DM-0131 | ธรรมะประจำวัน 2022-11-14

“…อาตมาได้รับจดหมายให้มาแสดงธรรมเรื่องนี้


(เรื่อง)‘วิปัสสนา’


ก็จะพูดเรื่องวิปัสสนาเลยทีเดียว


คำว่า‘วิปัสสนา’นั้น เป็นเพียงชื่อเท่านั้นเอง


แต่ตัวจริงของวิปัสสนานั้น ตามตัวหนังสือแปลว่า


‘รู้แจ้ง-รู้จริง ต่างเก่าล่วงภาวะเดิม’ ว่าอย่างนั้น


ถ้าหากรู้แจ้ง-รู้จริง เราจะไปเสียเคราะห์


ดูฤกษ์งาม-ยามดีกันทำไม จะไปไหว้เทวดากันทำไม ?


ถ้าหากรู้แจ้ง-รู้จริงแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวฤกษ์งาม-ยามดี


เพราะว่ามันทำอะไรให้เราไม่ได้


จึงไปตรงเข้ากับคำที่พ่อแม่เราสอนเอาไว้ว่า‘ให้ทำดี’


ไม่ใช่ทำดี-ได้ดี ทำชั่ว-ได้ชั่ว


แต่ทำดี-มันดี…ไม่ใช่ได้ดี ทำชั่ว-มันชั่ว


คนใจดี-จึงทำดีได้ คนใจชั่วแล้ว-จะทำดีไม่ได้


(คนใจชั่ว)ทำดีได้ ก็เพราะอด(ทน)เอาเท่านั้นเอง


ดังนั้น ในวันนี้ขอให้ผู้ฟังทั้งหลายจงตั้งใจฟัง


ทำตัวของท่านผู้ฟังเอาไว้ให้เหมือนกับดอกไม้


ซึ่งท่านอุปมาไว้‘เหมือนดอกบัว ๔ เหล่า’ ว่า


‘เหล่า(ที่) ๑ นั้น พ้นน้ำขึ้นมาแล้ว-ตั้งช่อรอรับแสงแดด


พอแสงแดดออกมา ก็บานได้ทันที


เหล่าที่ ๒ พ้นน้ำขึ้นมาแล้ว-เพียงตั้งดอกตูมไว้


ยังไม่เต็ม หรือยังไม่อัดแน่นภายใน


แดดออกมาหลายมื้อ-หลายวัน ก็บานได้


เหล่าที่ ๓ ปริ่มน้ำอยู่


เมื่อแดดออกมา-น้ำลดลงไป บัวสูงขึ้น-สูงขึ้น


หลายวัน(เข้า) ดอกบัวก็บานได้


เหล่าที่ ๔ ยังแตกตุ่มอยู่ที่โคน-ที่เหง้า


ยังเป็นอาหารของเต่า ของปู-ของปลาอยู่’


อาตมาเข้าใจว่า


ท่านทั้งหลายที่พากันมาที่นี่ เป็นดอกไม้ที่พ้นน้ำแล้วทุกคน


บางคนก็เสียเงิน ๙-๑๐ บาท เดินทางมา


เพราะเป็นคนต่างบ้าน-ต่างตำบล ต่างอำเภอ-ต่างจังหวัด


ที่มารวมกันที่นี่ มาเจริญวิปัสสนา


วิปัสสนานั้น อาตมาทำวิธีเคลื่อนไหว


ท่านที่มาที่นี่ บางคนอาจจะเคยทำวิธีเคลื่อนไหวมาก็มี


บางคนก็ได้ทำพุท-โธมาก็มี


บางคนก็ได้ทำสัมมา-อะระหังมาก็มี


บางคนก็ได้ทำพอง-ยุบมาก็มี


บางคนก็เคยทำอานาปานสติมาก็มี


อันนั้นมันเป็นวิธีการ ไม่ใช่เป็นวิปัสสนา


**‘วิปัสสนา’ คือการเห็นแจ้ง-รู้จริง


เห็นอะไร ?


ก็เห็นตัวเองนี่เองกำลังนั่งอยู่ พูดอยู่ในขณะนี้


เห็นจิตใจมันนึกคิดอยู่เดี๋ยวนี้


อันนี้แหละเป็นวิปัสสนาจริง ๆ


รู้เข้ามาที่ตรงนี้**


จึงจะสมกับที่พระพุทธเจ้าตรัสกับพระวักกลิว่า


‘ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา


ผู้ใดไม่เห็นธรรม ผู้นั้นไม่เห็นเรา


แม้จับชายจีวร หรือจับนิ้วมือเราอยู่


ก็ไม่ชื่อว่าเห็นเราตถาคต เพราะไม่เห็นธรรม’


คำว่า‘เห็นธรรม’นั้น


ครูบาอาจารย์บางคน ท่านสอนว่า


‘ต้องเห็นสี-เห็นแสง เห็นดวงแก้ว เห็นพระพุทธรูป


ตลอดจนเห็นผี-เห็นเทวดา และอื่น ๆ อีกจิปาถะ’


เห็นอย่างนี้ ท่านว่า‘เห็นธรรม’


*อันนั้นไม่ใช่จริง ๆ


อันนั้นแหละเป็นเรื่องของคนที่ไม่รู้ (แล้ว)มาสอน


มันก็เลยไม่รู้*


ส่วนคนที่รู้(แล้ว)มาสอน ก็ต้องรู้ได้ทันที


รับรองได้


คนที่มีปัญญาฟังอาตมาพูดนี้ รู้ทันที…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive