DM-0112 | ธรรมะประจำวัน 2022-10-26

-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๒ (๕/๖) ※-


“…จึงว่า**‘พระธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม


ไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว’** ว่าซั่น


เป็นพระทำเด๊-บ่ใช่เป็นผีทำเด๊ ครั้นผีทำ-มันก็เป็นสันดานของผี


ผีกับคนจึงเว้ากันบ่ได้ ผีกับสัตว์เดรัจฉานจึงเว้ากันบ่ได้


เพราะมันบ่ฮู้จักภาษากันเด๊ มันต้องฮู้จักภาษากัน


ที่ผมว่านี่ บ่ต้องไปเรียนภาษาอินเดียเด๊เดี๋ยวนี้


ว่าภาษาคนไทยเด๊ เพราะผมเป็นคนไทยเด๊


สูตรที่ผมเรียนมานี่-ที่ผมฮู้มานี่ ก็บ่ต้องแปลเสียอีกด้วยนะ


ผมว่าภาษาไทยแท้ ๆ นี่นะ


อันนี่บ่ต้องแปลเป็นภาษาอินเดียเด๊ ผมว่านี่


มันสำเร็จมาในตัวมันเองเด๊-จึงว่า‘สูตรสำเร็จ’ เพิ่นว่าจังซั่น


แต่ตำราเพิ่นว่าจังใด๋-ผมบ่รู้จัก ผมเลิกละได้-ความชั่ว


รับรองได้จริง ๆ ผมจึงสามารถสอนมาแล้วได้ ๓๐ กว่าปีแล้ว


ผมว่าแต่จังซี่ ผมบ่ว่าความอื่น


การงานนั้นดี แต่ผมบ่เอามาเป็นอาชีพ-บ่เอามาเป็นอารมณ์


ผมจิเอาอันนี้ ผมจิว่าอันนี้


เพราะว่าสิ่งนี้บ่มีคนพูด สิ่งนี้บ่มีคนเว้า


สิ่งนี้บ่มีคนสอน ผมว่า‘นี่เฮาต้องสอนแบบนี้นี่’


**หลักพุทธศาสนาสอนลัด ๆ ให้คนเอาพระธรรมไปใช้


ให้คนเอานิพพานไปทุกก้าวทีเดียว**


‘นิพพาน’นั้น หมายถึงดับ


เพิ่นว่า‘ตายแล้วเกิด-ก็ผิด ตายแล้วสูญ-ก็ผิด’


จิเอาที่ใดมาเป็นนิพพานได้


**นิพพานก็คือความเย็นนั่นแหละ นี่แหละความสงบ**


‘ความสงบ’ แปลว่าหยุดหาครูบาอาจารย์-หยุดหาวิธีทำ


เพราะเรารู้จริงแล้วเด๊-ของจริงมันเป็นจังซั่น แน่ะเพิ่นว่า


จึงว่า*‘อดีตที่ผ่านไปแล้ว-แก้บ่ได้


อนาคตที่ยังบ่ทันมาถึง ก็แก้บ่ได้’*


เฮาจิเฮ็ดจังใดบัดนี่ ?


เอาอดีตมาไว้ใกล้ ๆ กัน (เอา)อนาคตมาไว้ใกล้ ๆ กัน


**ให้มันอยู่กับปัจจุบันนี้


ปัจจุบันนี้แก้ได้บัดเดียว(ทันที)** มันเป็นจั่งซั่น


อันนี้ที่นำมาเล่าให้ฟัง พระทุกองค์-เณรทุกองค์


แม่ขาว-แม่ดำทุกคน ถ้าจำแล้ว-ทำอย่างนี้


การปฏิบัติธรรมะ(ที่)ทับมิ่งขวัญเฮาจิก้าวหน้า


เพราะคนมาเห็นเด๊


ครั้นมาเห็น(เรา)มานั่ง มาเว้า-มาพูดมาคุยกันอยู่…บ่เป็นท่า


แล้วกุฏิ เฮาก็จะพยายามจัดการกันเข้า


แทงค์น้ำนี่ ผมก็อยากให้ยกให้มันสูง


เอาน้ำไป-มันได้ไกล นี่-เป็นจังซั่น


อย่างแทงค์น้ำ(ตรง)บ้านกุฏิที่อยู่ของคุณเพ็ญ ๒ แทงค์ ยกสูง


เอาเสามาตั้งอยู่แทงค์(ตรง)กุฏิดินพู่นก็ ๒ แทงค์ ยกสูงตั้ง


เฮาเอาน้ำไปนำอื่น-นำไกล ได้กิน


นี่ ๖ แทงค์…บัดนี้ ๖ แทงค์-น้ำเฮากุ้ม(พอ)กินแล้วเฮา


ถ้าคนใดบ่ดี-อยากให้หนี(ออกไป) เว้าซื่อ ๆ ซั่นแล้ว


มันเปลืองน้ำเด๊นี่-เปลืองไฟอีกตื่ม เปลืองกุฏิอีกตื่ม


มันมาทำให้หมู่เสีย (เป็น)คนไม่หวังดีต่อหมู่


คนหวังดีต่อหมู่ต้องเสียสละ ทำการ-ทำงานทดแทนกัน


การปฏิบัติธรรมะก้าวหน้า ก็ต้อง


เห็นเพิ่นทำ-เราก็ต้องมีความละอายแก่ใจ


ถ้าเพิ่นทำ-(แต่)ตัวยังนอนอยู่ โอ๊ย! มันเต็มทีแล้วนั่น


ผู้จังซั่น-เลิกละจากความชั่วบ่ได้ สันดานของสัตว์แล้วนั่น


สันดานของผีแล้วนั่น คนเว้า-มันบ่ฮู้ภาษาแล้วนั่น


ผมว่านี้-บ่แม่นบังคับ ผมว่านี้-บ่แม่นส่งเสริม


ว่าด้วยความหวังดี ว่าด้วยความถูก


ความตั้งใจอยากทำ-อยากเปลี่ยนแปลงนิสัยเดิม


สันดานของเฮา นิสัยเดิม ๆ มันเป็นจั่งซั่น


สันดานเดิม ๆ มันเป็นจังซั่น ต้องแก้เอา(ด้วย)ตัวเอง


ให้ผู้อื่นแก้ให้บ่ได้-พระพุทธเจ้าเองก็แก้ให้ก็บ่ได้ เพิ่นว่า


อันนี้เจ้าคณะอำเภอเชียงคานว่าให้ผมฟัง แต่ผมบ่ฮู้จักหรอกว่า


‘อักขาตาโร ตะถาคะตา


**พระตถาคตเป็นแต่เพียงผู้บอก ผู้แนะนำเท่านั้น


การประพฤติปฏิบัตินั้น เป็นหน้าที่ของเธอ


ผลที่ได้รับ-ก็เธอได้รับเอง’** เพิ่นว่าจังซั่น


อันนี้ผมว่าบ่เป็น มีแต่ว่า**‘ให้รู้จักกาล รู้จักงาน-รู้จักหน้าที่’**


ถึงเวลา-ต้องตื่น ผมบอกไว้ ตี ๓-ตี ๔


ลุก แล้วมาเดินจงกรมรอบ ๆ ศาลา


มื้อแลง เฮามาเดินจงกรมรอบ ๆ ศาลา


มื้อสวย(ตอนสาย) เฮาจิเดินจงกรมอยู่หน้ากุฏิเฮาก็ได้


หมู่ก็เดิน-เฮาก็เดิน ถ้าหมู่เดิน-เฮาไปนั่งคุดคู้อยู่…ก็บ่เป็นท่าแล้ว


บ่มีความละอายในใจเด๊นี่


บ่มีความละอายแล้ว มันจะตื่นตัวได้บ่ ?


มันต้องสำนึกอยู่เสมอ


จึงว่า**‘ผู้ใดรักตน-รักตัวเฮา ก็ต้องรักพระพุทธเจ้า


พยายามให้พระพุทธเจ้าปรากฏขึ้นมาในตัวเฮานี้’**


พระพุทธเจ้าทุกพระองค์เพิ่นว่า ‘ต้องเคารพพระธรรม


พระสงฆ์ทุกพระองค์ต้องประพฤติ-ปฏิบัติ


ตามคำแนะนำของพระธรรม’ นี่เพิ่นว่า


**‘พระธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม’นี่ ก็โตเฮานี้เป็นพระธรรม**


โตเฮาทำดี-ก็เป็นพระทำซั่นวะ โตเฮาคิดดี-ก็เป็นพระทำซั่นวะ


โตเฮาว่าดี-ก็เป็นพระทำซั่นวะ


แล้วจิไปเอาพระธรรมที่ใดมาอีกตื่ม ?


จิเอาพระธรรมเข้าในรูจมูกเฮานี้ จะเข้าไปได้บ่ ?


จิเอาเข้ารูหู-เข้าบ่ได้ จิเอาเข้าลูกตา-ก็เข้าบ่ได้


**พระธรรมนั้นจึงว่า คือตัวคนทุกคนนั่นแหละ


ทำการทำงานโดยบ่มีทุกข์ เพิ่นเอิ้นพระธรรม


นิพพานนั่นแหละ คือทำการทำงานอยู่ด้วยความไม่มีทุกข์


นี่เพิ่นจึงว่า พระธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม


ไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว


อันนิพพานนั้นคือความดับ ดับให้มันได้แท้ ๆ ดิ๊**


ผมรู้อันนี้แล้ว ผมสำนึก(ว่า)‘กูจิว่าจังซี่’


เรื่องให้ทาน-รักษาศีล-กินเจนั้นดีแล้ว


อันนั้นมันเป็นคำสอนของศาสนาดึกดำบรรพ์เก่าแก่มาแล้ว


**เฮาสอนกันลัด ๆ เด๊นี่ อึดใจเดียวได้โลด**


อันเรื่องเลิก อันเรื่องกลับจิต-กลับใจนี้


เพราะเฮาฟังแล้ว เฮาเลิกได้โลดเด๊…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive