“…พระพุทธเจ้าสอนว่า **‘ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน’
พึ่งได้ ถ้าตนเองทำ
พึ่งได้ เพราะตนเองรู้
พึ่งได้ เพราะตนเองเข้าใจ
ท่านจึงให้ศึกษา-ให้ปฏิบัติให้รู้แจ้งเห็นจริง
ให้ซาบซึ้งตรึงใจจริง ๆ แล้วอยู่เหนือทุกข์-เหนือสุข
อยู่เหนือโลก แล้วอยู่เหนือสิ่งเหล่านั้น(เหนือสมมติ)**
*แต่ถ้ายัง
ก็ได้ชื่อว่า‘เรายังไม่ได้ศึกษาหลักพระพุทธศาสนา
ตามแนวคำสอนของพระพุทธเจ้า’*
ท่านว่าอย่างนั้น
*การสร้างฐานะ-ยศถาบรรดาศักดิ์
สร้างความดี-ความงาม
พระพุทธเจ้าท่านไม่ห้าม
ท่านให้สร้างได้ แต่ท่านไม่ให้ยึด-ไม่ให้ถือ
ถ้าหากไปยึดถือเข้า เรียกว่า‘มีอุปาทาน’*
จึงว่า**‘ให้ละ ให้ปล่อยวางอุปาทานทั้งหมด’**
*ถ้าผู้ใดมีการยึด-การถือ อุปาทานอย่างใด-อย่างหนึ่งอยู่
จิตใจก็ไม่ว่าง จิตใจมันเหม็น-มีกิเลส
ได้ยินเสียงอะไรกระทบปุ๊บ ก็คิดปั๊บทันที*
**เราจึงมาอบรม มาเจริญสติ-เจริญสมาธิ-เจริญปัญญา
เพื่อให้มันสว่างจากความโกรธ-ความโลภ-ความหลง**
แล้วท่านยังสอนต่อไปอีกว่า‘อย่ายึดมั่น-ถือมั่น’
**ให้เห็นจิต-เห็นใจของเราเสียก่อน
ถ้าหากไม่เห็นจิต-เห็นใจ
มันมีโทสะ-มันมีโมหะ-มันมีโลภะ
มันมีอุปาทาน มันจึงไม่ว่าง*
(ท่าน)จึงสอน**ให้เรารู้สึกตัว
‘เมื่อรู้สึกตัวแล้ว จิตมันจะว่างไปเอง’**
พระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้-ปรินิพพานไปแล้ว ก็เป็นเช่นนั้น
ที่มีอยู่-เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ก็เป็นเช่นนั้น
‘นิสัยหรือว่าวิสัยของพระพุทธเจ้าต้องเป็นเช่นนั้นเอง’
เราพูดได้ แต่ว่า-แล้วเมื่อใดเราจึงจะเป็นเช่นนั้นบ้าง ?!
*เมื่อใดเราจึงจะเห็น จึงจะเข้าใจ ?
เรามัวไปยึด-ไปติดอะไรอยู่ จึงไม่มาศึกษาหาความจริง
ชอบศึกษาแต่ของไม่จริง*
ดังนั้นที่พูดให้ฟังนี้ ก็เพื่อทำความเข้าใจ
*อย่าไปหากินแต่กระดูก
ถ้ากินปลา-ก็อย่าไปกินแต่ก้าง ให้กินเนื้อ*
ถ้าหากินแต่กระดูก แทะอยู่แต่กระดูก
ก็เท่ากับกินน้ำลายตัวเอง แล้วว่ามีรสชาติ
นั้นเราเรียกว่า‘คนลืมตัว’ ผิดหลัก
อย่างหลวงพ่อเดี๋ยวนี้
หมอเขาให้หลวงพ่อกินอาหารที่มีโปรตีน
อาหารที่ไม่มีโปรตีนนั้น จะไม่สร้างเนื้อสร้างหนังให้หลวงพ่อ
หลวงพ่อก็ต้องผอมไป ตายไป
ถ้าหากหลวงพ่อกินอาหารที่มีโปรตีน
ร่างกายก็จะค่อยดีขึ้นมา ได้สัดส่วนขึ้นมา
การทำให้พุทธศาสนาเจริญนั้นก็เช่นเดียวกัน
**ไม่มีใครทำให้เรา เราต้องศึกษาให้รู้จักจริง ๆ**
จึงจะเป็นชาวพุทธที่แท้
**ถ้าหากมีผู้ประพฤติดี ตรงตามพระธรรมวินัย
ตามศาสนาของพระพุทธเจ้า
โลกนี้จะไม่ว่างจากพระอรหันต์**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ