“…ในคนจำนวนแสน คิดว่ามีไม่ถึงสองหมื่นคนหรอก
ที่รู้ธรรมะ-เข้าใจธรรมะ ซาบซึ้งในคำสอนของพระพุทธเจ้า
*คนที่อ้างว่าตัวเองรู้ธรรมะนั้นมีมาก
แต่ความจริงมันเป็นเพียงความรู้จำ-รู้จัก
มันไม่ใช่การรู้แจ้ง-รู้จริง*
**อย่างที่เรามาเจริญสติ-เจริญปัญญา-มาอบรมตัวเรานี้
ก็เพื่อให้รู้แจ้ง-รู้จริง
โดยไม่ผันแปรหรือเปลี่ยนแปลงตลอดไป
(อย่างนี้)ชื่อว่า‘เราได้บูชาพระพุทธเจ้า
และทำให้พระพุทธศาสนาเจริญขึ้น’
พระพุทธศาสนาเจริญขึ้นที่ไหน ที่นั่นมีสงบ-มีสันติ
คือความไม่สับสนวุ่นวาย ไม่เดือดร้อน
หรือจะเรียกว่า‘นิพพาน’ก็ได้**
เพราะเรื่องจิตใจนั้นมองไม่เห็น จับมาดูกันไม่ได้
ดังนั้น **พระพุทธเจ้าจึงสอนให้เจริญสติ
แล้วจึงค่อยรู้ธรรม-เห็นธรรม
จึงเอาธรรมที่รู้-ที่เห็น ที่เกิดขึ้นมาจากกฎของธรรมชาติ
ที่เรียกว่า‘ญาณปัญญา’ หรือ‘วิปัสสนา’
ความรู้แจ้ง-รู้จริงนั่นแหละ ไปแสดงให้คนอื่นฟัง
คนมีปัญญาฟังแล้วเอาไปปฏิบัติได้
อย่างนี้แหละที่เรียกว่า‘ทานธรรมย่อมชนะทานทั้งปวงได้’**
*ทานข้าว ทานอาหาร (การให้ทานด้วยข้าว-ด้วยอาหาร)
ทานพระพุทธรูปนั้นก็ดี ไม่ใช่ไม่ดี
แต่ยังระงับความทุกข์ไม่ได้
เช่น เราทำบุญสร้างโบสถ์หลังใหญ่
หรือสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ๆ หรือทำอะไรก็ตาม
เพราะอันนั้นมันไม่ใช่การทานธรรมที่แท้จริง
เป็นเพียงการให้ทานวัตถุ จิตใจมันยังไม่สงบ*
**ถ้าหากจิตใจของเราสงบดีแล้ว
ใครจะว่าอะไร ก็เป็นเรื่องของคำพูด
คำพูด มันเป็นเพียงสิ่งที่สมมติกันขึ้นมาเท่านั้น**
ให้เข้าใจอย่างนั้น…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ