“…คำว่า‘ทุกข์’นี้
พระพุทธเจ้าเรียกว่า‘ทุกข์’บ้าง-‘กิเลส’บ้าง-‘ของเหม็น’บ้าง
เวลาพูดถึงทุกข์หรือกิเลส รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าเกลียด
ตามความหมายของพุทธศาสนา
*ความทุกข์…คือของสกปรก-ของเหม็น ไม่มีใครต้องการ*
คนเราพอตายแล้ว ก็เน่าเหม็น
แต่เราก็ยังช่วยกันชำระล้างได้
ส่วนอุจจาระ เป็นของเหม็นที่เรารังเกียจมาก
ไม่มีใครอยากจับ-อยากแตะต้อง
แต่ของเหม็นถึงขนาดนี้ พระพุทธเจ้ายังบอกว่า
‘ยังไม่เหม็นเท่าไหร่ ยังจับได้-ยังล้างออกได้’
*ของเหม็นที่พระพุทธเจ้าท่านว่าเหม็นจริง ๆ นั้น
คือ ความโกรธ-ความโลภ-ความหลง
ที่มันแอบแฝงเกิดขึ้นมาภายในจิตใจของเรา
อันนี้-ท่านเกลียดมาก
ถ้าจิตใจของผู้ใดยังมีความโกรธ-ความโลภ-ความหลงอยู่
ท่านว่า‘เหม็นยิ่งกว่าอุจจาระเสียด้วยซ้ำ’
คนที่ไม่รู้-ไม่เห็น-ไม่เข้าใจ
พอจิตใจคิดขึ้นมาวูบเดียวเท่านั้น
ความหลงผิดก็เกิดขึ้นทันที
การเกิดเช่นนี้ พระพุทธองค์ตรัสว่า‘เป็นมลทิน’
คำว่า‘มลทิน’ ก็คือความหลงผิดนั่นเอง
ทั้งที่เราไม่เคยรู้-ไม่เคยเห็น-ไม่เคยดูจิตใจของเรา
เราก็ยังพูดเอาเองว่า‘เราเห็น’
แต่ที่จริงไม่ใช่‘เห็น’
เป็นเพียง‘รู้’ว่าคิดอะไรเท่านั้น
เสร็จแล้วก็ทำไปตามความคิดนั้น*
**ถ้าพูดว่า‘เห็น’ ต้องหมายถึงว่าเราเห็นกิเลส
คือ เห็นว่าในความคิดนั้น
มันมีความโกรธ-ความโลภ-ความหลงอยู่ด้วยหรือเปล่า
คนจะเห็นอย่างนี้ได้ ต้องมาปฏิบัติธรรม
(เจริญสติ ทำความรู้สึกตัว)เสียก่อน**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ