DM-0137 | ธรรมะประจำวัน 2022-11-20

“…**การเจริญสติแบบที่อาตมาพูดมานี้ ไม่ต้องนั่งหลับตา


ไปไหน ก็ให้มีสติตามรู้การทำการ-ทำงาน


ขุดดิน-ฟันไม้ ก็มีสติกำหนดรู้


ไม่ต้องนั่งหลับตาก็ได้ จะถือศีลก็ได้


‘ศีล’ แปลว่าปกติ


คำว่า‘ปกติ’ในที่นี้ คือปกติกาย-ปกติวาจา-ปกติใจ**


ถ้ากายนี้ซื่อสัตย์สุจริตแล้ว ก็ต้องไม่ลักขโมยของใคร


หรือถ้าวาจาเป็นปกติแล้ว ก็ต้องไม่โกหก-พูดเท็จ


อันนี้แปลว่า‘ปกติ’


**จิตใจมันนึก-มันคิดขึ้นมา เราก็ต้องเห็น-ต้องรู้


เมื่อมันผิดปกติ เราต้องรู้ทันที**


กายเรามันจะเคลื่อนไหว


กายไปทำทุจริต ลักของพี่-ของน้อง


หรือจะไปชก-ไปต่อย-ไปตีอะไร นั่นมันผิดปกติแล้ว


หรือจะไปกราบ-ไปไหว้อะไรก็ดี


อันส่วนทำดีนั้น-ก็ดี แต่ส่วนไปทำชั่ว-ก็มีมาก


มันเป็นอย่างนั้น


*กายกับวาจานี้ ก่อนจะทำอะไรลงไป-ต้องใจเป็นตัวสั่ง*


ตอนนี้แหละท่านผู้ฟังทั้งหลาย


เราจำเป็นต้องพูดถึงจิตใจ


*จิตใจมันนึก-มันคิดขึ้นมา


คิดดีก็ผิดปกติแล้ว คิดชั่วก็ผิดปกติแล้ว*


ผิดปกติทางดี เรียกว่า‘มืดสีขาว’


ผิดปกติทางชั่ว เรียกว่า‘มืดสีดำ’


**อัน‘ปกติ’นั้น มันมีอยู่แล้วในทุกคน-ไม่ยกเว้น**


คำว่า‘ปกติ’ในที่นี้ เราเรียกว่า‘ศีล’


ศีลนั้น ไม่ได้หมายถึง ศีล ๕ ศีล ๑๐ หรือศีล ๒๒๗


ศีลเหล่านั้น ไม่ต้องพูดถึงก็ได้


เพราะท่านทั้งหลายได้ตั้งจิตใจแล้วว่า


จะ**มาเจริญสติ มาเจริญวิปัสสนา


เพื่อเอาไปใช้กับชีวิตประจำวันของเรา


ไม่ให้ชีวิตของเราเป็นทุกข์


คำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายนั้น


ไม่ได้เป็นพิธีรีตอง


ไม่ได้เป็นเครื่องราง-ของขลังอะไรทั้งหมดเลย


เป็นแต่เพียงสอนให้เรามาศึกษาให้รู้


แล้วนำไปใช้กับชีวิตประจำวันของเราเพื่อแก้ทุกข์เท่านั้น


ถ้าเราแก้ทุกข์ได้น้อย


ความทุกข์ของเราก็มีเหลือไม่ถึง ๑๐๐ %


คือ มีความสุขขึ้นมาแทน


ถ้าหากเราแก้ทุกข์ได้มาก ๆ


ความทุกข์ก็ลดน้อยลง-น้อยลง


เราก็มีความสุขมากขึ้น


ถ้าเราแก้ทุกข์ได้อย่างสิ้นเชิง โดยไม่มีทุกข์แล้ว


อันนี้แหละถูกต้องจริง ๆ


เรียกว่า‘เต็มสมบูรณ์’จริง ๆ** …”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive