DM-0116 | ธรรมะประจำวัน 2022-10-30

-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๓ (๓/๕) ※-


“…จึงว่าพวกเฮา พระทุกองค์-เณรทุกองค์ แม่ขาว-แม่ดำทุกคน


อยู่ที่นี้ต้องฝึกหัด-ออกไปเป็นครูให้มันได้


*อย่าสิว่า-มาฝึกหัดมะเลาะเปาะแปะ บ่เป็นท่า*


นี่แหละ ฝึกหัดเบื้องแรก-ต้องฝึกหัดรูปกายเสียก่อน


ให้มันเป็นโครงสร้าง คืออย่างปลูกเฮือนนี่แหละ-ฝังเสาให้มันดี


แล้วก็ตีขาง-วางโครงให้มันแน่นหนา


เหล็กตะปู ๕-ตะปู ๔ โน่นแหละ


ช่างเพิ่นว่า ‘ใส่นอต-ขันเข้า อย่าให้มันส่าย-มันซง


ครั้นเอาตะปู(ตัว)น้อย ๆ ตีใส่แล้ว มันก็ส่าย-มันซง


เฮือนมันเลยบ่ทน ล้มผางลงไปโลด


ก็เลย-ความมั่นคงของเราก็เลยจิไม่มี


คนอื่นมาเบิ่งเฮา-ก็เลยจิบ่เห็นบ่อนดูบ่อนชม(ที่ดูที่ชม)


เพราะเฮานี้เองทำดี-ทำชั่ว อันนี้เป็นการฝึกหัด


ทุกองค์ต้องฝึก บ่ฝึกบ่ได้-อยู่ที่นี่


ปีนี้มันต้องคุมกันอย่างนี้


เพราะว่าระยะ ๒-๓ ปีนี้ เฮาออกไปเป็นครูได้โลด


เดี๋ยวนี้ก็เป็นได้ ถ้าฝึกเดี๋ยวนี้-ก็เป็นได้ทันที


อย่าเอานิสัยเดิม ๆ มาเฮ็ด อย่าเอานิสัยเดิม ๆ มาเว้า


อย่าเอานิสัยเดิม ๆ มาคิด


เป็นคนพูดน้อย-ทำมาก รักการ-รักงาน…อันนี้เพิ่นว่า‘รัก’


‘รัก’ แปลว่าคิดถึง


บ่แม่นรักผู้หญิง บ่แม่นรักอันพู้นเด๊


ที่ผมว่านี้…รักการ-รักงาน รักเวลา รักหน้าที่


ถึงเวลา-ก็ต้องคิดถึงโลด


สิ่งอื่น ๆ เอาไว้ซะก่อน-เฮาเฮ็ดมาพอแล้ว


*สร้างกองกฐิน-สร้างโบสถ์ สร้างศาลาการเปรียญ


สร้างถนนหนทาง ดีแล้วอันนั้น


ให้ทาน-รักษาศีล-กินเจนั้น…ดีแล้ว แต่ว่ามันแก้ปัญหาตัวเองบ่ได้


ยังย่านผี-ย่านเทวดา ย่านบาป-ย่านบุญ


ย่านไปตกนรก อันนั้นมันแก้บ่ได้*


(ยัง)มีความสงสัยในหลักพระพุทธศาสนาอยู่


**อันนี้มันสิแก้ปัญหาได้


ถ้ารู้จักอย่างผมว่านี้-รู้จักจริง** เป็นจังซั่น


*ผีคือคนทำชั่ว-พูดชั่ว-คิดชั่ว เฮาเอิ้น‘บักผี’


มีตาทิพย์-เห็นจังซี่*


บ่แม่นตาทิพย์ไปเห็นเลข-เห็นบัตร-เห็นเบอร์


เห็นเม็ดหิน-เม็ดทราย บ่แม่นอันนั้น-ตาทิพย์น่ะ


ครั้นผู้หญิงทำชั่ว-พูดชั่ว เขาเอิ้น‘อีผี-คือผี’


ถ้าพระ-เณรองค์ใดทำชั่ว-พูดชั่ว-คิดชั่ว-เว้ายาก


ก็ว่า‘พระองค์นี้คือผี-เณรองค์นี้คือผี’ แน่ะ…เพิ้นว่าจังซั่น


เฮาหากบ่ฮู้จัก แต่เว้านำพ่อ-นำแม่เฮามา


แต่แข้งขา-หน้าตา-มือเท้านั้นเป็นคน


ใจมันเป็นผี-ใจมันเป็นเปรต-ใจมันเป็นพญามาร


ใจมันเป็นสัตว์เดรัจฉาน ตาเฮาบ่เห็นเด๊


จับบ่ถูกด้วยมือ-มองบ่เห็นด้วยตา เห็นด้วยตาทิพย์


เพิ่นเอิ้นว่า‘ทิพยจักษุ หรือจักขุอินทรีย์’


**ถ้าหากว่าญาติโยมทำดี-พูดดี-คิดดี ก็เอิ้นว่า‘พระทำ’


พระทำการ-พระทำงาน-พระพูด-พระคิด เอิ้น‘พระธรรม’**


พระสงฆ์ผู้เชื่อฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า


แล้วประพฤติ-ปฏิบัติตาม นี่เป็นพระสงฆ์โดยสมมติ


**พระแท้ ๆ นั้น มีอยู่ในใจของทุกคนเลย**


ที่ผมว่านี่ ฟังแล้วจังซี่-แล้วจำได้โลด


อันนี้เป็นการฝึกหัดดัดนิสัย-สันดานของเฮาให้มันดีขึ้น


เมื่อเฮาดีแล้ว ไปไ-สมาไส…ก็มีคนอยากได้-อยากพบ-อยากเห็น


ถ้าเฮาไปไส คนพบหน้าเห็นตาเฮาแล้วจุ้ยสบจุ้ยปาก(เบ้ปาก)


บ้านผมเอิ้น‘จุ้ยสบจุ้ยปาก’ เขาบ่อยากเว้านำ-เขาเบื่อ


**ให้เฮาสำนึกอยู่เสมอ คิดถึงคุณของพระพุทธเจ้า


คิดถึงคุณของพระธรรม-คิดถึงคุณของพระสงฆ์


เอาพระพุทธเจ้ามาไว้กับเฮานี้-เอาพระพระธรรมมาไว้กับเฮานี้


เอาพระสงฆ์มาไว้กับเฮานี้


เพิ่นว่า‘เอาอดีต-เอาอนาคต-เอาปัจจุบันมาไว้กับเฮาให้เหมิ้ด’**


*อันอดีตชาติแล้ว-ชาติก่อนพู้น อย่าเพิ่งเอามาเว้า


อดีตเมื่อวานนี้-ก็อย่าเอามาเว้าถึง ผ่านไปแล้วมันแก้บ่ได้


อนาคตมื้ออื่น(วันพรุ่งนี้)ก็ตามซาง


ปีหน้าก็ตาม-ชาติหน้าก็ตาม มันจิแก้ปัญหาเฮาบ่ได้*


**แก้ได้เฉพาะปัจจุบันนี้**


ได้ยินเพิ่นว่า‘มันบ่ดี’ เลิกโลดจังซี่


นุ่งผ้าแบบนั้น มันบ่ถูกลักษณะพระพุทธเจ้าสอน


ก็เลิกโลด มานุ่งแบบมันถูกฮั่น


ห่มผ้าแบบนั้นมันบ่ถูกลักษณะของพระพุทธเจ้าสอน


เฮาก็เลิกโลด มาเฮ็ดคือหมู่


จึงว่า**‘ผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า มีศีลและทิฏฐิเสมอกัน’**


ทุกคนนี่เฮ็ดคือกัน ก็งามขึ้นมาโลด


เป็นรูป-เป็นร่าง เป็นโครงสร้าง…แน่ะ!


คนมีผู้มาพบเห็น(ก็ว่า)


‘โอ…น่าเลื่อมใสเว่ย-พระเณรอยู่ทับมิ่งขวัญ’ แน่ะ…ขเจ้าว่าเอง


บ่แม่นผู้นั่น-ผู้นี้เด๊ คือกันเด๊


บ่แม่นผู้นั้นเฮ็ดจังซั่น-ผู้นี้เฮ็ดจังซี่เด๊


อันนี้มันก็เขวกันไป ย่างกันไป-ก็เตะแข้งเตะขากันไป


(ให้)ย่างตามหลังกันไปคือตัวปลวก-ตัวมดนี่


เพิ่นว่า‘มีอะไรขวางหน้าขวางตา กัดไปหมด-ตัวปลวก’


ลองเฮาเอาไม้ทิ้งใส่หนทางมัน แล่นสวนทางกันไปโลด


‘ไผสิมาขวางทาง กูกัดออกไปโลด’


เฮาก็ต้องช่วยกันทำ ช่วยกันแก้ไข


นอนตื่นมื้อเช้ามา-อย่าส่งเสียง พยายามทำ-ค่อย ๆ ลุกออกมา


คนใดหากบ่ทันย่าง ต้องนั่งสร้างจังหวะแฮง ๆ


นั่งสร้างจังหวะก่อน เพราะเฮาลุกใหม่(พึ่งตื่น)เด๊


ลุกออกมา มันอยากนอนแล้วบัดนี่


มันง่วงแล้วก็ไปล้างหน้า ออกมาเดินจงกรม


พอดีได้เวลาตีระฆังแล้ว เฮาก็มา


ตีระฆัง-โป๊ง! เพราะเฮาเดินจงกรมอยู่นี่แล้วเด๊


บัดนี้พรึบ! พร้อมกันโลด


คือตัวปลวก-ตัวมดที่ช่วยกันกันกัดไม้ออกจากทางไปโลด


ความพร้อมเพรียงนั่นแหละ เป็นโชค-เป็นลาภอันยิ่ง


ความพร้อมเพรียง-ความสวยงาม ปฏิบัติธรรมให้มันก้าวหน้า


ถ้าความบ่พร้อมเพรียงกันแล้ว ก็บ่เป็นลาภ-บ่เป็นโชคแล้ว


ปฏิบัติธรรมะ-ก็บ่ก้าวหน้าแล้ว เป็นจังซั่น


จึงว่ามื้อแลงก็คือกัน เฮาอาบน้ำมาแล้ว


นั่งสร้างจังหวะสักพักหนึ่ง แล้วก็มาเดินจงกรม


เมื่อมาเดินจงกรมพอสมควรแล้ว


ได้เวลาตีระฆังแล้ว-ก็ตีระฆัง พร้อมกันแล้วก็ทำวัตร


ทำวัตรเสร็จแล้ว…เพิ่นก็บอกเฮา-อบรมเฮา เป็นจังซั่น


เมื่ออบรมดีแล้ว เฮาก็นำไปปฏิบัติ


ฟังคำแนะนำ(ของ)เพิ่น เมื่อฟังคำแนะนำเพิ่นแล้ว-ก็จำได้


อันนี้เป็นโครงสร้างเบื้องนอก…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive