DM-0216 | ธรรมะประจำวัน 2023-02-08

 “…ผมไปอ่านหนังสือ-ตำราหลักสูตรนักธรรมชั้นโทว่า


‘พระโสดาบันจะมาเกิดในเมืองมนุษย์อีกชาติหนึ่ง คือเอกะพีชี’


ผมเลยนึกได้ว่า


‘โอ้! พระโสดาบันนี่ เขาจะมาทำงานบ่อนนี้อีกตื่มเทือหนึ่งเด๊


เพราะงานมันบ่แล้ว’ ผมนึกอันนี้ขึ้นมา


ฉะนั้นเรื่องกัป-เรื่องกัลป์ เรื่องวิพากษ์วิจารณ์หมู่นี้-ผมหมดสิ่งที่เว้า


เรื่องการทำบุญ-ให้ทานนั้น มันเป็นเหยื่อล่อซือ ๆ


เรื่องการทำบุญ-ให้ทาน รักษาศีล


อย่างใด ๆ ก็ตาม-เป็นเหยื่อล่อ เพราะให้คนติดเราซะก่อน


เมื่อติดเราแล้ว เราจะยั่วเขาได้


หรือว่าบอกเขาได้ ทำได้-เฮ็ดได้


อย่างนี้เขาจึงจะฮัก เฮ็ดนำเราได้


**ปัญหามันมีเพียงอย่างเดียวว่า


‘พระพุทธเจ้าตัดผมครั้งเดียว


ยาวเท่า ๒ ข้อมือ และไม่ยาวอีกต่อไป


และไม่สั้นอีกต่อไป เท่าเดิม-เสมอตัว’


ปัญหามันจุดนี้แหละ ขอให้เข้าใจไว้


‘เรื่องอาการเกิดดับ’**


ไม่ใช่ว่า(ความ)คิดนี้ มันเกิด-มันดับนี้


(ไม่ใช่)หูได้ยิน-มันเกิด มันส่งเข้าไปถึงจิตใจ-มันดับ


อันนั้นเขาสอนกันอยู่ก่อนแล้ว เรื่องนี้เขาสอนกันอยู่ก่อน


บ่แม่นจุด(ที่)พระพุทธเจ้าชี้ (เป็น)จุด(ที่)อาจารย์องค์อื่นชี้มา


ถ้าหากผู้ใดไปชัก-ไปกล่าวเอาคำสอน‘อาการเกิดดับที่แท้จริง’นั้น


มาว่าเป็นจุด ๆ นี้นั้น ผมว่าผู้นี้ก็ชี้เป้าหมายผิด


และต่อไปนี้ หาก…


ผมว่า-คงจะเป็นคนฆ่าผมอีกซะด้วย


หรือฆ่าพระพุทธเจ้าไปอีกซะด้วย ครั้นหากพระพุทธเจ้ายังมีอยู่


เพราะผมบ่ได้เจตนาว่าซิบอกเลข บอกบัตร-บอกเบอร์ใครทั้งหมด


**ผมมีความจงรักภักดี จะมาเว้าธรรมะอันนี้อย่างเดียวเท่านั้น


มีจุดหมายปลายทางอยากให้คนเข้าใจธรรมะ


ได้รับความสุข(จาก)ที่ว่า‘เราเป็นชาวพุทธ’เท่านั้น**


ฉะนั้น ที่ผมเคยได้เตือนเพื่อน ๆ มา


‘อย่าบอกเถอะเรื่องเลข เรื่องบัตร-เรื่องเบอร์


มันบ่แม่นความจริง มันบ่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า’


กระทั่งผมเองก็บ่เคยเว้าจักเทื่อเรื่องเลข เรื่องบัตร-เรื่องเบอร์


**(ผม)เว้าเรื่อง‘ไปซือ ๆ’**


โดยมากผมมาอยู่ขอนแก่นนี่ ครั้นผมเว้าอันนั้น-อันนี้


(คนก็)จับเอาไปตีเป็นเลข เป็นบัตร-เป็นเบอร์ไป


อ้าว! หลายคน ก็ถูกผู้หนึ่งแล้ว-หลายความคิด


ครั้นถูก-ก็หาว่าผมบอกเลข ผีตายกินหัวคนนี้


ความจริงผมบ่ได้มีเจตนาอย่างนี้จักเทื่อ


ตั้งแต่เกิดมา ผมบ่ได้คิดเจตนา


**แม้ผมมาบวช ผมมีเจตนาอย่างเดียว


‘ซิมาเว้าธรรมะอันนี้เท่านั้น’** ผมจำอยู่ในใจ-ฝังอยู่ในใจผมนี้


ถามท่านอาจารย์มหาก็ได้ ถามผู้ที่เคยอยู่กับผมนานปีก็ได้


ผมนึกอยู่แล้วว่า


‘ถ้าหากเว้าเรื่องพระพุทธศาสนา เรื่องคำสอนของพระพุทธเจ้านี่


(ถ้า)เมืองไทยนี้เข้าใจธรรมะดีกันแล้ว


ผมยังอยากเรียนภาษาอังกฤษอยู่เท่าทุกมื้อนี้


ผมอยากไปเว้ากับฝรั่ง’ ผมได้เว้าเรื่องนี้อยู่บ่เซา


‘ผมซิไปนุ่งกางเกงบักดำ ๆ นั่นแหละ เสื้อดำ ๆ นั้น


ไปเว้ากับอเมริกา-กับฝรั่ง **ให้พูดภาษาปฏิบัติธรรมะ


ผมจะชี้เข้าไปจุดเดียวเท่านี้ ไปทำงานกับอั้นนี้เท่านั้น’**


ผมคิดอยู่


เพราะพวกนั้นเป็นนักปัญญาชน-ความคิดมาก ผมว่าคงจะเข้าใจ


เมื่อฝรั่งเข้าใจแล้ว ผมยังจะสึกอีกตื่มเทื่อหนึ่ง


ละเพศนั้น จะไปสอนเจ๊ก


บัดนี้ไปสอนคนจีน ซิบวชเป็นพระจีน


(ถ้า)บ่เชื่อ ถามหมู่ที่เคยไปอยู่นำผม


ผมได้เคยตั้งสังเกต(ปณิธาน)จั่งซี้อยู่บ่เซาจักเทือ


เรื่องการบวช-การสึกนี่ บ่สำคัญ


เห็นว่าเจ้าของบวชมา


ว่าเจ้าของได้ปฏิบัติหลักพุทธศาสนาอย่างถูกต้องแล้วนั้น


ถูกอยู่-ถูกเพียงแค่สมมติ บ่แม่นถูกเนื้อแท้


ปัญหามันมีอยู่เพียงแค่นี้ครับ


เท่าที่ผมคิดมาอยู่เป็นเวลาหลายมื้อ-หลายวัน


หลายปี-หลายเดือน ที่มาอยู่ร่วมกันนี่


เรื่องประสบการณ์การปฏิบัติธรรมนั้น


เล่าให้ครูบาอาจารย์ หรือว่าแม่ออก-พ่อออก


หรือเณรฟัง มื้อนี้ก็ว่าพอสมควรแล้ว…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive