DM-0201 | ธรรมะประจำวัน 2023-01-24

“…*ความทุกข์นั้นคือโทสะ


ทุกข์เพราะมีโทสะมาทำให้เราโกรธ (ทำ)ให้เราเครียด เราไม่พอใจนี่


ทุกข์เพราะเราหลงนี่*


**ถ้าเราไม่หลง-โทสะก็เกิดขึ้นไม่ได้**


*ทุกข์เพราะเรามีโลภะนี่*


**ถ้าเราไม่หลง-เราไม่โกรธ โลภะก็เกิดขึ้นไม่ได้**


*ทุกข์เพราะสิ่งนี้*


*พระพุทธเจ้าสอน ‘ทุกข์เพราะโทสะ-โมหะ-โลภะมารบกวน


เหมือนกับเราอยู่ในถ้ำมืดปิดอย่างนั้นน่ะ


คว่ำหน้าอยู่อย่างนั้นแหละ


ไม่มีความสว่างภายในจิตใจ’*


**เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด คำสอนของพระพุทธเจ้า**


คนสมัยนี้ว่า ‘ขัดใจ-ไม่พอใจ-ไม่ถูกใจ’


อันขัดใจนั่นถูกแล้ว อันไม่พอใจนั้น-ไม่ถูก


คือพอใจแล้ว มันเจ็บแล้ว


‘ขัดใจ-ถูกใจ’ แปลว่าไม่ถูกใจน่ะ-ไม่ถูก


*มันถูกใจเราจริง ๆ


โทสะมันถูกแล้ว-โมหะมันถูกแล้ว-โลภะมันถูกแล้ว*


**จึงว่า‘ให้ดูไปที่ตรงนี้ ให้เห็นที่ตรงนี้


ให้เข้าใจที่ตรงนี้จริง ๆ’**


*ถ้าหากไม่เห็น-ไม่เข้าใจ-ไม่สัมผัสที่ตรงนี้


ความทุกข์นั้นจะไม่จางคลายลงไปเลย*


แม้จะศึกษาเล่าเรียนพระไตรปิฎกจนจบก็ตาม


แปลภาสมภาษาคล่องแคล่วว่องไว


รู้จักอรรถ รู้จักแปลทุกสิ่ง-ทุกอย่างก็ตาม


*ถ้าหากยังไม่มาแก้ความสับสนวุ่นวาย


ความเดือดร้อนที่ตรงนี้ ก็ยังไม่สมควร


ยังไม่คุ้มค่ากับความมาเกิดเป็นคน*นั่นเอง


ดังนั้นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหมด


ประมวลลงมาจุดนี้เป็นข้อแรกที่สุด


**เมื่อทำลายโทสะ-โมหะ-โลภะได้


นั่นแหละเรียกว่า‘เรามีศีล’


ศีลจึงเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ**


กิเลสอย่างหยาบ ไม่ใช่ว่า(คือ)เสื้อผ้า


เงินทอง-อะไรต่าง ๆ นั้น ไม่ใช่อย่างนั้น


อันนั้นมัน(ก็)จริง


*กิเลสอย่างหยาบ คือโทสะ-โมหะ-โลภะนี่เอง


แล้วก็กิเลส-ตัณหา-อุปาทาน-กรรมทำชั่วนั่นเอง


อันนี่แหละ‘กิเลสอย่างหยาบ’*


**เมื่อสิ่งเหล่านี้ลดน้อยลงไป ศีลจึงปรากฏ


เพราะศีลมันหงายหน้าขึ้นมาแล้ว


ศีลนั้นคลายเกลียวที่มันอัดแน่นนั่นออกแล้ว


จึงว่า‘ศีลจึงเป็นเครื่องทำลายกิเลสอย่างหยาบ’


กิเลสอย่างหยาบจางคลายไปแล้ว


ก็รู้แจ้ง-เห็นจริงตามความเป็นจริง คือศีล


‘ศีล’นั้นแปลว่า ปกติกาย-ปกติวาจา-ปกติใจ


จึงเห็นว่ากายปกติ-วาจาปกติ-ใจปกติ


อัน‘ความปกติ’นั่นแหละ เรียกว่า‘ศีล’**


ถ้าเราไปรับศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐


ศีล ๒๒๗ ศีลสามร้อย(สิบเอ็ด)ก็ตาม


*(ถ้า)ยังไม่เห็นกาย-เห็นวาจา-เห็นใจเราปกติ


แสดงว่าอันนั้นเป็น(ศีล)สมมติเท่านั้นเอง


ยังไม่เป็นตัวศีลแท้*


**ตัวศีลแท้-ตัวศีลจริง ๆ นั้น คือความปกติ


เมื่อ(มี)อะไรมาแตะต้อง-สัมผัส(เรา)


เราก็ต้องเห็น-ต้องรู้-ต้องเข้าใจ


เพราะเรามีปกติแล้ว**


สมมติให้ฟัง


เรานั่งอยู่ในขณะนี้แหละ มีคนมาจับมือ


หรือจับแข้ง-ขับขา จับที่ไหนก็ตาม


มี ๒ คน ๓ คน มาจับพร้อมกัน


ก็รู้ปึ๊บพร้อมกันทันที เพราะเรามีปกติแล้ว


ดังนั้น **ความปกตินั่นแหละคือศีล


ศีลจึงเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive