DM-0121 | ธรรมะประจำวัน 2022-11-04

-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๔ (๓/๕) ※-


“…จึงว่าให้เคารพสถานที่-เคารพบุคคล ผมว่าแล้ว


ที่จริง(คือ)เคารพตัวเฮานี่แล้ว เพราะว่าเฮาเป็นพระธรรมแล้วเด๊


ยกมือไหว้ตัวเอง(ตอน)มื้อเช้านั่นโลด ผมยกมือไหว้ได้ทันที


‘โอ…กูนี่มันดีปานนี้หนอ’-ว่าซั่น


มันมีเพชร-มีทองคำ(ที่)เจียระไนได้แล้ว


บัดนี้เอาไปขาย-ราคาก็แพง นี่-ผมเปรียบไปจังซั่น


แต่ว่าผมบ่ ๆ ได้เรียนหนังสือเด๊ครับ


ข้าวที่ ๑ อันนี่ บ่แม่นข้าวที่ ๒


อันให้ทาน-รักษาศีล-กินเจ…ดีแล้วอันนั้น แต่หากบ่แม่นอันนี้


**อันนี้มันกวม(ครอบคลุม)หมด คือฟ้ากับแผ่นดินกวมกันอยู่จังซี่


‘โอ…มันกวมเหมิ๊ด’


ถ้าทำถูกต้องอันเดียวแล้ว เหมิ๊ดบัดเดียว**-ว่าซั่น


หลวงพ่อเข้าใจจังซั่น ตอนมื้อเช้านั่น


**บัดนี้ทำไป-ทำมา ผมก็เลยรู้จัก-เห็น-ฮู้-เข้าใจจริง ๆ


เมื่อเข้าใจสมถกรรมฐานแล้ว มันบ่ไป**


(สมถกรรมฐาน)มันมืดตื้ออยู่ภายในจิตใจ มันเป็นจังซั่น


มันบ่เบาใจ ก็เลยเห็นการกระทำบาปนี่แหละ


การกระทำบาป เอามือไปตี…ปากบ่เว้า-ใจบ่คิด


(กาย)มันเฮ็ดไปซื่อ ๆ เด๊ *เฮ็ดไปตามอารมณ์ให้ว่าเถอะ


นี่แหละตัวกิเลส เฮาบ่ฮู้จักว่ามันเฮ็ดเด๊นี่-กิเลสมันพาเฮ็ดไป*


ถ้าหากนรกมีจริง ๆ ว่าซั่น ตายไปแล้วตกนรกขุมใด


นานจักปี-จักเดือน ?


เว้าบัดนี่ บ่ได้เจตนา-บ่ได้เห็นคำพูดตัวเอง


เฮ็ดไปตามนิสัยกิเลส ให้ว่าเถอะไป


เว้าไปตามนิสัยกิเลส-ว่าจังซั่น ถ้าหากนรกมีจริง


ตายไปแล้วตกนรกขุมใด นานจักปี-จักเดือน-จักวัน ?


นี่-เข้าใจจังซั่น


บัดนี้ มือบ่ทำ-ปากบ่เว้า…ใจคิดซือ ๆ บัดนี้ แต่*บ่ฮู้จักใจคิด


ใจมันเป็นกิเลสแล้วเด๊* อย่างที่ว่าให้ฟัง


*‘โยมบ่ตัดต้นลม-บ่ตัดรากมัน…กิเลสมันบ่ออกเด๊’* มันเป็นจังซั่น


ถ้าหากนรกมีจริง-ว่าจังซั่น ตายไปตกนรกขุมใด


นานจักปี-จักเดือน ?


นี่ ๓ อันนี่


บัดนี่มือก็ทำ-ปากก็เว้า-ใจก็คิดพร้อมกัน ถ้าหากนรกมีจริง


ตายไปแล้ว ไปตกนรกขุมใด-นานจักปี-จักเดือน ?….เข้าใจจังซั่น


ก็เลยตื้ออยู่คราวหนึ่ง


มีความสว่างเกิดขึ้นภายในจิตใจอีกตื่ม…โอ


ถ้าหากทำบุญบัดนี่ แต่ทำบุญบ่ได้เจตนา-มีแต่มือทำซื่อ ๆ


ปากบ่เว้า-ใจบ่คิด ทำไปซื่อ ๆ-ทำไปตามกิเลส….ให้ว่าเถอะไป


ถ้าหากสวรรค์มีจริง ตายไปแล้วจิไปเกิดสวรรค์ชั้นใด


นานจักปี-จักเดือน ? ว่าจังซั่น


บัดนี้มือบ่ทำ-มีแต่ปากเว้าซื่อ ๆ เว้าไปตามกิเลสแหละ ๆ


เว้าโดยไม่รู้ทิศ *บ่เห็นกิเลสเด๊-ถ้าบ่ฮู้จักกิเลส*


จึงว่า**ตัดกิเลสนี่ มันต้องเอาจริง ๆ จัง ๆ**


บัดนี้ถ้าหากสวรรค์มีจริง ไปเกิดสวรรค์ชั้นใด


นานจักปี-จักเดือน ?


บัดนี้ปากบ่เว้า-มือบ่ทำ…มีแต่ใจคิดซื่อ ๆ


ใจคิดไปตามกิเลสซื่อ ๆ แต่หากบ่ฮู้จักกิเลส


ถ้าหากสวรรค์มีจริงเด๊ บัดนี้ตายไปแล้ว-ไปเกิดสวรรค์(ชั้นใด)


นานจักปี-จักเดือน ? มันเป็นจังซั่น-ให้รู้จักจังซั่น


บัดนี้เอ้า…มือกะทำ-ปากกะเว้า-ใจก็คิด


พร้อมกันทั้ง ๓ อย่างนี้ ถ้าหากสวรรค์-นิพพานมีจริงน่ะ


ตายไปแล้วจิไปเกิดสวรรค์ชั้นใด


นานจักวัน-จักปี-จักเดือนว่าซั่น ? นี่เข้าใจจังซั่น


**พอดีเข้าใจจังซี่แล้ว ก็มีความสว่างใจขึ้นมาโลดครับ**


นี่แหละกิเลส *ถ้าเฮาฮู้จักกิเลสครับ-ตัดต้นลม*


เฮาว่าตัดไม้ต้องตัดรากมันพู่น แน่ะ-เฮาเว้าเป็นซื่อ ๆ นี่เด๊


เฮาว่ากิเลส ๆ โย้-กิเลสจังใด ?


*อันเจ้าของ(ตัวเอง)คิดอยู่นั่นละ-กิเลสน่ะ…อันเจ้าของคิดอยู่


นั่ง(ทับ)กองกิเลสอยู่นั่นแหละ เพิ่นจึงว่า‘เอาขี้เป็ดไปล้างขี้ไก่


เอาขี้ไก่ไปล้างขี้เป็ด’ มันบ่แล้วจักเทื่อ(มันไม่สิ้นสุดสักที)*


ตัดมือเฮานี่-บ่แม่นตัดมือเฮาแท้ ๆ เด๊ (ให้)เอาทิ้ง


ของเคยใช้-เคยจ่าย…เอาทิ้ง ของเคยพูด-เคยเว้า…เอาทิ้ง


นี่ตัดต้นลม


ของที่มีอยู่แล้วมันบ่ทำประโยชน์อิหยัง-คุณค่ามันมีน้อย เอาทิ้ง


เลิกอันนี้แล้ว เพิ่นเอิ้น(ว่า)‘ตัดต้นลม-ตัดมือตัวเอง’


เป็นกิเลส-อันนี่ ตัณหามันอยาก-มันอยากคิดถึง


อุปาทานบัดนี่-มันคิดถึง กรรมนี่-มันไปคิดถึง


จึงว่า*‘อดีต-อนาคต ช่วยเฮาบ่ได้ทั้งหมด’*


ผมยังว่าให้ฟัง **‘อย่าเอาอดีตไปไว้ไกลกัน


อย่าเอาอนาคตไปไว้ไกลกัน’


(เอา)อดีต-อนาคต-กับปัจจุบันมาไว้ใกล้ ๆ กัน


ครั้นถ้ามันอยู่ใกล้ ๆ กันเข้าแล้ว มันจิเป็นอันเดียวกันขึ้นมาโลด**


*อันนี้มันอยู่ไกลกัน มันก็เลยบ่เป็นอันเดียวกันจักเทื่อ*


เฮาบ่เข้าใจจังซั่น


พอดีเห็นอันนี้แล้ว


คล้าย ๆ คือว่าฟิวส์ไฟฟ้า-(นี่)สมมติเอานะ ขาดปั๊บจังซี่หละ


ครั้นถ้าจิว่าทางมันสว่าง(ถ้ามันสว่างอยู่) มืดตึ้บบัดนี่


ครั้นสิว่าทางมืด ก็คล้าย ๆ คือว่ามันมืดตึ้บ(มันมืดอยู่)


เฮาไปกดสวิทซ์ไฟฟ้า-สว่างจั๊วะขึ้นมาโลดเป็นจังซั่น


หรือเปรียบว่าคือสำลีแห้งน้ำนี่แหละ บีบเท่าใดก็บ่มีน้ำ


ผมเปรียบหลายอย่าง หรือคือเชือกไนล่อน


(นำมา)มัดส้น(ปลาย)นั้น-มัดส้นนี้ ดึงเค่ง ๆ(ตึง ๆ)


(แล้ว)ตัดตรงกลาง ขาดปั๊บ-ดึงบ่ถึงกันแล้วบัดนี่


ผมเปรียบไว้ครับ


แล้วก็อีกบทหนึ่ง-มีดพร้าบาดเฮา ตามปกติมีดพร้าบาดเฮา


ฟันเนื้อ-ฟันหนัง เลือดไหลออกปากบาด(แผล)


(จะ)กลับเข้าสู่สภาพเดิมมันเหมิ๊ด


ผมกำลังย่างอยู่ ตัวผมนี่เบาขึ้นไปโลด


แต่ว่าบ่แม่นดีอก-ดีใจอิหยัง แต่มันเป็นอารมณ์


วิปัสสนาแบบเฮาเฮ็ดอยู่นี่ มันจิเป็นไปตามขั้นตอนมาจังซี่เด๊


เห็นอย่างอื่น-บ่ถูก อย่างที่ผมว่านี่เด๊ครับ-อันนี้เป็นอารมณ์


ที่นำมาเล่าให้ฟัง-แล้วก็มาแยกแยะให้ฟัง พวกเราบ่เข้าใจ


*ถ้าพวกเราจิบ่เข้าใจแล้วนำไปปฏิบัติ มันก็บ่เข้าเรื่อง-เข้าราว


มันก็บ่เข้าล็อคเด๊ครับ*-มันเป็นจังซั่น **อันนี้จึงว่าพยายามทำแท้ ๆ**


พอดีมันจืดหมดแล้ว ก็คล้าย ๆ คือดักแด้(ถูก)ตัดขาดแล้ว


ตัวดักแด้-ขเจ้าเอาไปต้ม ไปสาวเอาใน-เอาไหมมัน


ตัวมันหดอยู่ใน-มันเป็นจังซั่น มันเข้าป้อ(รัง)มัน


เป็นจังซั่น-ตอนเช้า


**ความสุขประเภทนี้ เงินซื้อบ่ได้


มีเงินจังหมื่นล้าน-แสนล้าน…ก็ซื้อบ่ได้ ให้ผู้อื่นทำแทนก็บ่ได้**


*ถ้าทำผิดมาแต่ต้นแล้ว


การปฏิบัติธรรมของพวกเฮามันจิบ่ก้าวหน้า*


**ถ้าหากเราทำถูกมาแต่ต้นแล้ว


การปฏิบัติธรรมะของพวกเฮามันจิก้าวหน้า** มันเป็นจังซั่น


ที่ญาพ่อเล่าให้ฟัง จึงว่าให้พวกเฮาทำไป-ลองเบิ่ง


มันจิก้าวหน้า หรือมันจิบ่ก้าวหน้า ?


ผมว่ามันก้าวหน้า


เพราะพระพุทธเจ้าเพิ่นตรัสไว้หลายอย่าง-แน่ะ


ว่า‘สัตว์ทั้งหลายคือเราตถาคต’ แน่-ข้อแรก


อย่าหาว่าผมลิ้น(พูดเล่น) บ่แม่นเว้าลิ้นเด๊อันนี้


‘สัตว์ทั้งหลายเหมือนเราตถาคต’-เหมือนกัน


‘สัตว์ทั้งหลายเป็นตถาคต’ เป็นได้เหมือนกัน


แต่หากบ่ได้เป็นพระพุทธเจ้า


เพิ่นจึงว่า‘พุทธานุพุทธัง สะมะสีละทิฏฐิง


ผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า มีศีลและทิฏฐิเสมอกัน’


เพิ่นว่า‘มีศีล-มีทิฏฐิ-มีความเห็นคือกันกับพระพุทธเจ้า’


เพิ่นว่าจังซั่น จึงว่า**(ให้)เฮาตั้งใจปฏิบัติ**


ข้อที่ ๔ นี่เพิ่นว่า‘สัตว์ทั้งหลาย เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น


แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย ให้พวกเธอทั้งหลาย


จงประพฤติ-ปฏิบัติตามอย่างเราตถาคตนี้


ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้


**นี่…ต้องรู้-ต้องเห็น-ต้องเป็น-ต้องมีเหมือนกันกับพระพุทธเจ้า**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive