DM-0210 | ธรรมะประจำวัน 2023-02-02

 “…**เมื่อเราเห็น-เรารู้


เราสัมผัสจิตใจที่มันนึก-มันคิด แนบแน่นอยู่ที่ตรงนี้


มันก็เลยไม่หลงตัว-ไม่ลืมตัว ไม่หลงจิต-ไม่ลืมจิต


มันก็เป็นใหญ่ในตัวได้-เป็นใหญ่ในจิตได้ มันก็บังคับตัวได้-บังคับจิตได้


นี่เป็นขั้นต้นที่สุด


ทุกข์ก็เลยไม่เกิดขึ้น ก็เลยเป็นนิโรธ


พ้นไปจากความยึดมั่น-ถือมั่น


พ้นไปจากโทสะ-โมหะ-โลภะที่มันเกิดขึ้น โดยเฉพาะในปัจจุบัน


ดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงสอนแล้ว-สอนอีกแต่ในเรื่องปัจจุบันเท่านั้น


อันนี้แหละเป็นการพัฒนา-เป็นวิวัฒน์พัฒนา เป็นการทำดีให้ตัวเอง**


‘พระพุทธเจ้าตรัสรู้เพราะการกระทำทางจิต’ ท่านว่าอย่างนั้น


อันนี้มันก็มีพร้อมทุกอย่างแล้ว


มีการรักษาศีล-มีการทำกรรมฐาน มีการให้ทานอย่างสูงสุด


ตามคำกล่าว-คำสอนในทางพุทธศาสนา


ทำไมถึงว่าทาน-ทำไมถึงว่าสูง ? อาจจะมีความข้องใจอย่างนี้


**‘ทาน’ ก็หมายถึงเสียสละ


คือใครพูด-ใครกล่าว ก็ไม่ไปสนใจเลย


หูได้ยิน-แต่มันไม่ไปสนใจ มันฟังได้-แต่มันไม่สนใจ


มันสนใจดูอยู่แต่เฉพาะที่จิตใจนี่เอง


คำพูด-คำกล่าวอันนั้น มันจึงไม่เข้ามาได้


อันนี้แหละ ท่านว่าจิตใจสงบ-จิตใจสะอาด-จิตใจสว่าง


มันอยู่ที่ตรงนี้เอง เพราะเห็น-เพราะรู้-เพราะเข้าใจที่ตรงนี้


เรียกว่า‘สะอาด-สว่าง-สงบ’


‘สะอาด’ ก็คือจิตใจไม่ขุ่นมัวนั่นเอง


‘สว่าง’ ก็หมายถึงการเห็นแจ้งนั่นเอง


‘สงบ’ ก็หมายถึงมันไม่ไปยึด-ไปถือนั่นเอง


คือมันไม่ไปยึดมั่น-ถือมั่นนั่นเอง เท่านี้แหละ


เด็กก็ปฏิบัติได้ ผู้ใหญ่ก็ปฏิบัติได้


คน(วัย)กลางคนเป็นพ่อบ้าน-แม่เรือนก็ปฏิบัติได้


อยู่ที่ไหนก็ปฏิบัติได้ นี้แหละใบไม้กำมือเดียว


แม้ที่สุดเข้าวัดก็ได้ ไม่เข้าวัดก็ได้


รับศีลก็ได้ ไม่รับศีลก็ได้


มันสมบูรณ์แบบแล้ว-อันนี้**


ที่นำมาเล่าให้ฟังนี้ ก็เพื่อเตือนจิตสะกิดใจว่า


**บุคคลที่ไม่เคยเข้าวัด ไม่เคยฟังเทศน์-ไม่เคยฟังธรรม


ไม่เคยให้ทาน ไม่เคยรักษาศีล


ก็สำเร็จได้เช่นเดียวกัน เพราะมันมารวมอยู่ที่จุดนี้นี่เอง**”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive