“…ศรัทธา
ทีแรกนั้นก็ศรัทธาการไม่พูด-ไม่คุย
ส่วนเรื่องการให้ทาน-รักษาศีลนั้น หลวงพ่อก็เคยมีศรัทธา
แต่ก็เป็นศรัทธาตามบ้าน-ตามเมืองเขาไปอย่างนั้นเฉย ๆ
พ่อแม่ปูย่าตายายบอกว่า‘อันนั้นเป็นศรัทธา’
แต่**ตัวศรัทธาจริง ๆ ของหลวงพ่อนั้น
หลวงพ่อมาเชื่อมั่นนี่ เคลื่อนไหว-รู้สึกตัวนี่**
หลวงพ่อมาเชื่อ-มาศรัทธาอันนี้ แต่ว่าตอนนี้ก็ยังไม่รู้ทุกอย่าง
รู้เพียงแต่ว่า‘เอ-**มันเข้ากับหลักที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า
ให้มีสติกำหนดรู้ในอิริยาบถทั้ง ๔’ ว่างั้น
ยืน-เดิน-นั่ง-นอน ให้รู้เท่าทันเหตุการณ์อันนี้
ต่อมาก็ว่า‘ให้รู้สึกในการเคลื่อนไหวอิริยาบถย่อย
คู้-เหยียด เคลื่อนไหวโดยวิธีใด-ก็ให้รู้’
เราก็ต้องพยายามทำอย่างนั้น
ถ้าทำตามนั้นแล้วจะเป็นอย่างไร ? ว่างั้น
มันก็รู้จริง ๆ เพราะของจริงมันมีอยู่ในเรานี้**
อย่าไปปกปิดของจริงเอาไว้ เปิดเผยของจริงออกมา
คำว่า‘เปิดเผย’ ไม่ใช่ว่าจะเอามือไปจับเปิด-ไม่ใช่เปิดอย่างนั้น
**‘เปิดเผย’ ก็หมายถึงว่าเราทำให้เปิดเผยตัวเราออกมา
อย่าให้ความผิด-ถูกครอบงำเอาไว้
อย่าไปสร้างปรากฏการณ์ให้มันเกิดขึ้นมา
มันต้องรู้อย่างนั้น**
วิธีที่หลวงพ่อรู้มา-ไม่นาน
เรื่องรูป-นามนี่ หลวงพ่อว่าไม่เกิน ๕ วัน
อย่างนาน ๑๐ วัน-ต้องรู้ ถ้าตั้งใจทำแล้ว-รู้จริง ๆ
ไม่ต้องถามใครอีกเสียด้วยนี่นะ-หลวงพ่อนี่
**หลวงพ่อรู้ธรรมะอย่างนี้ หลวงพ่อไม่ถามใครทั้งหมดเลย
หรือจะทำให้จิตใจเปลี่ยนไปนี่ อยู่ในเกณฑ์เดือนนึง
ผู้ที่ทำจริงจังนี่ ๑ เดือน หรือ ๓ เดือนนี่ล่ะ-รู้
เกณฑ์ที่ทำให้จิตใจเปลี่ยนจากสภาพหนึ่งไปสู่อีกสภาพหนึ่งนี้ เรียกว่าขั้นต้น
ส่วนจะทำให้มันถึงที่สุดของทุกข์นี่
หลวงพ่อคิดว่าไม่เกิน ๓ ปี ถ้าเป็นคนจริงนะ**
*ถ้าคนไม่จริง ๗ ปี-ก็ไม่รู้*…เป็นอย่างนั้น
หลวงพ่อท้าทายมา ไม่มาก-ก็น้อย…ต้องรู้
ถ้าหากยังไม่ทันเป็น ก็ต้องจำได้เลยเดี๋ยวนี้ละ-รู้จัก
เพราะว่าพูดให้ฟังทุกวัน
ตอนเช้า-ตอนเย็น หลวงพ่อพูดให้ฟัง…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ