DM-0175 | ธรรมะประจำวัน 2022-12-29

“…‘พระ’ แปลว่าผู้สอนคน-สอนให้รู้จักความจริง


ถ้าหากเป็นพระสงฆ์โดยสมมติ สอนคนที่ไม่รู้-ให้รู้


เขาเรียกว่า‘พระ’


แต่ถ้าหากบุคคลที่รู้ไปสอนคนที่ไม่รู้


ถ้าอยู่ในบ้าน-ในชุมชน เขาเรียกว่า‘ครูโรงเรียน’


ดังนั้น วัดจึงเป็นโรงเรียนที่สอนคนเรื่องชีวิต-เรื่องจิตใจ


แต่*เดี๋ยวนี้วัดเรามีมาก แล้วชวนคนให้ทำบุญกองกฐิน-แจกซอง


แต่ที่จะสอนให้คนดูจิต-ดูใจ


ละความโลภ-ความโกรธ-ความหลงให้เป็นนี่ มีน้อยเหลือเกิน*


พวกเราลองคิดดู ถ้าหากว่าตัวบุญมีจริง


ทำบุญแล้วจะมีเงินมาก ๆ เรามาเอาบุญเสียคนเดียวจะดีไหม ?


หลวงพ่อว่า-ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ หลวงพ่อไม่บอกใครทั้งหมดเลย


เอาบุญคนเดียวดีกว่า ไม่อยากให้ใครเสียด้วย


แต่เดี๋ยวนี้ มันไม่เป็นอย่างนั้น


ต้องเที่ยวไปบอกบุญโยม แจกซองให้มาเอาบุญด้วยกัน


ถ้าบุญมีจริง ๆ อย่างนั้น เอาคนเดียวดีกว่า


นี่-มันเป็นปัญหาน่าคิด แต่คนเราไม่ยอมคิดกัน


เพราะอย่างนั้น เดี๋ยวนี้วัดจึงไม่เป็นวัดแล้ว


พระไม่ฝึกหัดปฏิบัติตนเอง


ไม่ทำตนเองให้เป็นที่พึ่ง เป็นที่ศรัทธา-เลื่อมใสของชาวบ้าน


ไม่สอนคนให้เกิดปัญญา เข้าใจชีวิต-เข้าใจอุปสรรคของชีวิต


เราไม่ค่อยสอนกันแล้ว


ดังนั้น**จำเป็นที่เราต้องกลับมาเรียนรู้ มาฝึกหัดขัดเกลาตนเอง


ให้เป็นพระยิ้มให้ได้จริง ๆ รู้จักตนเองจริง ๆ


รู้แล้วละได้ ไม่ยึดมั่น-ถือมั่นทิฏฐิตนเอง


อยู่ให้เป็นหลัก เป็นบุคคลที่ชาวบ้านเห็นแล้วอยากเข้าใกล้


โยมเข้ามาแล้ว…ไม่รู้สึกเป็นพิษ-เป็นภัย ยิ้มได้-สบายใจ


นี่เรียกว่า‘พระยิ้ม’


ให้เอาพระยิ้มมาแขวนคอเอาไว้ อย่างนี้เราก็ไปสวรรค์-นิพพานนั่นเอง**


*แต่ถ้าเราโกรธขึ้นมาคราวใด พระสงฆ์ก็ตกนรกเป็นเหมือนกัน-นรกจริง ๆ


ดังนั้นนรกจึงมีทั้งในพระพุทธศาสนา-คริสตศาสนา และอิสลาม


ไม่ยกเว้นใครทั้งหมดเลย* นี่-ให้เข้าใจกันอย่างนี้


พูดให้ฟังกันอย่างนี้ ก็รู้สึกว่าจะจริงเกินไป


แต่ไหน ๆ ก็พูดมาแล้ว ก็ต้องพูดความจริง


เพราะ**คนเราต้องการความจริง-จริง ๆ มันจึงจะแก้ทุกข์ได้**


ดังนั้นจะบอกไว้แล้วแต่ตอนต้นว่า


**ของดีมีอยู่แล้วในตัวเราทุกคน อย่าพากันลืมเสีย


ชีวิตของเรานี่แหละ ดีและประเสริฐที่สุดแล้ว


อย่ามัวไปไขว่คว้าในสิ่งอื่นที่ไม่จริง-ไม่จัง


ให้เราหัดมาเจริญสติ-ทำความรู้สึกตัว


ให้เป็นผู้มีสติตื่นตัว ตั้งมั่นอยู่เสมอ ๆ


เป็นผู้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยสติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์ในทุกชีวิตการงาน


มีชีวิตที่สะอาดผ่องใส**


ที่หลวงพ่อพูดมาโดยตลอด ก็เห็นว่าพอสมควรแก่เวลา


ในท้ายที่สุดนี้ หลวงพ่อ


พร้อมด้วยเหล่าพระสงฆ์ที่มานั่งฟังธรรมพร้อมกัน ณ ที่นี้


ขออ้างเอาคุณของพระพุทธเจ้า แต่ไม่ใช่พระพุทธเจ้าองค์ที่นิพพานไปโน้นนะ


**พระพุทธเจ้า คือเรา-คือองค์ธรรมที่มีอยู่ในเราที่นั่งกันอยู่นี่แหละ**


และอ้างอิงเอาคุณของ**พระธรรม พระธรรมก็ไม่ใช่ตัวหนังสือ


ใบลานโน้น-ก็ไม่เอา เอาที่กำลังพูด-กำลังคิด-กำลังเป็นกันอยู่นี่**


และขออ้างเอาคุณของพระสงฆ์


**พระสงฆ์อรหันตสาวกแต่ทีแรกอะไรนั่น ก็ไม่เอา


เอาที่จิตใจสะอาด-จิตใจสว่าง-จิตใจสงบ ที่อยู่ในจิต-ในใจของเราทุกคนนี่แหละ**


**ให้เราหันมาศึกษา ฝึกหัดเรียนรู้เจริญภาวนากันที่ตรงนี้


ขอให้เรามีความเพียรพยายามฝึกหัดตนเอง


ให้ประสบพบเห็นค้นเอาความดับทุกข์ให้ได้ในชีวิตนี้


จงทุก ๆ คนเทอญ.**”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive