“…จะพูดถึงการฝึก
การฝึกหัดเพื่อเอาชนะความโกรธ-ความโลภ-ความหลงนี้
ซึ่งก็เหมือนกับนักมวยที่ดีและที่เก่งได้นั้น ก็ต้องฝึกหัดกับครู
เมื่อขึ้นไปบนเวที ก็ต้องชก
โดยไม่ต้องถามว่าเป็นใคร มาจากไหน ?
ไม่ต้องกลัวว่าคนนั้นใหญ่กว่าเรา-คนนั้นสูงกว่าเรา ไม่ต้องกลัว
แพ้-ชนะ มันเป็นเรื่องของเกมกีฬา
เมื่อแพ้เขา (เรา)ก็ต้องมาฟิต-มาซ้อมจริง ๆ
อันนี้ก็เหมือนกัน
เมื่อความโกรธเกิดขึ้นมา เราจะต้องบังคับความโกรธ
ทีแรก ๆ มันก็ต้องโกรธก่อน
คนอื่นพูดว่าเรา-มันโกรธขึ้นมา เราเอาชนะมันไม่ได้
แล้วก็ไปต่อล้อต่อเถียงคนโน้น-คนนี้
หาว่าคนโน้น-คนนี้พูดว่าเรา
อย่าได้เข้าใจอย่างนั้น
**เมื่อคนอื่นมาพูดว่าเรานั้น เราต้องมีสติ
ต้องรีบกลับมาดูต้นตอของชีวิตจิตใจของเราจริง ๆ**
ความโกรธมันเกิดขึ้นมา ก็หนักอก-หนักใจ
เราจะต้องบังคับมันได้
นี่-เหมือนกับนักมวย
**เมื่อไม่มีคนมาพูด-มาว่าเรา
ใจของเรามันก็สบายอยู่อย่างนี้
แต่พอมีคนมายกยอปอปั้น เราก็มักจะหัวเราะ
เราไม่ต้องหัวเราะ เราต้องรีบกลับมาดูที่จิตใจ
‘อ้าว ! มันผิดปกติแล้วนี่’
อันนี้-ที่มันหัวเราะนี้ แปลว่า‘มืดสีขาว’
ทีนี้ ถ้ามีคนใด-คนหนึ่งมาพูดให้เราไม่พอใจ
มันโกรธขึ้นมา อันนี้เรียกว่า‘มืดสีดำ’
นี่! เราต้องมาฝึกที่ตรงนี้**
เราไม่ต้องหนีไปอยู่ในป่า-ในดง ไปอยู่ในถ้ำ-ในรูคนเดียว
ไม่ใช่อย่างนั้น
การฝึกสติ-ฝึกปัญญานี้ เราต้องฝึกในสังคม
สำหรับตัวของอาตมา อาตมาได้พบอย่างนี้
เพราะ**ในขณะที่ฝึกฝนนั้น ‘ฝึกดูความคิด
พอดีมันคิดปุ๊บ-เห็นปั๊บ’
มันต้องเอาอย่างนี้
เมื่อเราเข้าไปสู่สังคม บางครั้งมันก็สู้ไม่ได้
มันโกรธก็มี มันพอใจก็มี
เราก็ต้องฝึกบ่อย ๆ เหมือนกับนักมวย
เมื่อขึ้นชกบนเวที ถึงเราจะชนะมา
เราก็ยังต้องหมั่นฝึกซ้อมอยู่เหมือนเดิม
ชกครั้งนี้ก็ชนะ ชกครั้งไหน ๆ-ก็ชนะทุก ๆ ครั้งไป
เราก็เป็นแชมเปี้ยนได้เหมือนกัน
พอดีมันคิดปุ๊บ ตัดปั๊บทันที
คิดดีก็ตาม-คิดชั่วก็ชั่ง คิดแล้วตัดทันที**
อันนี้เป็นการฝึกหัดเหมือนกับนักมวย
แต่ไม่ใช่จะไม่ให้ทำการ-ทำงาน
**ขณะที่ทำการ-ทำงาน เราก็ดูจิตใจเราไปด้วย
เมื่อมันคิด เราเอาชนะได้-มันก็หยุดได้
เราเห็น-เรารู้-เราเข้าใจ
แต่ไม่ใช่เข้าไปในความคิดนะ รู้ออกจากความคิด
มันเป็นอย่างนั้น
เมื่อมีคนมาพูดให้เรา
มาตำหนิ-มานินทาเรา มันจะโกรธ-เราก็เห็น
เห็นอาการที่เกิดขึ้น ว่าเกิดมาอย่างไร
เราก็เห็นว่า‘นี่มันผิดปกติแล้ว’
มันจะปรากฏขึ้นมาอย่างไร เราก็รู้จัก
อันนี้แหละจึงว่า
’ศีลเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ
สมาธิเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างกลาง
ปัญญาเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างละเอียด’
เราอย่าไปแยกศีล-แยกสมาธิ-แยกปัญญา
มันเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งนั้น
ตอนมันเกิดขึ้นมา เราก็รู้-ก็เห็น**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ