DM-0160 | ธรรมะประจำวัน 2022-12-13

“…จะพูดถึงการฝึก


การฝึกหัดเพื่อเอาชนะความโกรธ-ความโลภ-ความหลงนี้


ซึ่งก็เหมือนกับนักมวยที่ดีและที่เก่งได้นั้น ก็ต้องฝึกหัดกับครู


เมื่อขึ้นไปบนเวที ก็ต้องชก


โดยไม่ต้องถามว่าเป็นใคร มาจากไหน ?


ไม่ต้องกลัวว่าคนนั้นใหญ่กว่าเรา-คนนั้นสูงกว่าเรา ไม่ต้องกลัว


แพ้-ชนะ มันเป็นเรื่องของเกมกีฬา


เมื่อแพ้เขา (เรา)ก็ต้องมาฟิต-มาซ้อมจริง ๆ


อันนี้ก็เหมือนกัน


เมื่อความโกรธเกิดขึ้นมา เราจะต้องบังคับความโกรธ


ทีแรก ๆ มันก็ต้องโกรธก่อน


คนอื่นพูดว่าเรา-มันโกรธขึ้นมา เราเอาชนะมันไม่ได้


แล้วก็ไปต่อล้อต่อเถียงคนโน้น-คนนี้


หาว่าคนโน้น-คนนี้พูดว่าเรา


อย่าได้เข้าใจอย่างนั้น


**เมื่อคนอื่นมาพูดว่าเรานั้น เราต้องมีสติ


ต้องรีบกลับมาดูต้นตอของชีวิตจิตใจของเราจริง ๆ**


ความโกรธมันเกิดขึ้นมา ก็หนักอก-หนักใจ


เราจะต้องบังคับมันได้


นี่-เหมือนกับนักมวย


**เมื่อไม่มีคนมาพูด-มาว่าเรา


ใจของเรามันก็สบายอยู่อย่างนี้


แต่พอมีคนมายกยอปอปั้น เราก็มักจะหัวเราะ


เราไม่ต้องหัวเราะ เราต้องรีบกลับมาดูที่จิตใจ


‘อ้าว ! มันผิดปกติแล้วนี่’


อันนี้-ที่มันหัวเราะนี้ แปลว่า‘มืดสีขาว’


ทีนี้ ถ้ามีคนใด-คนหนึ่งมาพูดให้เราไม่พอใจ


มันโกรธขึ้นมา อันนี้เรียกว่า‘มืดสีดำ’


นี่! เราต้องมาฝึกที่ตรงนี้**


เราไม่ต้องหนีไปอยู่ในป่า-ในดง ไปอยู่ในถ้ำ-ในรูคนเดียว


ไม่ใช่อย่างนั้น


การฝึกสติ-ฝึกปัญญานี้ เราต้องฝึกในสังคม


สำหรับตัวของอาตมา อาตมาได้พบอย่างนี้


เพราะ**ในขณะที่ฝึกฝนนั้น ‘ฝึกดูความคิด


พอดีมันคิดปุ๊บ-เห็นปั๊บ’


มันต้องเอาอย่างนี้


เมื่อเราเข้าไปสู่สังคม บางครั้งมันก็สู้ไม่ได้


มันโกรธก็มี มันพอใจก็มี


เราก็ต้องฝึกบ่อย ๆ เหมือนกับนักมวย


เมื่อขึ้นชกบนเวที ถึงเราจะชนะมา


เราก็ยังต้องหมั่นฝึกซ้อมอยู่เหมือนเดิม


ชกครั้งนี้ก็ชนะ ชกครั้งไหน ๆ-ก็ชนะทุก ๆ ครั้งไป


เราก็เป็นแชมเปี้ยนได้เหมือนกัน


พอดีมันคิดปุ๊บ ตัดปั๊บทันที


คิดดีก็ตาม-คิดชั่วก็ชั่ง คิดแล้วตัดทันที**


อันนี้เป็นการฝึกหัดเหมือนกับนักมวย


แต่ไม่ใช่จะไม่ให้ทำการ-ทำงาน


**ขณะที่ทำการ-ทำงาน เราก็ดูจิตใจเราไปด้วย


เมื่อมันคิด เราเอาชนะได้-มันก็หยุดได้


เราเห็น-เรารู้-เราเข้าใจ


แต่ไม่ใช่เข้าไปในความคิดนะ รู้ออกจากความคิด


มันเป็นอย่างนั้น


เมื่อมีคนมาพูดให้เรา


มาตำหนิ-มานินทาเรา มันจะโกรธ-เราก็เห็น


เห็นอาการที่เกิดขึ้น ว่าเกิดมาอย่างไร


เราก็เห็นว่า‘นี่มันผิดปกติแล้ว’


มันจะปรากฏขึ้นมาอย่างไร เราก็รู้จัก


อันนี้แหละจึงว่า


’ศีลเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ


สมาธิเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างกลาง


ปัญญาเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างละเอียด’


เราอย่าไปแยกศีล-แยกสมาธิ-แยกปัญญา


มันเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งนั้น


ตอนมันเกิดขึ้นมา เราก็รู้-ก็เห็น**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive