“…*การศึกษาเล่าเรียนพระไตรปิฎกนั้นดีแล้ว
การให้ทาน-รักษาศีลนั้นดีแล้ว
การกราบไหว้นั้นดีแล้ว
แต่ว่าเรายังมีโกรธ-โลภ-หลงอยู่*
สมมติให้ฟัง
เหมือนเราปลูกบ้านหลังหนึ่งสดสวยงดงามดี
เราไปนอน หรือไปพัก
เอาของเราขึ้นไป(พัก)ได้ ๒-๓ วัน
แล้วบัดนี้ เรามีน้ำมันเชื้อเพลิง
เราถอก(เท)น้ำมันเชื้อเพลิงราดลงไป
มีไม้ขีดก้านเดียวจุดเป็นไฟ-ติดไฟ
แล้วก็ไปติดน้ำมันเชื้อเพลิง
ไฟมันก็ไหม้บ้านนั้นหมดเลยทีเดียว
อันนี้ก็เช่นเดียวกัน ที่นำมาเล่าสู่ฟัง
*การให้ทาน-การรักษาศีลนั้นดีแล้ว
แต่(เมื่อ)เราโกรธขึ้นมานั้น
ความดีใจอัน(เกิดจาการ)ให้ทานก็หมด
จิตใจสบายอัน(เกิดจากการ)รักษาศีล-เป็นปกตินั้นก็หมดไป
ความสงบนั้นมีไม่ได้ หมดแล้ว
(แล้วเราก็มา)ตั้งสร้างบ้านขึ้นมาอีก
สร้างสมาธิขึ้นมาอีก ไฟก็ไหม้อีก
เป็นอย่างนั้น*
**ดังนั้น การเจริญความรู้สึก(ตัว)นี้
จึงมีค่า-มีคุณมาก
ทำไมมีค่า-มีคุณมาก ?
มันจะไปปราบโทสะ-โลภะ-โมหะ
หรือ โลภ-โกรธ-หลง แล้วแต่จะพูด
เมื่อเราไม่หลงตัว ไม่ลืมตัวแล้ว
โทสะจะเกิดขึ้นที่ตรงไหน ?
(เมื่อ)กำลังทำดีอยู่แล้ว
ความชั่วมันจะเกิดขึ้นได้ที่ตรงไหน ?
เมื่อเราหลงแล้ว สติปัญญาก็เกิดขึ้นไม่ได้
เมื่อเราทำชั่วอยู่แล้ว ความดีก็เกิดขึ้นไม่ได้**
ดังนั้น *การทำดีนั้น-ดีแล้ว
แต่ว่าเรายังไม่(ได้)ทำให้สิ่งนี้ปรากฏเกิดขึ้น*
**เมื่อเราทำให้สิ่งนี้ปรากฏเกิดขึ้นแล้ว
นั่นแหละถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
หรือตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจริง ๆ เรื่องนี้**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ