“…*ทุกข์ในที่นี้
ไม่ได้หมายถึงทุกข์ไม่มีเงิน ทุกข์ไม่มีทอง
ทุกข์ไม่มีเรือนนอน หรือทุกข์เพราะไม่ได้เรียนหนังสือ*
เรื่องอย่างนี้ไม่ต้องพูดถึง
แต่*คนที่เรียนหนังสือจบปริญญาตรี-ปริญญาโท
หรือปริญญาเอก ยังมีทุกข์อยู่ก็มี
บางคนมีเงินร้อยล้าน-พันล้าน ก็มีทุกข์ก็มี
ต้องนอนเอามือก่ายหน้าผาก บางคนกินยาตายก็มี
บางคนไปกระโดดน้ำตาย บางคนผูกคอตายก็มี
ตายเพราะเรื่องอะไร ?
เพราะว่ามีความทุกข์นั่นแหละ*
ดังนั้น **ความทุกข์นี้จึงไม่ได้ยกเว้นใครทั้งหมด
ยกเว้นเฉพาะผู้เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า**
ยกเว้นได้จริง ๆ
ถ้าผู้ใดนับถือศาสนาพุทธจริง ๆ นั่นแหละ ยกเว้นได้จริง ๆ
ดังนั้น อาตมาจึงกล่าวได้ว่า
*‘ชาวพุทธที่ว่าตนนับถือพระพุทธศาสนานั้น ไม่รู้จริง
ที่รู้จริงก็น้อยคน ไม่รู้จริงนั้น(มี)มาก’
คือ นับถือศาสนาพุทธเพียงสำมะโนครัวเท่านั้น
แม้พระสงฆ์-สามเณรก็ดี ก็ยังไม่เข้าใจพุทธศาสนาที่แท้จริง
เพราะไม่เคยมาสอนเรื่องนี้กันเลย
(เรื่องการเจริญสติ-เจริญวิปัสสนา)
สอนกันก็แต่เรื่องทำบุญ-ให้ทาน-รักษาศีลเท่านั้นแหละ
ซึ่งใคร ๆ ก็รู้
เพราะเกิดมาแล้ว พ่อแม่เคยทำบุญ-ให้ทาน-รักษาศีลกันมาแล้ว
แต่ส่วนเรื่องกัมมัฏฐานนี้ มีน้อยคนทำ
ยิ่งเรื่องวิปัสสนา ก็ยิ่งมีน้อยคนทำ*
อย่างที่พวกเรามาที่นี่ ก็นับว่าเป็นคนกลุ่มน้อย
คิดดูว่า คนเป็นร้อยเป็นพัน-เป็นหมื่นเป็นแสนในเมืองไทยนี้
คนมาที่นี่มีไม่ถึง ๔๐๐ คน หรืออาจจะถึง
ภิกษุ-สามเณร ก็มีมากพอสมควร
ฆราวาส-ญาติโยม ก็มีมากพอสมควร
นี่แหละ จึงกล่าวว่า‘คนสนใจเจริญวิปัสสนากันน้อย’
แต่ที่มานี้ ก็อย่าเข้าใจว่าเรามาเจริญวิปัสสนานะ
แต่ให้เข้าใจว่า‘เพียงมาเจริญสติ’
มาฟังเทศน์-ฟังธรรมจากท่านผู้รู้
การหาฟังเทศน์-ฟังธรรมจากท่านผู้รู้นี้ เป็นการหาได้ยาก
จะพูดถึงเรื่องความยากให้ฟังอีกสักเรื่องหนึ่ง
คือ เรื่องการเกิดเป็นคนนี้
ท่านผู้ฟังทั้งหลาย ยากที่สุดที่จะได้เกิดมาเป็นคน
ท่านมองเห็นได้ด้วยตา
บางทีแม่ตั้งท้องขึ้นมาได้ ๒ เดือน ๓ เดือน-แล้วแท้งออกมาก็มี
ไม่ทันเห็นเดือน-เห็นตะวันเลย นี่เรียกว่าเสียชาติเกิดแล้ว
บางคนเกิดมา ๑ วัน-๒ วัน ตายไปก็มี
บางคนเกิดมาจนเป็นหนุ่ม-เป็นสาว
ไม่เคยเข้าวัด-ไม่เคยให้ทาน-ไม่เคยรักษาศีล ตายไปก็มีมาก
บางคนเป็นพ่อบ้าน-แม่เรือน
ไม่เคยศึกษาเรื่องสมถกัมมัฏฐาน ตายไปก็มี
นี่มันเป็นอย่างนั้น
ท่านผู้ฟังทั้งหลาย บางคนอายุได้ ๕๐ ปี ๖๐ ปี ๗๐ ปี
ตายไปก็มี ไม่เคยรู้เรื่องวิปัสสนาเลย
จึงว่า *เป็นการยากที่เราจะหาฟังธรรมะจากสัตบุรุษ
ผู้ที่รู้จริง ๆ รับรองคำสอนของพระพุทธเจ้าได้จริง ๆ
เป็นการหาฟังได้โดยยาก*
เมื่อไปพบ-ไปเห็นผู้ที่รู้จริง ๆ แล้ว
จะนั่งฟังคำพูดของท่าน ก็ยังง่วงเหงาหาวนอน
ประเดี๋ยวก็พลิกแข้ง-พลิกขา ปวดตรงนั้น-ปวดตรงนี้
ปวดขี้-ปวดเยี่ยว ไปโน่น-มานี่
ไม่ได้ตั้งใจฟังเลย
ดังนั้น **วันนี้ท่านผู้ฟังทั้งหลายตั้งใจฟังให้ดี ๆ
เพื่อทำความรู้แจ้ง-รู้จริง
รับรองได้จริง ๆ เรื่องนี้**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ