเทียบเหมือนเราเดินทางถูกสาย เป็นสัมมาทิฏฐิ


‘สัมมาทิฏฐิ’ แปลว่าเห็นถูกต้อง


เห็นถูกต้อง ไม่ใช่ไปเห็นอย่างอื่น


**ทีแรกนั้น ให้มันเห็นความคิดเสียก่อน จึงจะถูกต้อง


หรือละโทสะ-โมหะ-โลภะได้เสียก่อน จึงจะถูกต้อง**


*ถ้าเราไม่เห็นความคิด-ไม่เห็นจิต-ไม่เห็นใจของเรา


มันก็ถูกต้องอยู่แต่เพียงคำพูด


แต่อาจจะไม่ถูกต้องทางพุทธศาสนาจริง ๆ


อาจจะถูกต้องไม่ถึง ๕%*


**ถ้าหากเห็นจิตใจของเรา


คิดปุ๊บ-เห็นปั๊บ ดับได้ทันที


อย่างนี้ถูกต้องอย่างน้อย ๖๐% หรือ ๘๐%


วิธีปฏิบัติอันนี้ รับรองว่าเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า


มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ**


*ไม่ใช่ตายแล้ว จึงจะไปนิพพาน*


**‘นิพพาน’ หมายถึงความไม่มีทุกข์**


หลวงพ่อเทียน : อย่างพระสงฆ์องค์เณรที่นั่งอยู่เดี๋ยวนี้


จิตใจของทุกคนเป็นอย่างไร ?


พระ : เฉย ๆ ครับ


หลวงพ่อเทียน : ไปทำอะไรให้มัน (มันจึงเฉย ๆ)


พระ : ไม่ได้ทำอะไรครับ


หลวงพ่อเทียน : แน่ะ !


เพราะ**สภาพมันเป็นอยู่อย่างนั้นตลอดมา**


*แล้วเมื่อใด วันไหนเราจึงจะประพฤติปฏิบัติ ?


จะค้นหาให้มันพบ ให้มันเห็น*


จะไปรอศาสดาที่ไหนมาทำให้เราได้


**พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า


‘ทำเอง-รู้เอง-เห็นเอง-เข้าใจเอง


ทำอย่างนี้ แล้วจะรู้เหมือนอย่างเรานี้’


(จะรู้เหมือนพระพุทธเจ้า)


อันเป็นจิตว่าง หรืออุเบกขาสูงสุดนั่นแหละ


ไม่ต้องไปทำอะไรให้มัน มันเป็นอย่างนั้นอยู่ตลอดมา**


*แต่คนเราไม่เคยสนใจชีวิต-จิตใจของเรา


เกิดมาก็ไปมองว่าคนนั้นดี-คนนั้นไม่ดี


คนนั้นงาม-คนนี้สวย คนนั้นจน-คนนี้รวย


เราไปมองแต่อย่างนั้น


เราไม่ได้มามองตัวเราเอง เราไม่ได้มาแก้ตัวเราเอง*


เมื่อไม่มามองตัวเรา แล้วจะเห็นตัวเราได้อย่างไร ?


ร่างกายนี้เห็นได้อยู่


ส่วน*จิตใจที่มันคิด ไม่เป็นตน-เป็นตัวนั้น


มันมองไม่เห็นด้วยสายตา มันเห็นยาก*


ดังนั้น **พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น


จะว่าง่าย-ก็ง่ายที่สุด** *จะว่ายาก-ก็ยากที่สุด


ยากสำหรับบุคคลที่ไม่เข้าใจ*


**สบายที่สุดกับคนที่สนใจ**”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive