DM-0153 | ธรรมะประจำวัน 2022-12-06

“…**ตัวชีวิต-ตัวจิตใจของเราจริง ๆ นั้น มันไม่มีเลย-อวิชชา


ที่ผมสมมติให้ฟังแล้ว ที่ดวงอาทิตย์-ดวงจันทร์-หรือดวงดาว


มันไม่มีอะไรที่จะปิดบังมันได้


มันมีเมฆบังดวงอาทิตย์-ดวงจันทร์


ถ้าเมฆหนา ๆ แสงอาทิตย์จะไม่สว่างขึ้นมา


แต่มันทำความสว่างเต็มดวง


ดวงดาวก็เหมือนกัน-เดือนก็เหมือนกัน**


*ที่ไม่สว่างนั้นคือเมฆ เราเรียกว่า‘ฝ้า’


เมฆที่มันไหลผ่านดวงอาทิตย์-ดวงจันทร์


หรือดวงดาวอยู่อย่างนั้น*


ฉะนั้น **เมื่อเราเห็นจิต-เห็นใจของเราจริง ๆ แล้ว


มันจะไม่มีอะไรเลย


สมมติอีกอย่างหนึ่ง ที่ให้เราเห็นด้วยสายตา


หรือพวกเป็นคนเคยทำนา


เราทำนา กำลังไถนาหรือคราดนาอย่างนี้


น้ำนั้นมันขุ่น เราต้องเอาถ้วย-แก้ว


หรือเอาขัน-เอาอะไรมาตักเอาน้ำนั้นมาไว้


ตักมานาน ๆ ตะกอนมันจมลงไป


น้ำที่มันใสนั้น มันก็ขึ้นอยู่ข้างบน


เมื่อเราไปกวนเข้าในขณะไหน ในขณะนั้น-น้ำก็สกปรกขึ้น


ตมโคลนก็มาทำให้น้ำสกปรกขึ้นมาฉันใด


เรื่องชีวิตจิตใจของเราแล้ว ไม่มีอะไรที่จะทำให้สกปรกได้


ความสงบนั้น ก็(คือ)ไม่มีตะกอนนั่นเอง**


*ไม่ใช่ว่านั่งสงบ*


ความสงบจึงมี ๒ ความหมาย


สงบโดยสมถกรรมฐาน-อย่างหนึ่ง


สงบโดยวิปัสสนา-อย่างหนึ่ง


**‘วิปัสสนา’นั้น แปลว่าเห็นแจ้ง-ต่างเก่าล่วงภาวะเดิม


เมื่อเห็นแจ้ง ก็ต่างเก่าล่วงภาวะเดิมแล้ว-ไม่เหมือนเดิม


แต่ก่อนคือไม่เห็นจิต-เห็นใจ


(แต่)ในขณะนี้เห็นจิต-เห็นใจตัวเองแล้ว**


*ที่เรากลัว เราต้องการสวรรค์-ต้องการนิพพานนั้น


มันเป็นมายา มันเป็นมายาของจิตใจ


ให้เราเข้าใจว่าจิตใจมันเป็นมายา


มันเป็นตัวอวิชา


เป็นตัวกิเลสชนิดหนึ่งมาทำให้เราหลงผิดเท่านั้น*


*คำว่า‘อวิชชา’ แปลว่าความไม่รู้


คือไม่รู้จิตใจของเรากำลังปรากฏขึ้นมานั่นเอง*


**‘วิชชา’ แปลว่าเห็นแจ้ง


เห็นในขณะจิตของเรากำลังปรากฏขึ้นมานั่นเอง**


เรียกว่า‘วิชชา’


**‘วิชชา’ แปลว่าเห็นแจ้ง-รู้จริงตามสภาวธรรมที่มีจริง’**


ท่านว่าอย่างนั้น


**ฉะนั้นขอให้พวกเราทุกคนจงตั้งจิต-ตั้งใจ


เจริญสร้างสติขึ้นให้มาก ๆ


ที่พูดให้มาข้อแรกว่า ‘ผู้เห็นธรรมคือเห็นพระพุทธเจ้า


เห็นพระพุทธเจ้า ก็เห็นธรรม’


คือเห็นชีวิตที่ไม่ถูกปรุงแต่งนั่นเอง


ชีวิตบุคคลนั้นจะไม่มีทุกข์เลย**


ฉะนั้น**ขอให้พวกเราทุกคน


จงพยายามเข้าใจในการปฏิบัติธรรมให้ได้**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive