“…**การทำความรู้สึกตัวนี้-จะมีผลของมัน (คือ)
๑. ความทุกข์จะไม่เกิด
๒. มันจะหยุดได้
๓. เห็นคนทำผิดแล้ว ก็คิด(ว่า)น่าสงสาร**
(ถ้า)พูดภาษาบ้านเรา
ตามธรรมะก็เรียกว่า‘มีเมตตา’ ท่านว่าอย่างนั้น
คำว่า‘เมตตา’กับ‘น่าสงสาร’นี่ จะเอาไม่ได้
เอ้า! บัดนี้จะพูดเรื่องที่จะเอาได้
(เช่น) เห็นคนตกน้ำ-คนกำลังจมน้ำอยู่
เราจะทำยังไง คนนั้นจะตายแล้ว ?
เราก็จำเป็นต้อง
ผ้าก็ต้องเปียกนะ เรากระโจนน้ำลงไป
กระโจนน้ำลงไป เราก็จำเป็นต้องเปียก
ถ้าเราไม่รู้จักวิธีเอาคนนั้น คนนั้นจะกอดคอเรา
เมื่อเรา(ถูก)เกาะ ตีนเราก็หวิดน้ำ
เราหวิดน้ำไม่ได้ คนนั้นก็ดึงเราไป
(เพราะ)คนนั้น-มันจะจม(น้ำ)ตายแล้ว
แล้วผลที่สุด (ถ้า)ไม่รู้จักวิธี(ช่วย)-ก็ตายด้วยกัน
แต่(ถ้าเราช่วย)คนนั้น(โดย)มีวิธีอย่างดี
คือเราจับคนนั้น อย่าให้คนนั้นมาจับเรา
เราต้องจับคนนั้น(ไว้)
จับคนนั้นดึงเข้ามา ดึงเข้ามา
แล้ว(อีก)มือหนึ่ง ก็ว่ายน้ำเข้ามา-ว่ายน้ำเข้ามา
เราก็เปียก ผ้าเปียกก็หนักพอแรงแล้ว
(ยังต้อง)ดึงคนนั้นอีกด้วย ดึงเข้ามา
พอดีได้ที่แล้ว ก็ดึงแรง ๆ เข้ามาเท่านั้นเอง
ดังนั้น *คน(ที่)จะช่วยคนอื่น
จำเป็นต้องถูกเขาตำหนิบ้าง
ถูกเขาด่าเราบ้าง ถูกเขาชมเราบ้าง
แต่เมื่อเราเอามาไม่ไหว (เพราะ)มันตายแล้ว
ก็ไม่ต้องดึงคนนั้นขึ้นมาก็ได้ เพราะมันตายแล้วนี่
ดึงคนตาย ดึงขึ้นมาไม่ได้
การสอนคนก็เช่นเดียวกัน*
ท่านเปรียบอุปมาอย่างนั้น…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ