DM-0155 | ธรรมะประจำวัน 2022-12-08

“…ต่อไปหลวงพ่อจะพูดเรื่องการทำบุญทำทาน ที่มีอานิสงส์ต่างกัน


เรื่องบุญกุศลนี่ คนไทยเราถือพุทธศาสนา-ทำบุญเก่ง


หลวงพ่อเคยได้ยินเขาว่า ‘การให้ทานนี่


ทานให้สัตว์เดรัจฉาน ทานให้คน ทานให้พระ ทานให้เณร


ทานแต่ละอย่างมีอานิสงส์ต่างกันมากมาย’


ตอนเด็กเคยหัดท่องจนขึ้นใจ เขาว่า‘ทานให้สัตว์เดรัจฉานร้อยครั้งพันหน


มีอานิสงส์ไม่เท่ากับทานให้บุคคลที่เป็นอันธพาลครั้งเดียว


ทานให้บุคคลที่เป็นอันธพาลร้อยครั้งพันหน


ก็มีอานิสงส์ไม่เท่ากับทานบุคคลที่มีศีลครั้งเดียว


ทานให้บุคคลที่มีศีลร้อยครั้งพันหน


ก็ยังมีอานิสงส์ไม่เท่ากับทานให้สามเณรครั้งเดียว


ทานให้สามเณรร้อยครั้งพันหน


ก็ยังมีอานิสงส์ไม่เท่ากับทานให้ภิกษุโดยสมมติครั้งเดียว


ทานให้ภิกษุโดยสมมติร้อยครั้งพันหน


ก็ยังมีอานิสงส์ไม่เท่ากับทานให้ท่านพระอริยบุคคลครั้งเดียว


ทานให้พระอริยบุคคลร้อยครั้งพันหน


อานิสงส์ก็ยังไม่มากเท่ากับทานให้พระปัจเจกพุทธะครั้งเดียว


และทานให้พระปัจเจกพุทธะร้อยครั้งพันหน


อานิสงส์ก็ยังไม่มากเท่ากับทานให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าครั้งเดียว’


ท่านสอนกันมาอย่างนี้ **ให้เรารู้จักทำทานในทางที่เป็นกุศล


ต้องทำด้วยปัญญา รู้จักมรรคผล


ไม่ใช่ทำตามกันอย่างเดียว**


เล่ามาถึงตรงนี้ ก็จะเล่าเรื่องพระพุทธเจ้าให้ฟังโดยย่อ ๆ


เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ใหม่ ๆ


‘แล้วออกเดินทาง จะไปแสดงธรรมกับเหล่าปัญจวรรคคีย์ทั้ง ๕


ก็ปรากฏว่ามีพราหมณ์คนหนึ่งชื่อว่าอุปกาชีวก เดินสวนทางมา


ท่านอุปกาชีวกกำลังแสวงหาพระพุทธเจ้าอยู่พอดี


แต่พอเจอกับพระองค์แล้ว กลับไม่รู้จัก


อุปกาชีวกเห็นพระองค์มีกิริยามารยาทงดงาม น่าเลื่อมใส


จึงทักทายกับพระพุทธเจ้าว่า


ท่านอยู่ที่ไหน เป็นลูกศิษย์ของใคร ครูบาอาจารย์ของท่านสอนเรื่องอะไร ?


พระพุทธเจ้าท่านก็บอกโดยตรงว่า เราไม่ได้เป็นลูกศิษย์ของใคร


ไม่ได้อยู่สำนักใด เรารู้เอง-เห็นเอง-เข้าใจเอง-ตรัสรู้เองโดยชอบ


อุปกาชีวกได้ฟังดังนั้น แทนที่จะไตร่ตรองอย่างพินิจพิจารณา


กลับเกิดความไม่พอใจขึ้นมาทันที แลบลิ้นแล้วก็หันหลังเดินหนีไปเลย’


แน่-เห็นไหม คนเราชอบแสวงหาความจริง-แต่ไม่รู้จักพินิจพิจารณา


พบพระพุทธเจ้าแล้ว แต่ไม่รู้จักพระองค์


จึงพูดเสมอ ๆ ว่า*‘คนเราแสวงหาความจริงของชีวิต


แสวงหาที่พึ่งพิงทางใจ แต่เราไม่รู้จัก-ทั้งที่คนเรามีของดีอยู่แล้วในตัวเอง


แต่เราไม่รู้จัก พากันทอดทิ้ง-พากันแสวงหาที่พึ่งพิงนอกตัว


พากันไขว่คว้าหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์นอกตัวกันอย่างเอาจริงเอาจัง


จึงให้ชื่อว่า นี่แหละของดีที่โลกลืม


ลืมเพราะไม่รู้จัก แล้วพากันไปคว้า-ไปจับเอาสิ่งอื่นมาบูชา


แต่ที่สุด สิ่งเหล่านั้นก็ช่วยแก้ทุกข์ให้เราไม่ได้*…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive