DM-0119 | ธรรมะประจำวัน 2022-11-02

 -※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๔ (๑/๕) ※-


“พระ-เณรทุกองค์ครับ ตั้งใจฟัง


โยมก็คือกัน แม่ขาว-แม่ดำก็คือกัน


**ครั้นตั้งใจฟัง แล้วนำไปปฏิบัติ


แล้วมันสิมีประโยชน์แก่ตัวเฮาจริง ๆ ครับ**


ทุกมื้อ-ทุกมื้อ เช้า-เย็น…ว่าให้ฟัง-บางคนก็ยังบ่เข้าใจ


บางคนจิหาว่าหลวงพ่อนี้บังคับขู่เข็ญ บ่แม่นจังซั่น


หลวงพ่อมีความตั้งใจ-หวังดี จึงแนะนำ…ให้ว่าจังซั่นเถอะ


ครั้นบ่หวังดี-จิแนะนำเฮ็ดหยัง เป็นจังซั่น


ฟังแล้ว จำไปปฏิบัติเด๊-มันยังแม่น(มันจึงถูก)


ฟังแล้วทิ้งซื่อ ๆ โอ…มันก็บ่ได้ผลแล้ว-จังซั่นนี่


วิธีปฏิบัติของพวกเฮานี่นะ เฮาว่าเป็น


แต่การกระทำ บ่เป็น-บ่ถูก-บ่ฮู้จัก


บ่เป็น-มันก็บ่ถูก บ่ถูก-มันก็แสดงว่าบ่ฮู้จักแล้ว มันเป็นจังซั่น


จึงว่า เบื้องต้นให้ฮู้จักรูป-นามจริง ๆ


เมื่อฮู้จักรูป-นามแล้ว ก็รู้จักสมมติ


ฮู้จักทุกอย่างทีเดียว-หลวงพ่อ เรื่องที่ตาเห็นนี่-รู้จักหมด


เลิกละได้แท้ ๆ-หลวงพ่อ สิ่งเสพติด-มึนเมาทุกประเภท


ดูฤกษ์งาม-ยามดีทุกประเภท ไหว้ผี-ไหว้เทวดาทุกประเภท


บวงสรวงทุกอย่าง ให้ว่าเถอะ-แต่ก่อนนี่


(เดี๋ยวนี้)บ่-บ่มีการข้องแวะ…ญาพ่อ


รู้จักเรื่องรูป-นามนี่ เลิกได้เด็ดขาดทีเดียว


**บ่มีหยังสิมาช่วยเฮาเด๊ บัดใดเฮาเฮ็ดเอาเอง-เลิกได้แท้ ๆ**


บ่มีครูบาอาจารย์องค์ใดมากระซิบใส่หูเลย


หลวงพ่อฮู้จักมื้อเช้าบัดนี้


จึงว่า**ให้ฮู้จักจริง ๆ ถ้าหากบ่ฮู้จักจริง ๆ


แล้วนำไปสอนคนอื่น-ผิดเด๊** ผิดแล้วจะเป็นจังใด ?


เอ้า! ก็บาปแล้ว เอาไปสอนขเจ้าผิดเด๊


นี่แหละ บาปมันอยู่ที่ตรงนี้แหละ


*บาปคือมืด-บาปคือบ่ฮู้จัก* **บุญคือฮู้-บุญคือฮู้จัก**


บ่สอนผิดแล้ว-บุญ มันเป็นจังซั่น


จึงว่า**ตั้งใจฟัง(ที่)ผมว่านี่-(แล้ว)ลองเอาไปเฮ็ดเบิ่งเถอะ บ่พลาด


เพราะว่าพระพุทธเจ้าเพิ่นสอนไว้ดีแล้วว่า


‘สัตว์ทั้งหลาย เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น


แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย ให้พวกเธอทั้งหลาย


จงประพฤติปฏิบัติตามอย่างเราตถาคตนี้


ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้’


รู้ไปทุกแง่-ทุกมุม ทุกกรอก-ทุกซอย…พระพุทธเจ้าเพิ่นว่ารู้จังซั่น


เฮาเฮ็ด มันก็จะรู้คือกันกับพระพุทธเจ้ารู้นั่นทีเดียว**


อันนี้เฮาบ่เชื่อเด๊-เดี๋ยวนี้นี่


บ่เชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้า-เป็นจังซั่น จึงว่าเฮาบ่ฮู้


มื้อแลงมา ผมจึงฮู้อันนี้


บัดนี้มาฮู้‘วัตถุ-ปรมัตถ์-อาการ’


‘วัตถุ’ หมายถึงทุกสิ่ง-ทุกอย่างทีเดียวนี่ที่มีอยู่ในโลกนี้


จิมองเห็นด้วยตาก็ตามซาง บ่มองเห็นด้วยตาก็ตาม


‘ปรมัตถ์’ก็คือกัน จิจับถูกด้วยมือก็ซาง


จับบ่ถูกด้วยมือก็ตาม ที่มันมีอยู่


‘อาการ’ (คือ)ทุกสิ่ง-ทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงได้เหมิ๊ด


แน่ะ! ผมเห็นจังซั่น แต่เห็นเฉพาะคร่าว ๆ เสียก่อน


บัดนี้ก็มาอธิบายแล้วบัดนี่


เมื่อเห็นอันนี้แล้ว ก็เห็นโทสะ-โมหะ-โลภะ


*โทสะ-โมหะ-โลภะนี้เป็นของหนักครับ


เมื่อเห็นอันนี้ก็เบาขึ้นโลด*


**เวทนามีอยู่-แต่บ่ทุกข์ สัญญามีอยู่-แต่บ่ทุกข์


สังขารมีอยู่-แต่บ่ทุกข์ วิญญาณมีอยู่-แต่บ่ทุกข์**


อันนี้เพิ่นเอิ้นขันธ์ ๔-รูป ๔


ขันธ์ ๔ คือมันคิด…เป็นขันธ์


รูปที่มันรู้จักคิดนั้น-เพิ่นเอิ้นว่า‘เป็นนาม’


จึงว่า‘ขันธ์ ๔-รูป ๔’


ขันธ์ ๕ ก็รูปอันนี้(ร่างกาย)-มองเห็นด้วยตา


(แล้วก็)เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณนี้ เพิ่นเอิ้นว่าขันธ์ ๕


ขันธ์ ๔ ตัวนั้น ก็ว่าเป็น‘นามรูป’


เป็นรูป-นาม เป็นนามรูป


อันนั้นจึงฮู้จักว่า‘ตนเองเป็นพระได้โลดบัดเดียว’


‘เอ้อ…กูนี่เป็นพระได้แล้วเด๊’-ว่าซั่น


เป็นจังซั่นแท้ ๆ เด๊-ผม ผู้อื่นจิเป็นจังใด๋-บ่ฮู้จัก


ที่นำมาเล่าให้ฟัง


จึงว่าเดินไป-เดินมาอีก สิบ่ทันนานครับ


กลับไป-กลับมา อย่างนานผมคิดว่าบ่เกิน ๒๐ นาที


จิตใจผมสว่างขึ้นมาอีกทีหนึ่ง


เห็นกิเลส-ตัณหา-อุปาทาน-กรรมนี่แหละครับตื่ม


กิเลส-เฮาเว้าเป็นเด๊ครับ แต่หากบ่ฮู้จักกิเลส


ผม-แต่ก่อนผมบ่ฮู้จัก


แต่ผมมาคำนวณดู *คนเดี๋ยวนี้มันจิเว้าเป็นซื่อ ๆ-มันบ่ฮู้จักกิเลส*


เพิ่นจึงหาวิธีตัดมือ มันบ่ฮู้จักจังซี่


ตัดมือ บ่แม่นเอามีด-เอาพร้าตัดดอก


กิเลส ผมเปรียบไว้-ผมเป็นเด็กน้อยไปติดจั๊กจั่นครับ


ไปจับเอายางหมากมี้(ยางขนุน) เอาก้าน(มะ)พร้าวไปเกี่ยวเอา


หรือไปถากเอาหน่วย(ลูก)มัน (ยางมัน)ติดมือ-หมากขนุนน่ะ


ให้รู้จัก(ว่า)หมากมี้กับหมากขนุน(คือ)อันเดียวกัน


มันติดมือ-ติด บ่ออก


เอาน้ำไปล้าง-มัน(ก็)บ่อยากออก เป็นจังซั่น


แล้วบัดนี้ผู้ใหญ่ว่า‘มึงอย่าเฮ็ดจังซั่น’


(เลยถามท่านว่าให้)เฮ็ดจังใด๋


‘เอาน้ำมันแก๊ส-น้ำมันก๊าดนี่ กับน้ำมันเบนซิน’-ขเจ้าว่า


น้ำมันอันใดก็ตามซาง-นำมาฮุ(ถู)ใส่มือนี่ มันออกโลดบัดนี่


ผู้เฒ่า-ผู้แก่ ขเจ้าเคย(ทำ)เด๊-จึงฮู้จัก


บัดนี้เอาน้ำมันแก๊ส-น้ำมันก๊าดนั่นมาใส่ มันก็ฮุออกโลด


หรือจะมีน้ำมันหมูก็ตามซ่าง


บ้านเฮามันชอบเฮ็ดน้ำมันหมู ทอดไว้-บ้านของญาพ่อ


แล้วก็น้ำมันเบนซินมีน้อย ๆ แล้วเอามาไว้เฮ็ดยา


เพิ่นว่า(นำ)มาใส่-แต่ใส่อันเดียว ออกโลดครับ


อันวิธีที่เราบ่อยากเลิกละจากของเก่านั้น


เพิ่นเอิ้นว่า**‘กิเลสมันเป็นยางเหนียว’


ผมว่านี่-หาวิธีตัดซะ-ตัดมือ เพิ่นว่าตัด


ตัดนี้-บ่แม่นตัดมือแท้ ๆ เด๊ คือตัดต้นลม-ตัดรากมันเอาทิ้ง**


เอาของที่มันเคยใช้-เคยจ่ายอยู่นั่น เอาทิ้ง…เพิ่นว่าตัด


บัดนี้ ตัณหามันจิคิดถึงอยู่เด๊นี่-คิดถึงอยู่


เพราะมันเคยเฮ็ด เคยทำเด๊


คิดถึง-บ่มีแล้วบัดนี่ เพราะกิเลสมันบ่อยู่ฮั่นแล้วเด๊


มีแต่ตัณหา-ความอยาก อุปาทาน-ยึด


คิดฮอด-คิดถึงอยู่นั่นแหละ คิด-ก็อยากแหมแล้ว(อีกแล้ว)


‘กรรม’ เพิ่นเอิ้นว่า‘วิบาก’…บ่ได้ทำแล้ว


ที่ผมว่านี่-อย่างสมมติเอานะครับ บางคนนอนตื่นมาแล้ว


เก็บนั่น-เก็บนี่ ๓๐ นาที ๔๐ นาที ชั่วโมง…ก็บ่แล้ว(ไม่เสร็จ)


จับอิหยังมะหลุกขลุกขลัก


เอ้า! เฮ็ดจังใด๋จังซั่น นั่นเพิ่นเอิ้นว่า‘กิเลส’


นี่…*บ่เห็นกิเลสจักเทื่อ มันจิละกิเลสได้บ่ ?!*


**ผมเลิกได้


ผมเลิกกิเลส-เพราะผมเห็นกิเลสเด๊** เป็นจังซั่น…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive