DM-0120 | ธรรมะประจำวัน 2022-11-03

-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๔ (๒/๕) ※-


“…อันที่นำมาเล่าให้ฟังนี้ ผมคิดว่าจิไปตัดต้นมือ-ตัดต้นลม


เฮาว่ากันว่า ‘เอารถแทรกเตอร์ไถมันออก


รถแทรกเตอร์ไถฮาก(ราก)เล็ก-ฮากน้อยมันออกเหมิ๊ดแล้ว


มันบ่เกิดบัดนี่


อันนี้*เฮาบ่ฮู้จักกิเลส-เฮาเว้าเป็นซื่อ ๆ


อันเว้าเป็น-บ่มีประโยชน์ มันบ่เห็น-บ่ฮู้จักกิเลส


‘กิเลส’หมายถึงมันอยู่นำเฮานี่แล้ว-มันมีของอยู่นี่*


**บัดนี้เฮาเห็นกิเลสแล้ว(ว่า)อันนี้มันเป็นกิเลส-ทิ้งเลย


ตัดมือเฮาให้แล้วกัน


ตัณหามันอยากอยู่เด๊บัดนี่ (ถึง)อยากก็บ่ได้กินแล้ว


มันบ่มีแล้วเด๊บัดนี่ (แต่)อุปาทานมันคิดถึง


คิดถึงก็อย่าหามันแล้ว มันบ่มีประโยชน์ คิด-ก็คิดซื่อ ๆ**


จึงว่า *อันความคิดเรื่องอดีต-อนาคตเนี่ย…มันใช้บ่ได้* แน่ะ!


อันว่าอยู่นี่…**อดีต-อนาคตใช้บ่ได้ (ที่ใช้ได้คือ)ปัจจุบันนี้**


จึงว่า ผมว่าให้ฟังทุกมื้อ-ทุกมื้อ…บ่เข้าใจ


(ว่า)**อย่าเอาอดีต-อนาคตไปไว้ไกลกัน ให้เอามาไว้ใกล้ ๆ กันนี้


เอาตัวกิเลสนี่-กับตัวตัณหา-ตัวอุปาทานนี่มาไว้ใกล้ ๆ กันนี่**


อันนี้เฮาบ่เข้าใจ ฟังผมเว้าเป็นซื่อ ๆ-แสดงว่า*ยังบ่เข้าใจธรรมะ


แล้วไปสอนผู้อื่น มันก็ผิด


‘ความผิดพลาดนั้น-เป็นบ่อเกิดแห่งความบาป’* เพิ่นว่า


อันกรรมกับวิบากนั้นล่ะ เพิ่นว่าเอิ้น‘การกระทำ-เสวย’


เพิ่นว่าจังซั่น-ตำรา ผมบ่ได้เรียนมาหรอก


อันนี้ผมรู้จักแท้ ๆ เรื่องธรรมะ อันนี้ผมว่าผมรู้จัก


ชำนาญมาหลายเติบ(มากพอสมควร) ให้ว่าเถอะไป


ผมจึงมีความสามารถ กล้าพูด-กล้าสอน


ว่า(พูด)ต่อพ่อ-ต่อแม่ ต่ออ้าย-ต่อน้อง ต่อพรรค-ต่อพวก


ผมเป็นโยมอยู่ซะด้วยนี่นะ (ตอนที่)สอนน่ะ


๒ ปีกว่าพู่น (ที่)ผมสอน(ตอนเป็นโยม)


มันก็เลยมีความชำนาญขึ้นทุกมื้อ ๆ ซั่นวะ


จึงว่า ปีนี้พวกเฮามาผลิตกันให้ไปเป็นครู-เป็นอาจารย์คนได้


ผมจะพยายามแยกแยะออก(เป็น)คำพูดนี่


ที่ผมรู้มา มันแยกแยะไป


แล้วก็ผมก็เลย-ผมก็มานอนบัดนี่ รู้จักอันนี้ดีแล้ว…โอ-มานอน


นอนแล้วก็ ธรรมดาผมมักอยากตื่นตี ๑ ตี ๒ นี่แหละ-ผมมักตื่น


ตื่นแล้วลุก ลุกแล้วก็ลุกเบา ๆ-บ่ให้ไผฮู้เมื่อ(ไม่ให้ใครรู้สึก)


นิสัยเป็นจังซั่น นิสัยผู้ประพฤติธรรมเด๊


อันนิสัยกุ๊ก ๆ-กิ๊ก ๆ บ่แม่นนิสัยประพฤติธรรม


บ่แม่นนิสัยปฏิบัติธรรม นิสัยกิเลส-อันนั้น


*ให้รู้จักว่ากิเลสมันเป็นสันดาน-มันเป็นยางเหนียว


มันบ่อยากออก-มันบ่อยากเลิก-มันบ่อยากเซา*


**เฮาพยายามออก-พยายามเลิก-พยายามเซา เพิ่นว่าจังซั่น


จึงว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรม** แน่ะ-เข้าใจว่าจังซั่น


ผมก็เลยมานั่ง


แต่ผมนั่งในคราวนั้น บางทีผมยังบ่ล้างหน้ากะได้


ลุกแล้วก็มานั่งสร้างจังหวะ


พอสมควรแล้วก็มาล้างหน้า เดินจงกรม


ตื่นออกมาแต่ตำอิด(ทีแรก) มันบ่อยากนอนเด๊


(ยัง)ไม่ล้างหน้าก็ได้ นั่งอยู่กับที่


บัดนี้ผมก็มาเดินจงกรม บ่ทันได้เดินไป-เดินได้น้อย ๆ


เห็นตัวขี้เข็บ(ตะขาบ)ตัวหนึ่ง แล่นออกมา-ขว๊าก ๆ ออกมา


ผ่านหน้าผมไป ผมก็เลยเอาเทียนไขตามตัวขี้เข็บตัวนั้นไป


ตัวขี้เข็บตัวนั้นไปไกลแล้ว ก็เลยบ่เห็นครับ


เพราะผมเคยถูกขี้เข็บกัดเทื่อหนึ่ง-เจ็บ


มันเป็นเลือดออกนะครับ


ถูกขี้เข็บกัดนี่-รอยกัดเป็น ๒ เขี้ยว…โอ-เจ็บหลาย


ก็เลยเอาเทียนไขมาตั้งไว้ของเก่า(ที่เดิม) เอามาตั้งไว้ของเก่า


(แล้วก็)เดินกลับไป-กลับมา ก็เลยรู้จักศีลขึ้นมาโลด


ศีล-วิธีที่ผมฮู้จักนั้น ก็ศีลขันธ์-สมาธิขันธ์-ปัญญาขันธ์


โอ…กิเลสอย่างหยาบ-กิเลสอย่างกลาง-อย่างละเอียด


เพิ่นว่า ‘ศีลเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ


สมาธิเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างกลาง


ปัญญาเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างละเอียด’


โอ…กิเลสอย่างหยาบ ได้แก่ โทสะ-โมหะ-โลภะ


กิเลสอย่างกลางเข้ามาบัดนี่


(ได้แก่) กิเลส-ตัณหา-อุปาทานนี่เด๊


มันหนัก-อันตัวโทสะ-โมหะ-โลภะ


มันบ่อยากเซา-มันบ่อยากวาง…อันตัวกิเลสอย่างกลาง


กิเลสอย่างละเอียดว่าซั่น หมายถึงปกติใดที่เป็นอนุสัย


เราก็เลิกได้-กิเลสอย่างละเอียด


ก็เลยฮู้จักสมถกรรมฐานขึ้นมาโลดครับ


*สมถกรรมฐานมันไปสงบแบบนั้น สงบแบบบ่ฮู้


สมถกรรมฐานเป็นอุบายให้สงบจิต สงบใจ*


**วิปัสสนากรรมฐานนั้น-เป็นอุบายให้เกิดปัญญา ว่าซั่น


มันเกิดปัญญาแท้ ๆ เด๊ครับ**


หลวงพ่อคือกัน-พระหนุ่มเณรน้อยคือกัน แม่ขาว-แม่ดำคือกัน


เกิดปัญญาให้เห็นจังซั่นแท้ ๆ


อันนี้เพิ่นว่าเอิ้นอารมณ์ อารมณ์ของวิปัสสนา


บ่แม่นอารมณ์ อย่างที่ญาพ่อว่า‘มีอารมณ์เป็นพัก-เป็นพักไป’


อ้อ-อย่างว่าเขียน(ใน)หนังสือนั้น บอกว่า‘มาทางนี้’-แน่ะ!


เขียนหนังสือไว้เล่มหนึ่ง(ว่า)‘มาทางนี้’ *มันไปทางนั้น-มันบ่ถูก


เฮาไปภาวนา(ว่า)พุท-โธบ้าง สัมมาอะระหังบ้าง


นับ ๑-๒-๓ บ้าง พอง-ยุบบ้าง ดูลมหายใจบ้าง


นึกเอาพระพุทธเจ้าในประเทศอินเดียพู้นมาไว้ในหัวใจนี้บ้าง


นึกเอาลูกแก้วหรือพระพุทธรูป


ลอยเข้ามาสวมตัวเฮานี่ไว้คือเสื้อ-คือผ้านี่แหละครับ


อันนั้นบ่แม่น-มันคิดเอาซื่อ ๆ ความคิดเฮามันหลอกเฮา-บ่แม่น*


บัดนี้**เฮามาเบิ่งความคิดเฮา…มันคิด-เฮาเห็น มันคิด-เฮารู้


โอ…ความสงบจึงเป็นคนละเรื่องกัน**


*ความสงบของสมถกรรมฐานนั้น มันสงบแบบบ่รู้


เฮาเฮ็ดอยู่-มันบ่รู้ จึงบ่รู้(จัก)กิเลส


(พูด)ว่ากิเลส-แต่บ่รู้(จัก)กิเลส อยู่นำกิเลส-แต่บ่รู้จักกิเลส


นั่ง(ทับ)กองกิเลสอยู่-ก็บ่ฮู้(จัก)กิเลสบัดนี่*


บางทีมื้อนี้ก็ตัดมือกันเสียก็ดีนะ ตัดไม้-ตัดมือกัน


ของที่มี-เคยใช้เคยสอย เอาออกไป-ทิ้งให้เหมิ๊ด…ตัดมืออันนี่


บัดนี้หาบ่เห็นแล้วจังซี่ มันสิคิดถึงบัดนี่-ตัณหามันจิอยาก


อุปาทานมันไปยึด


‘โอย-เอาของกูไปทิ้งที่ใดหนอ’ นี่มันเป็นจังซั่น


เฮาต้องตัดมือเฮา


(ถ้า)เฮาบ่ตัดมือเฮาแล้ว บ่มีคนอื่นจิตัดมือเฮาให้ได้ทั้งหมด


ผีมาตัดมือเฮาก็บ่ได้ เทวดามาตัดมือเฮาก็บ่ได้


พระอินทร์-พระพรหมมาตัดมือเฮาก็บ่ได้ เฮา(ต้อง)เลิกเอง


เฮาตัดมือเฮาเองนี่ แต่ผมบ่ได้ตัดหรอก-ผมเลิกซื่อ ๆ


เพราะว่าคราวนั้นผมสูบบุหรี่ ผมเลิกทิ้งหมด


แต่ผมพยายามออก(เลิก)โอวัลตินนี่นาน-มันติด


ครั้นบ่กินแล้ว-มันท้องบ่ดี เดี๋ยวนี้เลิกได้แล้ว


นานอันนี้-จึงเลิกได้


อันนี้แหละจึงว่า **เฮามาปฏิบัตินี่เพื่อให้เข้าใจจริง ๆ**


*ถ้าบ่เข้าใจจริง ๆ แล้ว เฮาสิไปสอนคน-มันจิผิด*


จึงว่าพระ-เณรเรา หลวงพ่อทุกองค์ พระทุกองค์-เณรทุกองค์


ญาติโยมทุกคน…ต้องฟังคำพูดผมนี่


**ลองเบิ่ง มันจิแม่นหรือมันจิผิด


เอาไปวิพากษ์-วิจารณ์-พิจารณา…ลองเบิ่ง แล้วปฏิบัติ-ลองเบิ่ง


ครั้นมันใช้ได้-ผมว่านี่มันดี ผมว่ามันดีหลายเติบนั่นแล้ว


ผมคิดว่าเงินจักล้านบาท-ซื้อบ่ได้เด๊ ซื้ออย่างคำพูดผมว่านี่


บ่ว่าแต่ล้านบาทนี่ จักพันล้านบาท-ก็ซื้อบ่ได้เด๊


ครั้นบ่เฮ็ดเอา บ่ได้เด๊


ไปพบพระพุทธเจ้าสัก ๑๐ พระองค์


ก็เฮ็ด(ให้)บ่ได้เด๊**-มันเป็นจังซั่น


(ปฏิบัติ)…จึงจะเห็นพระพุทธเจ้า-เห็นพระธรรม-เห็นพระสงฆ์ขึ้นมา


พระพุทธเจ้าทุกพระองค์เคารพพระธรรม นี่เพิ่นว่า


(แต่)เฮาบ่เคารพการกระทำของเฮาเด๊เดี๋ยวนี้


(พระพุทธเจ้าทุกพระองค์)ที่เป็นแล้วด้วย-ว่าซั่น


ที่กำลังเป็นอยู่ด้วย ที่จะมาตรัสรู้ด้วย-ว่าซั่น


พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ต้องเคารพพระธรรม


เฮาจิบ่เห็นธรรมะเด๊ เฮาจิว่าแต่ธรรมะ ๆ ๆ


*มันเว้าเป็นเด๊-ธรรมะ ๆ แต่ว่าใจมันบ่เห็น*


**เมื่อใจมันเห็นแล้ว มันเข้าใจธรรมะแท้ ๆ นี่เด๊


เอาพระธรรมนี่ไปทำ


เอาพระธรรมนี่(ไป)เอาของสกปรกออกไปทิ้ง


เอาพระธรรมนี่(ไป)ทำให้มันดีขึ้น**


สำนักทับมิ่งขวัญเฮาก็ดีขึ้น


**ตัวเฮานี่แหละมันดี**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive