DM-0196 | ธรรมะประจำวัน 2023-01-19

“…พระพุทธเจ้าผู้เป็นอรหันต์ ที่เราเคารพนับถืออยู่ทุกวันนี้


ท่านจึงตรัสว่า**‘สัตว์ทั้งหลาย-เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น


แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย


ให้พวกเธอทั้งหลายประพฤติ-ปฏิบัติอย่างเราตถาคตนี้


เมื่อประพฤติ-ปฏิบัติอย่างเราตถาคตนี้แล้ว


ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้’


ที่ท่านว่ารู้-เห็นนั้น รู้-เห็นอะไร ?


ก็รู้-เห็นตัวเราเป็นอย่างไร


ก็เป็นอย่างที่เราเป็น เรียกว่ารู้-เห็น-เป็น


มีอะไร ? มีอย่างที่เรามี-คือมีความไม่มีทุกข์


ความไม่มีทุกข์-มีเหมือนกันกับพระองค์**


อันนี้แหละที่พระพุทธเจ้าท่านสอน


**ที่ว่า‘ให้เราเจริญสติ-เจริญสมาธิ-เจริญปัญญา’นั้น


‘เจริญ’แปลว่าทำให้มาก


เมื่อทำมาก มันก็เจริญขึ้น-มีขึ้น-มากขึ้น


ความรู้สึกมีมากขึ้น-มากขึ้น ความไม่รู้-มันก็ลดน้อย-ลดน้อยไป


ดังนั้นเมื่อเห็น-รู้-เข้าใจการเคลื่อน-การไหวนี้มากขึ้น มากขึ้น


ความไม่รู้-ไม่เห็น มันก็ลดน้อยไป


มีแต่ความรู้-ความเห็น-ความเข้าใจ-มีความสัมผัสได้อยู่ทุกขณะ ทุกเวลาแล้ว


ก็เรียกว่า‘มันสมบูรณ์’-เรียกว่า‘เจริญ’** มันเป็นอย่างนั้น


บัดนี้เมื่อเห็น**จิตใจมันนึก-มันคิด…ก็เห็น จิตใจมันนึก-มันคิด…ก็รู้


จิตใจมันนึก-มันคิด ก็เข้าไปสัมผัส-แนบแน่นอยู่กับสิ่งเหล่านั้น


เรียกว่า‘เป็นมรรค’


มรรคจึงเป็นข้อปฏิบัติเพื่อให้ถึงความดับทุกข์


เมื่อเห็น-รู้อยู่อย่างนั้นแหละ เป็นมรรค


ผลมันออกมา-ก็ไม่มีทุกข์


คือไม่ยึด-ไม่ถือ รู้เท่า-รู้ทัน-รู้จักกัน-รู้จักแก้


นี้แหละเป็นการปฏิบัติธรรมอย่างง่าย ๆ อย่างลัด ๆ-สั้น ๆ


ใครเอาไปปฏิบัติก็ได้-จึงเป็นหลักสากล


ที่ว่าเป็นหลักสากล-ก็เพราะทุกคนปฏิบัติได้


นั่ง-นอน-ยืน-เดิน เข้าห้องน้ำ-ห้องส้วม…ก็ดูการเคลื่อนไหว ดูจิต-ดูใจ


เวลาฉันอาหาร ก็ดูจิต-ดูใจ-ดูการเคลื่อนไหว


จับอาหารเข้ามากินในปาก-ก็รู้ เพราะมันเคลื่อนไหวไปนี่**


*ที่เราไม่รู้นั้น-เพราะเราไม่เคยกำหนดมัน


มันก็เลยไม่เป็นการปฏิบัติธรรมะ


มันก็เลยเคลื่อนไหวไปโดยสัญชาตญาณ


เป็นไปตามธรรมชาติของความเป็นสัตว์-เหมือนกันกับสัตว์


สัตว์มันไม่มีความจำ-มันจำไม่ได้


แต่มันก็เคลื่อนไหวไป-มาเหมือนกับคน เหมือนกับมนุษย์*


ดังนั้นจึงว่า **มันเป็นหน้าที่ของคนที่จะฝึกหัดได้


มันเป็นหน้าที่ของมนุษย์ที่จะฝึกหัดได้**


*สัตว์เดรัจฉาน-ฝึกหัดไม่ได้ เพราะมันไม่มีความจดจำ*


คนโบราณท่านจึงสอนเอาไว้ว่า


‘สวรรค์ก็ตาม-นิพพานก็ตาม เป็นสมบัติของคน-เป็นสมบัติของมนุษย์’


จึงว่ามนุษย์สมบัติ-สวรรค์สมบัติ-นิพพานสมบัติ


**เหล่านี้เป็นสมบัติของคน-เป็นสมบัติของมนุษย์ที่จะทำเอาได้


และก็เอามาใช้ได้เหมือนกันทุกคน**


ดังนั้น**พวกเราทั้งหลาย จึงต้องประพฤติ-ปฏิบัติตัวเรา


จึงว่า‘เป็นการปฏิบัติธรรม-เป็นการปฏิบัติชีวิต


เป็นการปฏิบัติจิต-ปฏิบัติใจ เป็นการปฏิบัติตัวเรา**


*คนเรา หากไม่มีการพัฒนาแล้ว-จิตใจมันจะไม่รู้


เพราะเราไม่เคยเข้าวัด ไม่เคยพบสัตบุรุษ-บุคคลที่มีความรู้


เมื่อไปทำ มันก็เลยไม่รู้*


การไปนั่งภาวนาพุท-โธ หายใจเข้า-หายใจออก พอง-ยุบ ดูลมหายใจ


**อันใดก็ตาม เป็นการปฏิบัติเพื่อจะมาลดโทสะ-โมหะ-โลภะนี้เอง


ไม่ให้โทสะ-โมหะ-โลภะเกิดขึ้นได้ภายในจิตใจ


เพราะโทสะ-โมหะ-โลภะเป็นของเน่า เป็นของเหม็น-เป็นของสกปรก**


*ไม่ใช่เพื่ออย่างอื่น*


**เมื่อเราเห็น-เรารู้-เราเข้าใจ เรียกว่า‘มรรค’


มรรคจึงเป็นข้อปฏิบัติไม่ให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น


อันนี้เป็นการปฏิบัติอย่างง่าย ๆ


ไม่ต้องไปอ้างอิงศึกษาเอากับตำรับ-ตำราก็ได้


ปฏิบัติอยู่ที่ไหนก็ได้


เมื่อเราเห็น-เรารู้-เราเข้าใจแล้ว


ความยึดมั่น-ถือมั่นว่าเป็นตนเป็นตัว ซึ่งมันเป็นทุกข์


เราก็เลิกละจากสิ่งเหล่านั้น-เป็นผล**


**เราต้องไม่เข้าไปยึด-ไปถือ ให้มาดูที่จิต-ที่ใจของเราอยู่เสมอนี้


เป็นการปฏิบัติอย่างง่าย ๆ**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive