“…พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนว่า
‘ให้มีสติกำหนดรู้ในอิริยาบถทั้ง ๔ คือ ยืน-เดิน-นั่ง-นอน
ซึ่งก็ยังไม่พอ
จึงให้มีสติกำหนดรู้ในอิริยาบถย่อย ๆ ด้วย’
เช่น คู้-เหยียด เคลื่อนไหว กะพริบตา อ้าปาก
หายใจเข้า-ออก เอียงซ้าย-เอียงขวา ก้ม-เงย
เดินหน้า-ถอยหลัง กลืนน้ำลายผ่านเลยลงไปในลำคอ
หรือจะโดยวิธีใดก็ตาม ท่านสอน**ให้เรามีสติ
ตามกำหนดรู้ในทุก ๆ อิริยาบถ**
*เรากลับไม่สนใจเรื่องนี้ แต่ไปสนใจเรื่องอื่น*
ดังนั้น อาตมาจึงกล้ารับรอง-ยืนยันว่า
‘ชาวพุทธเข้าใจหลักพุทธศาสนาไม่ถึง ๕%
*รู้เพียงการทำบุญให้ทาน-รักษาศีลเท่านั้น
เรื่องจะทำลายความหลงผิดนี้ ไม่สนใจ’
เมื่อไม่สนใจอย่างนี้แล้ว มันจะแก้ทุกข์ได้ไหม ?
มันก็แก้ไม่ได้*
ทุกข์ไม่มีเงิน-ไม่มีทอง ไม่ต้องเกี่ยวข้อง
เอาความทุกข์ที่กิเลสมันเกิดขึ้นมานี่
‘กิเลส’ คือ โทสะ-โมหะ-โลภะนี่เอง
*เรื่องโทสะ-โมหะ-โลภะนี้
มันไม่ไว้หน้า-ไว้ตาใครทั้งหมดเลย*
มีเงินร้อยพันล้าน มันก็ไม่กลัว
เรียนหนังสือจบประโยค ๙ มันก็ไม่กลัว
เรียนหนังสือฝ่ายโลกจนจบปริญญาเอก มันก็ไม่กลัว
บวชมานานเป็นเจ้าฟ้า-เจ้าคุณ มันก็ไม่กลัว
คนรวย ๆ หรือคนจน มันก็ไม่กลัว
มันไม่กลัวใครทั้งหมดเลย
**ความโลภ-ความโกรธ-ความหลงนี้ มันกลัวใคร ?
มันกลัวผู้ที่เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า
มันกลัวผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ
คนใดเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า มันกลัวจริง ๆ**
เห็นหน้าแล้ว มันกลัว
คนใดนับถือศาสนาพุทธ-เป็นชาวพุทธจริง ๆ แล้ว มันกลัว
อาตมากล้ายืนยัน-รับรองคำสอนของพระพุทธเจ้าได้จริง ๆ
นี่แหละ การศึกษาหลักพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง
โดยไม่ผิดพลาด
นี่รับรองได้จริง ๆ รับรองจนยอมเสียสละชีวิต
เพื่อไถ่ถอนเอาคำพูดของพระพุทธเจ้าไว้ให้มั่นคงถาวรต่อไป
ท่านผู้ฟังทั้งหลายเคยได้ยินไหมว่า
‘พุทธศาสนาจะเสื่อมสูญไป
ถ้าหากพุทธบริษัททั้ง ๔
ไม่ประพฤติ-ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
พากันทำลาย-ย่ำยี ศาสนาพุทธก็จะเสื่อมคลาย
หายไปทีละนิด-ทีละนิด’ ท่านว่าอย่างนั้น
บัดนี้ตรงกันข้าม
**‘พุทธศาสนา-คำสอนของพระพุทธเจ้านั้น
จะเจริญงอกงามมั่นคงต่อไปได้นั้น
ต้องอาศัยพุทธบริษัททั้ง ๔
คือ ภิกษุ-ภิกษุณี อุบาสก-อุบาสิกา
ยังประพฤติ-ปฏิบัติชอบตามพระวินัย ยังเจริญวิปัสสนาอยู่’
อันนั้นชื่อว่า‘พุทธศาสนายังมั่นคงถาวรอยู่
ไม่เปลี่ยนแปลงไปไหนเลย’**
ดังนั้น **‘มรรค-ผลนั้น มันจึงอยู่ในโลกนี้
หากว่ามีภิกษุ-ภิกษุณี-อุบาสก-อุบาสิกา
ประพฤติดี-ปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัยอยู่
มรรคผลนิพพานนั้นจะไม่ว่างไปจากโลกนี้’** ว่าอย่างนั้น
*เดี๋ยวนี้เราไม่สนใจเรื่องนี้ เราไปสนใจเรื่องอื่น
เราก็เลยไม่รู้ ไม่เข้าใจเรื่องนี้*…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ