DM-0161 | ธรรมะประจำวัน 2022-12-14

“…**เมื่อไปพบปะกับเพื่อนฝูง


เขามาสรรเสริญเรา เราก็เฉยได้-ไม่ต้องดีใจ


ทีนี้เพื่อนฝูงมาตำหนิเรา มานินทาเรา


เราได้เห็นก็มี เราได้ยินก็มี


เพื่อน ๆ คนอื่นมาเล่าให้ฟังก็มี


เราก็เฉยได้ เพราะเรามาดูต้นตอของชีวิตจิตใจจริง ๆ


‘ลักษณะอุเบกขา มันมีอยู่แล้วในทุกคน’


จึงว่าไม่ยกเว้น


อันนี้แหละ ‘ธรรมที่ทำให้เป็นพระพุทธเจ้านั้น มันมีอยู่แล้ว’


พระพุทธเจ้าของเราเป็นคนแรกที่สุดที่ค้นพบ


แล้วนำมาสอนเรา**


เราไม่ต้องไปติดตำรับ-ตำราว่า


‘พระโสดาบัน-พระสกิทาคามี-พระอนาคามี-พระอรหันต์’


เราไม่ต้องไปติดอย่างนั้นก็ได้ หรือจะไปติดอย่างนั้นก็ได้


แต่**เมื่อเล่าเรียนมาแล้ว-ก็ต้องนำมาปฏิบัติลงตรงนี้** หรือว่า


‘ปฐมฌาน-ทุติยฌาน-ตติยฌาน-จตุตถฌาน-ปัญจมฌาน’


ไม่ต้องไปสนใจอย่างนั้นก็ได้ หรือจะสนใจก็ได้


สิ่งเหล่านั้น มันเป็นเพียงคำพูด


มันเป็นเพียงการสมมติพูดเท่านั้นเอง


แต่**ตอนกระทำ ตอนปฏิบัตินั้น


ต้องมาปฏิบัติที่จิต-ที่ใจจริง ๆ**


ท่านที่ฟังอยู่ขณะนี้ และดูที่จิตใจของท่านขณะนี้


และกำลังปฏิบัติอยู่ขณะนี้


ท่านก็จัดการกับมันได้ทุกครั้ง-ทุกคราวไป


อุปมาให้ฟังอีกก็ได้ว่า


‘เมื่อเป็นนักมวยขึ้นบนเวทีแล้ว ไม่ต้องไหว้ครู


เพราะเราฝึกมาดีแล้ว’


พวกท่านมาที่นี่ก็เหมือนกัน **‘ต้องมาฝึกดูความคิด’


แปลว่า มาฝึกกับครู


‘หัดดูความคิด’ แปลว่ากำลังฝึก


พอดีมันคิด เราเห็นทุกครั้ง-ทุกคราว


เมื่อไปอยู่ในสังคม


เขายุให้เราโกรธ เราก็วางเฉยได้


เขามายกยอเราให้ดีใจ เราก็เฉยได้


อันนี้แหละที่เรียกว่า‘ลักษณะจิตใจเป็นอุเบกขา’


‘อุเบกขา’แปลว่าวางเฉย มีในคนทุกคน-ไม่ยกเว้น**


อันนี้แหละ


ที่กล้ารับรองคำสอนของพระพุทธเจ้าได้อย่างไม่เก้อเขิน


ยอมเสียสละชีวิตแทนพระพุทธเจ้าได้


เพราะพระพุทธเจ้าปรินิพพาน หรือว่าตายไป ๒,๕๐๐ กว่าปีแล้ว


ไม่มีคนพูดเรื่องจิต-เรื่องใจเลย


มีแต่พูดเรื่องทำบุญ-ให้ทาน-รักษาศีล


ไปเจริญวิปัสสนากรรมฐาน


เพื่อทำลายความโกรธ-ความโลภ-ความหลง


ผู้เจริญวิปัสสนาพอง-ยุบ ก็ยังว่า‘โกรธหนอ-โกรธหนอ’อยู่นั่น


**เราต้องมาฝึกหัดดูจิตใจของเรานี่แหละ


ความโกรธ-ความโลภก็ไม่ได้มีอยู่แล้ว


แต่เราหลง-หลงความคิดนี้แหละ มันจึงโกรธขึ้นมา**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive