DM-0221 | ธรรมะประจำวัน 2023-02-13

 “…พระครูวิชิตธรรมาจารย์ เจ้าคณะ อ.เชียงคานนี่


เป็นอุปัชฌาย์ให้(อาตมา)


เมื่อ(ตอน)บวชเป็นพระหนุ่ม ๖ เดือน


ท่านก็เป็นอุปัชฌาย์ให้


มาบวชเป็นหลวงพ่อ-หลวงตาครั้งนี้


ท่านก็เป็นอุปัชฌาย์ให้ เพราะไปหาท่าน


ท่านสอนว่า‘ในประเทศอินเดียมีหลายลัทธิ-มีหลายนิกาย


มีหลายครู-มีหลายอาจารย์สอน เลือกคัดจัดเอาให้เป็น


มี ๑๐๘ ลัทธิ ๑๐๘ อาจารย์ ๑๐๘ ศาสนา


ลัทธิใดก็ตาม-อาจาย์ใดก็ตาม เราชอบ-เราต้องไปหา


เมื่อเราไม่ชอบ-เราไม่ต้องไป’ ท่านสอนอย่างนั้น


จึง**ให้เลือกคัดจัดหาเอาให้เป็น**


หรือ*เราไม่เลือกคัดจัดหาเอาให้เป็น เราก็ไม่รู้*


ดังนั้น ที่มาเล่าให้ฟังเพื่อความตั้งใจ


ในประเทศอินเดีย ถ้าชอบลัทธิของพระพุทธเจ้า


ก็ไปศึกษาเอากับพระพุทธเจ้า


มันมีหลายลัทธิ…ลัทธิชีเปลือยก็มี ลัทธิไม่นุ่งเสื้อ-นุ่งผ้า นี่!


ลัทธินอนเสี้ยน-นอนหนาม ลัทธินอนย่างไฟอะไร


มีหลายลัทธิ ท่านว่าอย่างนั้น


ดังนั้นในเมืองไทยของเราทุกวันนี้ก็เช่นเดียวกัน


มีครูบาอาจารย์หลายท่าน-หลายองค์


สอนไม่เหมือนกัน สอนกรรมฐาน-สอนวิปัสสนานี้


**พระพุทธเจ้าของเรานี่


สอนคนที่ยังโง่อยู่นั่นแหละ-ให้ฉลาดขึ้นมา


สอนคนที่กำลังทำผิดนั่นแหละ


ให้เขาเลิกละจากการทำผิด ให้เขามาทำความถูกต้อง


สอนคนที่มีทุกข์อยู่นั่นแหละ ให้เขาหมดทุกข์ไป**


ท่านสอนอย่างนั้น


ดังนั้นจึงว่า‘ความคิด-ความเห็นของคนจึงไม่เหมือนกัน’


เมื่อความคิด-ความเห็นของคนไม่เหมือนกันแล้ว


การพูด-การสอนก็ไม่เหมือนกัน


อุดมการณ์ของอาตมา


มีอุดมการณ์อย่างนี้ จะพูดอย่างนี้-จะสอนอย่างนี้


*รับรองได้วิธีนี้ เอ้า!


ทำอย่างอื่น ทำมามากพอสมควร-แต่มันไม่รู้


มันไม่มีการเห็นแจ้ง ไม่มีการรู้จริง*


**เมื่อมาทำความรู้สึกตัวนี่แหละ


การเคลื่อน-การไหวโดยวิธีใดก็ตาม ให้มันรู้สึก**


เรียกว่าเราเคยได้พูด-ได้สอนว่า


‘พระพุทธเจ้าสอนให้มีสติกำหนดรู้ในอิริยาบถทั้ง ๔


ยืน-เดิน-นั่ง-นอน ให้มีสติเข้าไปกำหนดรู้’


แต่เท่านั้นก็ยังไม่พอ ท่านยังสอนย้ำเข้าไปว่า


‘ให้มีสติเข้าไปกำหนดรู้ในอิริยาบถย่อย


คู้-เหยียด เคลื่อนไหวโดยวิธีใดก็ตาม’


นี่ ท่านสอนอย่างนั้น


ดังนั้น**ที่ตัวของผม-ตัวของอาตมาสอน


เรียกว่า‘ให้มีสติกำหนดรู้ทุกอิริยาบถ’นั่นเอง


เป็นอย่างนั้น


ก็จะรู้แจ้ง-เห็นจริงตามความเป็นจริง


รับรองได้จริง ๆ เรื่องนี้


ที่ได้ให้ข้อคิดเป็นเครื่องเตือนจิตสะกิดใจมาในวันนี้


ก็เป็นเพียงสั้น ๆ จะมาทำลายโทสะ-โมหะ-โลภะนี่เอง


ให้ตัวรูป-ตัวเวทนา-ตัวสัญญา-ตัวสังขาร-ตัววิญญาณ


ทำหน้าที่ของมันจริง ๆ อย่าไปขัด


เรียกว่า‘ศึกษาธรรมะกับธรรมชาติจริง ๆ’**


เอาแหละ ที่อาตมาได้ให้ข้อคิด


เป็นเครื่องเตือนจิตสะกิดใจมาในวันนี้


ก็เห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว


ท้ายที่สุดนี้ อาตมาพร้อมด้วยพระสงฆ์และญาติโยม


มานั่งฟังธรรมะอยู่ ณ สถานที่นี้


อาตมาขออ้างอิงเอาคุณของพระพุทธเจ้า


และพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


และคุณของพระอรหันตสาวก(ของ)พระสัมมาสัมพุทธเจ้า


มาเตือนจิตสะกิดใจของพวกเรา


**ให้พวกเราได้ประพฤติปฏิบัติตามอย่างที่พระพุทธเจ้าสอนว่า


‘สัตว์ทั้งหลาย เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วที่แห่งนั้น


แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย’**”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive