DM-0226 | ธรรมะประจำวัน 2023-02-18

 “…*ความโลภ-ความโกรธ-ความหลงนั้น‘เป็นบาป-เป็นทุกข์’


โกรธครั้งหนึ่ง ก็เป็นบาป-เป็นทุกข์ครั้งหนึ่ง*


‘บาป’กับ‘มืด’ เป็นอันเดียวกัน


‘มืด’นั้น หมายความว่าไม่เห็น-ไม่รู้-ไม่เข้าใจ


‘บุญ’กับ‘รู้’ เป็นอันเดียวกัน


เมื่อเรารู้แล้ว เราก็สบายใจ


เราไม่มีความทุกข์ ไม่มีความสงสัย


ถ้าเขามืด เขามีความทุกข์-มีความสงสัย


เช่น สงสัยว่า‘ตายไปแล้ว ไปเกิดเป็นอย่างนั้น-อย่างนี้’


แต่บางคน รวมทั้งอาตมาเองคนหนึ่ง


ซึ่งเคยได้ทำบุญ-ให้ทาน-รักษาศีล-ทำกรรมฐานมา


ก็ยังสงสัยเรื่องบาป-บุญ ตายแล้วไปตกนรกหรือขึ้นสวรรค์


ไม่เข้าใจในตอนนั้น


พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า


*‘สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ นิพพานก็อยู่ในใจนี้เอง’*


พ่อแม่ปู่ยาตาทวดของเราก็เคยบอกอย่างนี้


แต่เราไม่เอามาคิด ก็เลยไม่เข้าใจ


การศึกษาเล่าเรียนจากตำรับ-ตำรานั้นก็ดี แต่แก้ทุกข์ไม่ได้


ครูบาอาจารย์ผู้สอน ท่านก็บอกว่า


‘ให้ละความโกรธ-ความโลภ-ความหลง’


แต่ท่านเองก็ยังละไม่ได้


*สอนคนอื่นนั้นง่าย แต่สอนตัวเองนั้นยาก*


ส่วนวิธีที่อาตมาว่านี้ไม่ยาก


ไม่ต้องไปศึกษาเล่าเรียนก็ได้


เขียนหนังสือเป็นหรือไม่เป็นก็ได้


อ่านหนังสือได้หรืออ่านไม่ได้ ก็ปฏิบัติได้


เด็กหรือผู้ใหญ่ ชายหรือหญิง


บวชหรือไม่บวช ก็ปฏิบัติได้ทั้งนั้น


*‘ธรรมะมีอย่างเดียว ไม่มีหลายอย่าง’*


ที่พูดกันว่า ‘ธรรมะของคนรักษาศีล ๕ เป็นอย่างหนึ่ง


ธรรมะของคนรักษาศีล ๘ เป็นอีกอย่างหนึ่ง


ธรรมะของนักบวชเป็นอย่างหนึ่ง


ธรรมะของฆราวาสเป็นอีกอย่างหนึ่ง


ธรรมะของคนที่ทำสมถกรรมฐานเป็นอย่างหนึ่ง


ธรรมะของคนที่ทำวิปัสสนาเป็นอีกอย่างหนึ่ง’


อันนั้นเป็นคนละเรื่องกับอันนี้


สำหรับอาตมา อาตมาว่า‘ธรรมะมีอย่างเดียว’


*‘ธรรมะ คือ


การทำให้ความโกรธ-ความโลภ-ความหลงหมดไป’*


การทำอย่างนี้แหละเป็นศีล-เป็นธรรม


**(มีสติรู้ทุกอิริยาบถ จะทำอะไรอยู่ก็ตาม-ให้รู้สึก


เมื่อเจริญสติจนชำนาญแล้ว


ให้คอยดูความคิด เฝ้าดูจิตดูใจของตัวเองตลอดเวลา)**


ในตำราว่า ‘ศีลเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ


สมาธิเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างกลาง


ปัญญาเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างละเอียด’


แต่จริง ๆ แล้ว เรากำจัดได้ไหม ?


*กำจัดไม่ได้


เพราะอะไร ?


เพราะว่าทำไม่ถูกต้อง*…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive