“…ต่อไปหลวงพ่อจะพูดให้ฟังเพียงสั้น ๆ **อึดใจเดียว-เอาไปใช้ได้เลย**
ขอให้ฟังอย่างผู้มีปัญญา รู้จักพิจารณาแยกแยะ
เหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านไปแสดงธรรมให้เหล่าปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ฟัง
๕ คนฟัง คนที่รู้คนแรกคือท่านโกณฑัญญะ-นี่เพราะท่านตั้งใจฟัง
รู้จักพิจารณา ก็เลยได้ดวงตาเห็นธรรม-คือได้เป็นพระอริยบุคคล
นี่เห็นไหม อานิสงส์ของการฟังอย่างตั้งใจ-ใช้ปัญญา
บัดนี้พวกเราชาวพุทธไม่ได้สนใจฟังธรรมกันอย่างนั้น
*เราสนใจกันแต่เรื่องการเอาบุญ-เอากุศล
เอาบุญนี่-มันก็ดีแล้ว มันดี-แต่มันยังช่วยเราแก้ทุกข์ไม่ได้
เรายังโกรธเป็น บางทีเราทำบุญอยู่ดี ๆ ก็ยังทุกข์
สมมติให้ฟัง สมมติว่าเราสร้างศาลาการเปรียญหลังนี้
แต่มันไม่แล้วเสร็จในวันเดียว ทำแล้วผิดแบบ
เกิดคิดในใจ‘เอ-ทำไมอย่างนี้นะ’ หน้าดำ-หน้าแดงขึ้นมาเลย
มันไม่พอใจ นี่มันเป็นบาปไปเสียแล้ว
ทำบุญแล้ว-ถ้าไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจ บางทีมันไม่พอใจนะ-มันโกรธไปเสีย
นี่บุญ-บาป…มันดีแล้ว แต่มันช่วยแก้ทุกข์ไม่ได้*
หลวงพ่อพูดให้ฟังเมื่อคืนนี้ว่า ถ้าหากนรกมีเฉพาะในพุทธศาสนานี้เท่านั้น
เราก็เลิกนับถือพุทธศาสนาเสีย เลิกนับถือแล้ว-ก็ไม่ต้องตกนรก
หันไปนับถือคริสต์ศาสนาดีกว่า หรือว่านรกมีแต่ในคริสต์ศาสนา
พุทธศาสนาไม่มีนรก เราก็หันกลับมานับถือพุทธศาสนา
นรก-เราก็ไม่ต้องตกอีกแล้ว หรือว่ามีนรกทั้งในพุทธศาสนาและคริสต์ศาสนา
แตในศาสนาอิสลามไม่มีนรก เราก็หันไปนับถือศาสนาอิสลามก็ได้
เราก็ไม่ต้องตกนรกเพราะทำผิด-ทำบาปกันเลย
นี่-เราหลีกอย่างนี้ ไม่ต้องมัวไปทำบุญ-ทำทานก็ได้
*แต่เราทุกวันนี้ รู้ไหมเราทำบุญเพื่ออะไร-มีความหมายอย่างไร ?
เราก็ทำเพื่อไม่อยากไปตกนรกนั่นเอง
แต่เราเคยคิดกันบ้างไหม นรกอยู่แห่งหนตำบลใด*
นั่น-ไม่รู้เลย เมื่อไม่รู้-เราก็เหมือนกับคนที่เดินไปตามถนน
อันนี้ขออภัย ต้องพูดความจริง
รู้ไหมว่ากองขี้เป็ด-ขี้ไก่-ขี้หมาตามถนน มันเหม็น-สกปรก
เรารู้…เมื่อเรารู้จักมัน เวลาเดินไป-เดินไปเห็นมันเข้า
เราก็หลีกซะ ไม่ต้องเหยียบ-ก็ไม่เหม็น
นี่ก็เหมือนกัน ถ้าเรารู้จักนรก-สวรรค์ว่าคืออะไร
อยู่แห่งหนตำบลใด-เราก็หลีกได้ เราก็ไม่ต้องไปนรกแล้ว
แต่ทีนี้เรามัวแต่เชื่อตามที่ฟัง ๆ กันมา
เราก็เลยหลีกหนีจากนรก-สวรรค์ไม่พ้น*
เชื่อกันว่า เมื่อตายแล้ว-คนทำชั่วมันจะต้องไปตกนรก
เพราะเจ้ายมบาลจดชื่อเสียงเรียงนามไว้บนหนังสุนัขแล้ว
พอตาย เจ้ายมบาลจะจับมุดลงนรกโลกันต์ทันที
และบัดนี้คนใดทำบุญ-ทำกุศลมาก ก็จะได้ไปสวรรค์-ไปนิพพาน
เทวดาจะเอากระดาษทองคำมาจดชื่อเสียงเอาไว้
เมื่อตายไป-เทวดาก็ฉุดขึ้นไปเมืองสวรรค์โน้นเลย ไปเมืองแก้ว-เมืองนิพพาน
บัดนี้หลวงพ่อขอถามหน่อย เราเคยเห็นไหม-เทวดาอยู่ที่ไหน ?
แน่ะ-ไม่รู้เลย เมื่อไม่รู้-เราจะไปกับเทวดาได้ไหม…ไปไม่ได้
เราเคยเห็นเจ้ายมบาลไหม ? ไม่เคยเห็น
เมื่อไม่รู้-ไม่เห็น ก็ไม่รู้จักยมบาลกันเสียแล้ว
นี่-ฟังแล้วลองคิดดู เรามัวเชื่อ-มัวหลงกันอยู่อย่างนี้
*นรก-สวรรค์จริง ๆ มันอยู่ที่ใจของเราต่างหาก
จะทุกข์ร้อน-อยู่เย็นเป็นสุขอย่างไร ก็อยู่ที่ใจของเรานี่เอง
ขณะใดใจคิดชั่ว…ก็นั่นแหละ ตกนรกแล้ว-ทุกข์แล้วทันที
ขณะใดใจเราคิดดี-ทำดี ก็ขึ้นสวรรค์แล้ว
นี่ ให้มารู้จักนรก-สวรรค์อันนี้*
**ถ้าเราอยากได้บุญกันจริง ๆ เราต้องหันมาดูใจเรากันบ้าง
หัดตั้งสติ-ครองความรู้สึกตัว…รู้เท่า-รู้ทันจิตใจ อารมณ์ของเราเองกันดี ๆ
มาเห็นนรก-สวรรค์ที่มันเกิดอยู่ เป็นอยู่ที่จิต-ที่ใจของเรากันดีกว่า
เห็นอย่างนี้ เราจึงจะหลีกพ้นไปจากความทุกข์-ความโศก
ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย-ไม่สบายใจทั้งหลาย
สงบจิต-สงบใจเป็น ครองชีวิตปัจจุบันได้อย่างเป็นปกติสุขจริง ๆ**
นี่พูดความจริงให้ท่านทั้งหลายฟังอย่างนี้
**ให้เรามีสติ-ความระลึกได้ สัมปชัญญะ-ความรู้สึกตัว
หัดให้มันมีมัน(ให้)มาก ไม่ปล่อยใจไปตามอารมณ์
เมื่อเรารู้ตัวอยู่เป็นประจำ
ความไม่รู้-ความหลงไหลลืมตัว มันจะหายไปเอง เพราะเราตื่นแล้ว
นี่-เพราะอย่างนี้ หลวงพ่อจึงเรียกว่า‘คนเราลืมของดี(ที่)มีอยู่แล้วในตนเอง’
ลืมไป มัวไปหาเอาของไม่จริงมาเป็นของดี
หลงไหลกราบไหว้บูชา ลืมตัวเองไปเสีย
ที่จริงคนเรานี่-มันดีอยู่แล้วนะ ชีวิตของเรานี่แหละดีที่สุดแล้ว**
ลองดูซิที่ไหนมีขายบ้าง ชีวิตของคนนี่
อ.หาดใหญ่เป็นอำเภอค้าขายใหญ่โต-มีห้างร้านมากมาย มีขายไหม ?
ชีวิต-หลวงพ่อขอซื้อได้ไหม มีห้างร้านใดขายบ้าง
กรุงเทพ ฯ ก็เจริญ…ลองไปถามดูทีซิ ที่ไหน-ห้างร้านใดมีชีวิตขายบ้าง ?
ที่ประเทศอังกฤษ-อเมริกา-ฝรั่งเศส ที่บ้านเมืองเขาเจริญ ๆ
ไปลองถามดูหน่อย มีชีวิตขายไหม-ลองไปดู
ไม่มีเลย แต่*คนเรากำลังลืมชีวิตของตัวเอง
มัวไปหมกมุ่น ไขว่คว้าหาสิ่งที่มันไม่จริง-ไม่จัง
ว่าเป็นของจริง-ของแท้ หลงตัว-ลืมตนกันจริง ๆ*…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ