DM-0117 | ธรรมะประจำวัน 2022-10-31

-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๓ (๔/๕) ※-


“…**ตัวจิตใจนั้น เฮาต้องพยายามเบิ่ง


เบิ่งจิตใจ มันคิดจังใด๋-ก็ต้องเบิ่ง


มันคิดฮ้าย-มันคิดดี ให้มันทันเหตุการณ์ของมัน


อันนั้นเป็นการปฏิบัติทางจิตทางใจ** เพิ่นว่าจังซั่น


ส่วนจิตใจนั้น-แทบบอกกันบ่เป็นแล้ว มันมองบ่เห็น


**มันคิด-ให้รู้ อันนี้ว่าสั้น ๆ


มันคิด-ให้รู้ บ่แม่นมันคิดแล้ว-ให้เข้าไปในความคิดเด๊


มันคิดแล้วรู้-มันคิดแล้วรู้ รู้แล้วตัดทิ้งเลย-อย่าไปตามความคิด


มันคิดแล้วรู้-ตัดทิ้งเลย อย่าไปตามความคิด


นี่…ความรู้นั้นมันจิสั้นเข้า-สั้นเข้า


เกิดญาณปัญญา หรือปัญญาญาณ


รู้-เห็นตามความเป็นจริงแล้ว**


พระพุทธเจ้าเพิ่นสอนเอาไว้ว่า‘สัตว์ทั้งหลายคือเราตถาคต


สัตว์ทั้งหลายเหมือนเราตถาคต สัตว์ทั้งหลายเป็นตถาคต


บ่แม่นเป็นพระพุทธเจ้า หากเป็นสาวกพุทธะ


เดินตามรอยของพระพุทธเจ้า’ เพิ่นว่า


ข้อที่ ๔ นี่เพิ่นว่า ‘สัตว์ทั้งหลาย


เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น


แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย ให้พวกเธอทั้งหลาย


จงประพฤติ-ปฏิบัติตามอย่างเราตถาคตนี้’


เฮาต้องเฮ็ดอย่างพระพุทธเจ้านั้น บ่มากก็น้อย


**เฮาเฮ็ดมากก็ดีแล้ว


‘ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้’


มีคือกัน-รู้คือกัน**


พระพุทธเจ้าเป็นคนอินเดีย ว่า(พูดอยู่)ในอินเดีย


อันนี้ผมมันเป็นคนไทย คนบ้านบุฮม


คนอำเภอเชียงคาน-คนจังหวัดเลย ม้อ(ใกล้)เมืองลาวพู้น


ซ้ำก็พูดภาษาอีสานเด๊นี่ บ่แม่นพูดภาษากลางเด๊


แล้วก็ฟังได้ คนภาษากลางก็ฟังได้


คนภาคใต้-ภาคเหนือ ก็ฟังได้


แต่หากว่าบ่ชำนาญฟัง ฟังสิบ่เป็น


เพราะมันคนภาคกลางเป็นอย่างหนึ่ง เป็นอย่างซั่น


บ่ได้เป็นภาษาบาลง-บาลีอีหยัง


เมื่อรู้เบื้องต้นนั้น เลิกละได้เรื่องฤกษ์งามยามดี


ผี-เทวดานี่เหมิ๊ด…ผม


เครื่องรางของขลัง-ใส่หนังบังฟัน ผมเลิกเหมิ๊ด


สิ่งเสพติดทุกประเภท


ผมเลิกได้หมดเด็ดขาดโลดบัดเดียวจนถึงทุกมื้อ


นี่…รู้เบื้องต้น


ขั้นที่ ๒ มา ผม…เรื่องโทสะ-โมหะ-โลภะนี่ บางไปโลดทันที


ขั้นที่ ๓ มา สูตรมันเป็นมา(ตาม)ที่เล่าให้ฟัง-สูตรสำเร็จ


ความยึดมั่นถือมั่น-อุปาทานต่าง ๆ เนี่ย จางไปโลด


ขั้นต่อมาก็รู้จักศีลโลด เห็นศีลขันธ์-สมาธิขันธ์-ปัญญาขันธ์


ขันธ์ ๓ นี่ เห็นมาโลด


แล้วก็รู้จักสมถกรรมฐานไปจังซั่น-วิปัสสนามาจังซี่ รู้จักจังซี่


ที่ผมนำมาเล่าให้ฟังนี้ พวกเฮาก็ต้องตั้งใจ


ให้มันรู้เป็นรูป-เป็นร่างขึ้นมา ปฏิบัติให้มันเป็นจังซี่-ลองเบิ่ง


ขั้นต่อมา ก็ฮู้จักว่าทำบาป-ทำบุญ


ไปตกนรกจังใด ไปขึ้นสวรรค์จังใด ?


มันฮู้จักมาจังซี่ เป็นสูตร-เป็นสูตร หรือเป็นขั้น-เป็นตอนมา


ตามตำรับตำรา-ครูบาอาจารย์เพิ่นว่าไว้นั้นว่า


‘เป็นปฐมฌานมีองค์เท่านั้น ทุติยฌานมีองค์เท่านั้น


ตติยฌานมีองค์เท่านั้น จตุตถฌานมีองค์เท่านั้น’


เพิ่นว่า‘องค์ ๔-องค์ ๕-องค์ ๒-องค์ ๑’


**ผมบ่ค่อยจำหรอก-เรื่องตำรา


เพราะว่าผมมีเครื่องกรองในตัวอยู่แล้ว-เป็นจังซั่น


พวกเฮาก็มีหมดทุกคน ถ้าหากฝึกหัดอย่างนั้นแล้ว


ผมว่า-มันเป็นการสะดวกสบายต่อการปฏิบัติธรรมะของเฮา


มันจิก้าวหน้าขึ้นไป-เป็นจังซั่น


เป็นการดำรงวงศ์ตระกูล เป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


ทำให้คำสอนของพระพุทธเจ้าเจริญงอกงามขึ้นมา**


อย่างที่เฮาว่ากันสุมื้อ(ทุกวัน)


‘พระธรรมของพระศาสดาสว่างเปรียบดวงประทีป’


คอยสิจิมอดอยู่(จะดับอยู่)


บัดนี้พวกเฮามาทำ-ลองเบิ่ง พระธรรมของพระศาสดา


ให้มันเป็นตะเกียงเจ้าพายุ หรือให้มันเป็นหลอดไฟฟ้า


ให้มันมีความสว่างขึ้นมา ลองเบิ่งดู-มันสิเป็นจังใด ?


**อันนี้แหละมันเป็นของจริง


จึงว่า‘เป็นสัจจะแท้-เป็นของจริงแท้ บ่เปลี่ยนแปลง’


จิมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ มันก็เป็นอยู่จังซั่นอยู่


บ่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ มันก็เป็นจังซั่นอยู่**


*แต่เฮาหลง เฮาเลยไปติดบุญซะ-ไปติดพิธีซะ


ศาสนพิธีอย่างนั้น…แน่ะ! เข้าวงในมงคล-สวดมงคล


เอาด้ายสายสิญจน์มานั่งอย่างนั้น-อย่างนี้


สวดอย่างนั้น-สวดอย่างนี้ พรมน้ำมนต์อย่างนั้น-พรมน้ำมนต์อย่างนี้


เลยไปติดอยู่ข้างนอกหมด


อันนั้นมันบ่แม่นหลักพระพุทธศาสนาแท้ ๆ*


แต่พระพุทธเจ้าก็บ่ห้าม เพราะทำดี


อันนั้นเป็นศาสนาเก่าแก่-ศาสนาดึกดำบรรพ์ มันเป็นจังซั่น


แต่เรามันทำ-ก็ดี (แต่)เฮาอย่าไปติด


แต่อย่าไปทำลาย เอาไว้ฮั่นละ


สำหรับคนผู้จิตใจอ่อน เฮ็ดแล้ว-เฮ็ดไป


เราจิตใจเข้มแข็ง เฮาก็พยายามสอนสูงขึ้นไป


เพราะเฮาสูงเด๊ มนุษย์ใจสูง-วะซั่น


ครั้นมนุษย์ใจอ่อนแอ ก็บ่แม่นมนุษย์ใจสูงแล้ว


ก็เป็นมนุษย์ใจต่ำ มนุษย์ใจเศร้าหมอง


อย่าให้จิตใจต่ำ อย่าให้จิตใจเศร้าหมอง


อย่างที่ผมว่าให้ฟังนี่


อันนี้เป็นวิธีที่อบรมหลังจากการทำวัตรเช้า


ทำวัตรเช้า-ทำวัตรเย็นนี้


ถ้าหากผมอยู่ดี-มีแฮง ผมจะพยายามมาเว้า


แต่ผมมาสวดนำหมู่บ่ได้


แต่ว่าสวดมนต์ก็ต้องสวดแล้วจำ อย่าสิว่าบ่จำ


หัดทุกองค์-หัดสวด จะให้เป็นอาจารย์ได้


ถ้าบ่ฝึกหัด มันก็เป็นอาจารย์บ่ได้แล้ว


เพราะบ่ได้ฝึกหัดตัวเองเด๊ มันเป็นจังซั่น


ผมรู้แล้ว ผมตั้งใจฝึกไว้โลด


ผมเป็นโยมอยู่เด๊ (ตอน)ผมไปปฏิบัติธรรมะ


ตอนเช้านั้น ผมรู้เรื่องนี้


ตอนแลงมา ผมก็เลยรู้เรื่องโทสะ-โมหะ-โลภะ


ผมก็เลยว่า‘โอ้-กูเป็นพระได้แล้วเด๊’ นุ่งกางเกงนี่เด๊-คราวนั้น


นี่…มันเป็นจังซั่น ‘กูต้องสอนเรื่องนี้’-ผมวางโครงการไว้


ปลูกเรือนหลังหนึ่ง ให้ว่าเถอะไปมื้อนั้น


วางโครงการไว้โลดบัดเดียว ‘กูต้องสอนเรื่องนี้’


ฝังเสาแน่น ๆ ตีตะปูใหญ่ ๆ ใส่นอต-ขันเข้าโลด


บ่ส่าย-บ่ซง เฮือนผมหลังนี้บ่ส่าย-บ่ซงแท้ ๆ


ผู้อื่นนั้น ประเดี๋ยวตูม!-ไปโลด


เฮาต้องวางรากฐาน มีโครงสร้าง


ถ้าหากบ่มีโครงสร้าง-บ่มีรากมีฐานแล้ว มันบ่ดีเด๊


มันโป๊ด-มันเป๊ด(มันไม่มั่นคง) มันพังง่ายเด๊


ไปเป็นครูคนบ่ได้เด๊…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive