DM-0187 | ธรรมะประจำวัน 2023-01-10

“…ตอนเย็นหลังจากไปอาบน้ำแล้ว


ก็เดินจงกรม เดินกลับไป-กลับมา…ความคิดวูบขึ้นมา


คล้าย ๆ กับมีคนมาผลักที่สีข้างนี้เอง


ก็เลยมาหาความคิด


ความคิดมันไม่เป็นตน-ไม่เป็นตัว หาไปก็ไม่เห็น


‘เอ๊! มันเป็นอะไร ดูมันไม่เห็น’


มันคิดขึ้นมาวูบที่ ๒ นี่ ‘เอ๊! มันคิดขึ้นมาจากที่นี่’


ก็เลยคอยจ้อง เหมือนแมวกับหนูนี่แหละ


พอดีหนูออกมา แมวตะครุบทันที


อันนี้ก็เหมือนกัน


**พอดีมันคิดขึ้นมาปุ๊บ เห็นทันที


รู้เท่า-รู้ทัน รู้จักกัน-รู้จักแก้


รู้จักเอาชนะได้จริง ๆ ในเรื่องนี้


มันมีในคนและสัตว์


ก็เลยรู้สมุฏฐานต้นเหตุกำเนิดที่เกิดของทุกข์จริง ๆ**


*ความจริง ความโกรธ-ความโลภ-ความหลง


มันก็ไม่ได้มีอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะเราหลง


คือเราไม่ได้เห็นต้นตอของชีวิต-จิตใจนี่เอง*


มันเป็นอย่างนั้น


สมมติให้ฟัง


เรามาที่นี่ นอน(บนพื้น)ดิน


บางคนก็มีสาด-มีเสื่อปู บางคนก็ปูผ้ายาง


บางคนก็มีผ้าจีวรปู ญาติโยมก็เอาผ้าอาบน้ำปู


เมื่อกางมุ้งลง ยุงมันเข้ามากัดเราไม่ได้


แต่สำหรับมด มันต้องกัดเราได้นะ


บางคนมีปัญญา เอามุ้งลงใต้เสื่อ-ใต้สาด-ใต้ผ้าปู


แต่มันยังหาวิธีเข้ามากัดเราได้


เมื่อไม่รู้วิธีกางมุ้ง มดมันไต่เข้ามาสบาย


มันเข้ามากัดเราได้ทุกค่ำ-ทุกคืน


บัดนี้คนที่มีปัญญาพอสมควร ก็ต้องคิดหาวิธี


ว่าเราจะทำอย่างไร จึงจะไม่ให้มดมากัดเรา


เราต้องหาสมุฏฐานและปากรูของมด ว่ามันอยู่ที่ไหน ?


เราต้องค้นหาทางของมัน ว่ามันมาจากที่ไหน ?


เราต้องทำลายรังของมัน มดมันก็จะหนี


(มด)มันเข้ามาใกล้เราไม่ได้ฉันใด


ที่เราจะทำลายความโกรธ-ความโลภ-ความหลง ก็เช่นเดียวกัน


**เราต้องมาดูต้นตอของชีวิต-จิตใจนี่เอง**


ทีนี้มดมันก็ไม่ได้มาหาเรา (ไม่ได้)มากัดเราแล้ว


เพราะเรารู้จักต้นเหตุหรือสมุฏฐานของมัน


เราไปตัดเส้นทางมันได้ เราไปทำลายรังมันได้


มันก็ไม่มารบกวนเราอีก


อันนี้แหละ ท่านผู้ฟังทั้งหลาย


**‘การเป็นชาวพุทธ มันไม่ยาก’**


*แต่บางคนเข้าใจว่า


ไปเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐานแล้ว ไปทำมาหากินไม่ได้


อันนั้นมันเป็นการเข้าใจผิด*


**ถ้าหากเรารู้วิปัสสนาแล้ว


นำเอาไปใช้กับการงานได้ทุกวิธี ได้ทุกลมหายใจ


เพราะไม่มีทุกข์นั่นเอง


คำสอนของพระพุทธเจ้าสอนให้เราดับทุกข์ที่ตรงนี้


ไม่ใช่ว่า ตายแล้วจึงจะไปดับทุกข์**


*ตายแล้ว มันจะไปดับทุกข์ได้อย่างไร ?


มันดับไม่ได้ !*…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive