“…คำว่า‘สัมมาทิฏฐิ’
ก็หมายถึง เห็นถูกต้อง-หรือเห็นชอบ
ถ้าเป็น‘มิจฉาทิฏฐิ’
ท่านว่า‘ไม่เห็นถูกต้อง-ไม่เห็นชอบ’
แต่ว่าเราไม่เคยรู้(จัก)ว่า
สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ-ความเห็นถูกต้อง
แล้วจะให้ใครมาตัดสินให้เรา ?
**ก็ต้องเราตัดสินเอาเอง
ว่าตัวของเรามันมีอย่างนี้ เรียกว่า‘เห็นถูกต้อง’
เห็นตาเราลืม(ขึ้น)-หลับลง
หูเรา (เมื่อ)มีคนพูด-ได้ยิน
นี่แหละเห็นชอบ-เห็นถูกต้อง เห็นจริง ๆ
เพราะทุกคนมีอันนั้นจริง ๆ
จึงว่า‘เห็นตา-เห็นหู-เห็นจมูก
เห็นปาก-เห็นกาย-เห็นใจ’
นี่เห็นถูกต้อง เป็นสัมมาทิฏฐิ**
หลวงพ่อเข้าใจอย่างนั้น
แต่ว่าเห็นสิ่งอื่น หลวงพ่อไม่เข้าใจ
นี่-เมื่อเห็นถูกต้องจริง ๆ
อย่างเห็นสัตว์-อย่างสุนัข บ้านหลวงพ่อเรียกว่า‘หมา’
สีดำ สีแดง หรือสีขาว สีอะไร…ก็รู้ทันที
เรียกว่า‘เห็นถูกต้องจริง ๆ’ เห็นอันนี้
อย่างที่หลวงพ่อเคยทำกับครูอาจารย์มา
*นั่งภาวนาพุท-โธบ้าง สัมมา-อะระหังบ้าง
นับ ๑-๒-๓ บ้าง หรือว่าพอง-ยุบ
ดูลมหายใจ-อานาปานสตินั้น
ท่านว่า‘เห็นสี-แสง ผี-เทวดา นรก-สวรรค์
หรือเห็นลูกแก้ว เห็นพระพุทธรูป เห็นพระพุทธเจ้า’
อันนั้นหลวงพ่อไม่เห็น
แต่(ถึง)เห็น ก็ไม่เป็นของจริง-มันเป็นมายา*
ครูบาอาจารย์ท่านว่า‘ใกล้จะเห็นธรรมแล้ว’
ท่านว่า‘เห็นนิมิตแล้วนี่’ ท่านสอนอย่างนั้น
ตัวเองก็ขยันเข้า
(เพราะ)อยากเห็นธรรมะ อยากเห็นของจริง
อันนั้นแสดงว่า
คนที่สอนก็รู้อย่างนั้นมา และคนปฏิบัติก็รู้อย่างนั้นมา
ก็สอนผิด ๆ กันมา
เรื่องนี้ ตัวของอาตมาพูดเรื่องตัวอาตมาเอง
*นั้นไม่ใช่เห็นธรรมะ
อันนั้นแหละ-เราไม่เห็นธรรม* …”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ