DM-0113 | ธรรมะประจำวัน 2022-10-27

-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๒ (๖/๖) ※-


“…**ตอนปฏิบัติให้สูตรสำเร็จเกิดขึ้นแท้


อันนั้นต้องใช้เวลา-ต้องใช้เวลา**


คืออย่างผมว่านี้แหละ-อย่างหลวงพ่อว่านี่แหละ ผมคำนวณได้


เอ้า! พระพุทธเจ้าบอกไว้(ว่า) ‘ผู้ที่เจริญสติปัฏฐาน ๔


ให้ติดต่อกันเหมือนลูกโซ่อย่างนาน ๗ ปี อย่างกลาง ๗ เดือน


อย่างเร็วที่สุดนับตั้งแต่ ๑ วัน ถึง ๗ วัน มีอานิสงส์ ๒ ประการ


เพิ่นว่า ๑.เป็นพระอรหันต์ในปัจจุบันชาตินี้


ถ้าหากบ่ได้เป็นพระอรหันต์ในปัจจุบันชาตินี้


ต้องเป็นพระอนาคามีแน่นอนที่สุด’


อันนั้นไม่มีผู้แนะนำเด๊


เฮ็ดด้วยศรัทธาแท้ ๆ เด๊ เชื่อมั่นค้นคว้าหา


สูตรสำเร็จ(ที่)ผมว่านี้ มันมีผู้สอน


มีผู้สอนจังหวะ มีผู้สอนเทคนิคกลไก-มีคนเว้าให้ฟัง


**‘เอ้า-ผมรับรองว่า ๓ ปี ให้มันติดต่อกันจริง ๆ’


ฝึกหัดตัวของเฮาจริง ๆ มันจินิ่มนวลลงไปโลด


ถึงบ่ถึงที่สุดแท้-ก็จิรู้จัก เพราะผมว่าเด๊-ความจริงมันเป็นจังซี่


‘ตนตัวเฮาจิจืดไปหมด


พร้ามีดฟันเฮา มันสิเลือดจิกลับคืนสู่สภาพมันหมด


มันสิบ่ออกมาทางนอก’ นี่ให้ว่าจบหลักสูตรอันนี้


อันนี้แหละเพิ่นว่า ‘คนเกิดมาร้อยวันพันปี


หากบ่ฮู้จักสภาพหรือภาวะอาการเกิดดับอันนี้


ชีวิตของคนนั้นก็เป็นหมัน-เป็นโฆะ


บวชมาร้อยพรรษาก็ตาม ถ้าหากบ่ฮู้จักอันนี้


อานิสงส์การบวชของผู้นั้นก็เป็นโมฆะ บ่แม่นอานิสงส์อันนี้


บัดนี้คนเกิดมามื้อเดียวหนึ่ง


รู้-เห็นอาการเกิดดับอันนี้ มีค่า-มีราคามาก**


คนเกิดมามื้อเดียว มันจิฟังเป็นติ ?


มันก็กินข้าวบ่เป็น-นั่งก็บ่เป็น ฮ้องตะแงก ๆ อยู่จั่งซี่


อันพวกเฮานี้แหละ ฟังญาพ่อว่านี่แหละ


ฟังเทือเดียว-เข้าใจโลด เปลี่ยนแปลงได้


มีอานิสงส์มาก เพิ่นว่าจังซั่น


บัดนี้**บวชมาแล้ว-ก็มาฟัง แล้วรู้จักสภาพภาวะอาการเกิดดับ


อันนี้แหละมีอานิสงส์มาก** เพิ่นว่า


จึงว่า**‘ตั้งใจฟัง-ตั้งใจทำ อย่าให้มันถอยหลัง’**


อย่ามีการพูด-การคุยกันมาก แม่ออกก็คือกัน-พ่อออกก็คือกัน


พระเฮาก็คือกันทุกองค์ ถ้าหากเฮาเฮ็ดจังซี่แล้ว


ทับมิ่งขวัญ(ของ)เฮาจิค่อยก้าวไป-ก้าวไป เป็นจังซั่น


และก็ใช้ทุกสิ่ง-ทุกอย่าง พยายามช่วยกัน


แก้ไขดัดแปลงสิ่งที่บ่ดี ให้มันดีขึ้น


ครั้นมันดีแล้ว หมู่ท่านดีเอง


ผมบ่ได้ดีเด๊-ดีอย่างใดนี่ ดีแต่ผมว่าซือ ๆ


หมู่ท่านเป็นคนดีเอง


หมู่ท่านเองเป็นคนประกาศต่อไป


พระพุทธเจ้าตายแล้ว ก็มีสาวกประกาศมา


บัดนี้ผมตายแล้ว-ก็ลองเบิ่งดู ว่าจังซี่


**ลองเบิ่งดู ผมว่าคนจิมีปัญญาขึ้นมา**


*คนสร้างโบสถ์-สร้างสิม หมดเงินเป็นล้านนี่


ทำให้เป็นพระอริยบุคคลบ่ได้*


ปีกลายนี้-เปิดอบรมนี่ มีคนไปเล่าให้ผมฟัง(ว่า)


รู้จัก(การ)บ่ไหว้ผี-บ่ไหว้เทวดา สูตรต้น ๆ


บ่เชื่อฤกษ์งามยามดีนี่ ผู้นั้นได้สูตรต้น ๆ


สำเร็จขึ้นมาจัก ๒๐ กว่าราย บัดนี้กลางพรรษา-พรรษานี้


พรรษาที่แล้วนี่ก็มะเลาะเตาะแตะ มัน-ผมก็บ่ได้คุมมาก


เพราะว่าการปลูกสร้างเฮามันมาก


ปีนี้การปลูกสร้างมันก็น้อยไป


พรรษานี้ต้องคุมกันจริง ๆ-จัง ๆ ระยะ ๒ เดือนกว่านี้


**ต้องพยายามฝึกหัดดัดนิสัยตัวเองให้มันก้าวหน้าทุกคน**


**การปฏิบัตินั้น-อย่าไปเพ่งมัน เพียงทำให้มันสบาย ๆ


มองไปพู้น-มองมาพี้ ให้มันคิด-อย่าไปห้ามความคิด


มันยิ่งคิด-เรายิ่งรู้ มันยิ่งบ่คิด-มันก็ยิ่งบ่รู้** คือนักมวยนี่


เฮาเรียนมวยเก่ง แต่บ่เคยไปชกในสนามจักเทื่อ


เฮาจิรู้จักว่าเฮาเป็นแชมป์เปี้ยนได้บ่ ?


ผู้คน ผู้ที่ขเจ้าบ่เคยไปเข้าโรงกลึง-บ่เคยไปเข้าโรงเรียน


ขเจ้าเป็นแอ๊ดรถ(เด็กรถ) ครั้นรถ-นอตตัวใดเสีย


‘เอ้า! มึงไปแปง(ซ่อม)’ แอ๊ดรถเอามือเข้าไปหมุน-จำได้เลย


ผู้ไปเรียนเป็นช่างกลออกมา บางคนขับรถยนต์บ่เป็นซ้ำ-ก็มี


บ่ฮู้จักนอตตัว-นั้นตัวนี้ ก็มีซ้ำ


แอ๊ดรถนี่ มันเฮ็ดทุกมื้อ-มันจับทุกมื้อ…มันก็เลยรู้จัก


ขับรถยนต์เป็น รู้จักจับนอตตัวนั้น-ตัวนี้ได้


นี่…มันเป็นอย่างนั้น บัดนี้นักมวยคือกัน


เรียนแล้วบ่เคยขึ้นเวทีบัดนี้ บ่ได้เป็นนักมวยหรอก


**ขึ้นเวทีบ่อย ๆ-ชกบ่อย ๆ ฮู้จักเจ็บบ่อนฮั้น(ตรงนั้น)


เขาชกมาจังซั่น-รู้จักรับบ่อนนี้ แก้ไข


ผลที่สุด คนเคยชก-ก็เลยชนะทุกครั้ง


ก็ได้เป็นแชมป์เปี้ยนซั่นวะ** จิมีเรื่องจังใด๋


การปฏิบัติธรรมะของเฮาก็เช่นเดียวกัน ครั้นถ้าขึ้น ๆ-ลง ๆ


แพ้บ้าง-ชนะบ้าง โอ-บ่เป็นท่าแล้วอันนั้น


เรียกว่า**ตั้งเนื้อ-ตั้งตัว ตั้งต้นชีวิตใหม่-กลับต้นชีวิตใหม่


มาศึกษาเล่าเรียนสูตรลัด ๆ สูตรย่อ ๆ


สำเร็จรูปขึ้นมาเอง เป็นจังซั่น


เขาเอิ้นสูตรสำเร็จ-อันนี่


สูตร ๆ นี้ มีแล้วในคนทุกคน-บ่ยกเว้น**


จะถือศาสนาพุทธ-ก็มีสูตรนี้ จะถือศาสนาคริสต์-ก็มีสูตรอันนี้


เป็นคนไทย เป็นคนจีน เป็นคนฝรั่งเศส คนอังกฤษ คนอเมริกา


ก็มีสูตร ๆ นี้เหมือนกัน แต่คำพูดนั้นอาจจะไม่เหมือนกัน


ที่ผมพูดนี่-ผมเป็นคนไทยเด๊ ผมก็พูดภาษาไทยซั่นวะ


แต่ว่าผมพูดภาษาไทยบ่เป็น


พูดภาษาอันจังซี่(ภาษาจังหวัดเลย) พูดเป็นจังซี่


**นี่เป็นสูตรสำเร็จ


เมื่อสำเร็จแล้ว ก็ต้องรู้จัก-มีญาณเกิดขึ้น(ว่า)


‘ชาติสิ้นแล้ว-ภพสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว-กิจอื่นไม่มี’


กิจการศึกษาหลักพระพุทธศาสนาจบ(ตรง)นี้**


นี่…เป็นจังซั่น


ที่นำมาเล่าให้ฟังมื้อนี้ ก็เห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว


หลังจากการทำวัตรเย็น


ท้ายที่สุดนี้ ผมและพระสงฆ์และญาติโยมทุกคน


(ที่)มานั่งฟังธรรมะอยู่ ณ สถานที่นี้


**ผมขออ้างอิงเอาคุณของพระพุทธเจ้า


และพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


และคุณของพระอรหันตสาวก(ของ)พระสัมมาสัมพุทธเจ้า


มาเตือนจิตสะกิดใจของพวกเรา ให้พวกเราได้เจริญรอยตาม


อย่างที่พระพุทธเจ้าว่านั้นว่า ‘สัตว์ทั้งหลายคือเราตถาคต


สัตว์ทั้งหลายเหมือนเราตถาคต สัตว์ทั้งหลายเป็นตถาคต’


แต่บ่เป็นพระพุทธเจ้า เฮาเป็นสาวกพุทธะ


จึงว่า‘เฮารู้ตาม-เห็นตาม-เข้าใจตามพระพุทธเจ้า’


ข้อที่ ๔ นี่ พระพุทธเจ้าเพิ่นว่า


‘สัตว์ทั้งหลายเราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น


แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย


ให้พวกเธอทั้งหลายประพฤติปฏิบัติตามอย่างเราตถาคตนี้


ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้


เห็น-เป็น-มีเหมือนกันกับพระพุทธเจ้า**”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive