“…อาตมาไปปฏิบัติธรรม คราวนั้นอายุ ๔๐ กว่าปี
คิดว่าอยากรู้ธรรมะ-อยากเห็นธรรมะ อยากเข้าใจธรรมะ
*แต่ก่อนนั้นไม่เข้าใจธรรมะ
ธรรมะ
ก็นึกว่าตัวหนังสือ นึกว่าพระพุทธรูป
นึกว่าวัด นึกว่าเป็นโบสถ์-เป็นวิหาร
เข้าใจอย่างนั้น*
**ต่อมาเมื่อเข้าใจอย่างนี้แล้ว(รู้ธรรมะแล้ว)
‘โอ-ธรรมะนั้นคือตัวทุกคน’**
ถ้าเราไปโกรธคน-ไปด่าคน ก็ไปด่าธรรมะ
ถ้าเราไปโกรธคน-ไปด่าคน ก็ไปด่าศาสนา
เมื่อเราไปโกรธศาสนา-ด่าศาสนาแล้ว
เราก็ไม่มีศาสนา-เราก็ไม่เห็นศาสนา
เมื่อเราไปโกรธคน-ไปด่าคน ก็คือไปโกรธธรรมะ-ไปด่าธรรมะ
เราก็ไม่เคารพธรรมะ
ดังนั้น พระพุทธเจ้าทุกพระองค์จึงเคารพพระธรรม
เคารพพระธรรม ก็คือเคารพตัวเรา
เคารพพระธรรมให้เป็น ไหว้ตัวเองให้เป็น
ยกมือไหว้ตัวเองให้ได้ กราบตัวเองให้ได้
ยกมือไหว้ตัวเองอย่างไร ?
ถ้าคนอื่นยกมือไหว้เรา-เราก็ยกมือไหว้ตัวเอง ไม่ใช่ยกมือไหว้คนอื่นนะ
‘เห็นเราทำดี-พูดดี ยกมือไหว้ตัวเองได้
ก็เป็นการยกมือไหว้คอื่นพร้อม ๆ กันไป’ ท่านว่าอย่างนั้น
ดังนั้น *มีตาทิพย์-หูทิพย์…ไม่ใช่ตาทิพย์ นั่งอยู่ที่นี่-ไปเห็นไกล ๆ โน้น*
อันนั้นตาทิพย์ของบุคคลผู้ที่รู้อย่างนั้น
หูทิพย์ นั่งอยู่ที่นี้-ฟังคนพูดไกล ๆ ได้ยิน
อันนั้น หูทิพย์ของบุคคลผู้ที่รู้อย่างนั้น
แต่**ที่พระพุทธเจ้าท่านสอนนั้น พระองค์สอนให้เห็นตัวเรานี่แหละ
จึงว่าเรียกว่า‘เห็นธรรม-รู้ธรรม-เข้าใจธรรม
สัมผัสกับธรรม-อยู่กับธรรม-นอนกับธรรม
ไปไหน-มาไหน ก็ไปกับธรรมะ-อยู่กับธรรมะ
ไม่ปล่อยปละละเลยธรรมะออกไปที่ไหนเลย
อันนี้แหละ การปฏิบัติธรรมที่จะเอาไปใช้กับชีวิตของเรา
เข้าวัดก็ได้-ไม่เข้าวัดก็ได้ รักษาศีลก็ได้-ไม่รักษาศีลก็ได้
เป็นการพัฒนาตัวเอง เป็นการสังคายนาตัวเอง
ให้รู้เท่า-รู้ทัน รู้จักกัน-รู้จักแก้ เห็นจิต-เห็นใจตัวอง**
ร่างกายนี้ มันเน่าเปื่อยเป็น-ถ้าตายแล้ว
แต่จิตใจนั้น ตายไปแล้ว-เขายังเอาเรื่องมาว่า
‘คนนั้นไม่ดี-คนนี้ไม่ดี’ แน่ะ-มันตายไม่เป็น
ความดี-ความชั่ว มันมีอยู่ประจำในโลกนี้
ถ้าคนดีนะ (ก็ว่า)‘ใจคนนั้นดี-คนนั้นมีธรรมะ’…แน่ะ-ตายไม่เป็น
ความจริงนั้น-จึงตายไม่เป็น
ความชั่วนั้น ก็ตายไม่เป็นเช่นเดียวกัน
ดังนั้นจึงว่า **อยากให้ทุกคนได้ประพฤติ-ปฏิบัติตัวเอง**
อย่าให้มันเป็นบ้า…มีเงินมาก ๆ ก็ทุกข์-ไม่มีเงินก็ทุกข์
**มีเงินมาก ๆ ก็ไม่ทุกข์ ไม่มีเงินก็ไม่ทุกข์
ถ้ารู้ธรรม-เห็นธรรม-เข้าใจธรรมแล้ว**
มีความรู้มาก ๆ ก็ทุกข์ เรียนหนังสือมาก ๆ ก็ทุกข์
ถ้าไม่รู้-ไม่เห็นธรรม
**เรียนหนังสือมาก ๆ ก็ไม่ทุกข์ ถ้าเห็นธรรม-รู้ธรรม-เข้าใจธรรม**
เรียนทางโลกจนจบปริญญาเอก นอนไม่หลับ-เป็นบ้า
ไปเอายามากิน ยานอนหลับ-ยาระงับประสาท
แน่ะ! ทุกข์ไหม ? นั่นแหละ*ทุกข์
จึงว่า‘ไม่รู้จักสมุทัย-ไม่รู้จักความคิดตัวเอง’*
คำว่า‘สมุทัย’ พูดเป็นนะ-นักศึกษาสมัยนี้
แต่ก็ยังไม่เข้าใจสมุทัย
แม้จะเรียนจนจบประถม-มัธยม ปริญญาตรี-โท-เอกก็ตาม
เรียนเป็นพระทางธรรม
บัดนี้เป็นนักธรรมตรี-นักธรรมโท-นักธรรมเอก
เรียนมหาเปรียญประโยค ๓ ไปจนประโยค ๙
บางคนก็ยังไม่เข้าใจสมุทัย บางคนก็เข้าใจ
ไม่ใช่เสมอกันไปหมดนะ ที่พูดนี้”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ