“…‘ศาสนานั้น จะเป็นศาสนาไหนก็ตาม
ข้อใหญ่ใจความที่สำคัญ แม้การให้ทาน-การรักษาศีล
การทำกรรมฐาน-การเจริญวิปัสสนาก็ตาม
**มีจุดสำคัญ เพื่อจะมาป้องกันไม่ให้หลงตน-ลืมตัว
ไม่ให้หลงกาย-ลืมใจ
ไม่ให้โทสะ-ไม่ให้โมหะ-ไม่ให้โลภะเกิดขึ้น’**
ท่านว่าอย่างนั้น
ถ้าหากว่าเราให้ทาน-เรารักษาศีล-เราทำกรรมฐาน
เราเจริญวิปัสสนาอยู่ก็ตาม
*ถ้ายังหลงตน-ลืมตัว หลงกาย-ลืมใจ
ยังมีโทสะ-โมหะ-โลภะเกิดขึ้น
ก็แสดงว่าเราทำไม่ถูกต้อง-ไม่ถูกหลัก*
ดังนั้น*เรื่องโทสะ-โมหะ-โลภะนี้
มันไม่มีอยู่ตลอดเวลา มันไม่มีอยู่ ๒๔ ชั่วโมง
และมันก็ไม่ยกเว้นใครทั้งหมดอีกเสียด้วย*
พระสงฆ์องค์เจ้าก็เหมือนกัน ญาติโยมก็เหมือนกัน
เด็ก-ผู้ใหญ่ก็เหมือนกัน คนเฒ่า-คนแก่ก็เหมือนกัน
ดังนั้นจึงว่าตั้งใจฟัง
ถ้าหากไม่ตั้งใจฟังแล้ว จะจดจำไม่ได้
เมื่อเราไม่ให้ทาน-ไม่รักษาศีล-ไม่ทำกรรมฐาน
แม้ที่สุดเราไม่พูดถึงว่า… ไม่เจริญวิปัสสนาก็ตาม
แต่**เราไม่หลงตน-ไม่ลืมตัว ไม่หลงกาย-ไม่ลืมใจ
รู้สึกตัวในการทำ-ในการพูด-ในการคิด
รู้สึกจิตใจมันนึก-มันคิดอยู่ทุกขณะ
นั่นก็เรียกว่า‘โทสะ-โมหะ-โลภะย่อมเกิดขึ้นไม่ได้’
เพราะไม่หลง-ไม่ลืมนี่เอง
นี่แหละเป็นการถือพระพุทธศาสนาให้ถูก-ให้ตรง**
เพราะว่าจุดสำคัญจุดนี้
ไม่ว่าคนไทย-คนจีน-คนฝรั่งเศส-คนอังกฤษ
คนอเมริกา-คนเขมร-คนญวน-คนลาว
มีเหมือนกัน และก็ไม่มีเหมือนกัน
ดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงสอนเอาไว้ว่า
‘สัตว์ทั้งหลายคือเราตถาคต สัตว์ทั้งหลายเป็นตถาคต
สัตว์ทั้งหลาย เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น
แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย
ให้พวกเธอทั้งหลายจงประพฤติปฏิบัติตาม
อย่างเราตถาคตนี่
ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี่’
คำพูดเช่นนี้ เราไม่ค่อยเอามาพูดกัน
เมื่อมาพูดกันแล้ว ก็ยังทำความเข้าใจไม่ถูกต้อง
คือยังไม่มีแนวความคิด ยังไม่เกิดสติ-เกิดปัญญา
ให้เห็นแจ้ง-รู้จริงตามความเป็นจริงนั่นเอง…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ