DM-0111 | ธรรมะประจำวัน 2022-10-25

-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๒ (๔/๖) ※-


“…**กิจการศึกษาหลักพระพุทธศาสนา


ศึกษาอย่างย่อ ๆ แต่ว่าใช้ได้กว้างขวางดี**


เดี๋ยวนี้เราไปศึกษากับตำรับ-ตำรามาก


ก็เลยบ่ได้มีผู้ใดศึกษาสูตร ๆ เหล่านี้


เรียนปริญญาตรี-ปริญญาโท-ปริญญาเอกมา


ก็บ่ได้เข้าใจสูตรอย่างนี้ ไปเข้าใจอย่างอื่น


ที่หลวงพ่อนำมาเล่าให้ฟัง


เพื่อเป็นการเตือนจิตสะกิดใจของพวกเรา


ให้เราทุกคนได้เปลี่ยนแปลงนิสัยเดิม ๆ ของพวกเรา


อย่าเป็นนิสัยเดิม อย่าเป็นนิสัยของสัตว์


อย่าเป็นนิสัยของคนพาล


หลวงพ่อเคยว่าให้ฟัง ‘หลวงพ่อเป็นโยม-มาสอนอยู่ที่บ้าน


ฝึกหัดเฮ็ดจังหวะลุก-จังหวะนั่ง


เฮ็ดจังหวะไหว้ตัวเอง-จังหวะกราบ’ นี่เป็นจังซั่น


ต่อมาคนยุคนั้นก็ฮู้ ขเจ้าก็มีครอบครัว สึกออกไปก็มี


แต่บ่ได้มีคนสึกหรอก


มีแต่พระหลวงตา แล้วขเจ้าก็เว้าธรรมะอยู่จังซั่น


ออกจากฮั่น หลวงพ่อมาอยู่ป่าพุทธยาน


หมู่มหาบัวทองหมู่นี่แหละ-หมู่อ้ายอินทร์ หลายคนมาอยู่ฮั่น


คนทางอุบลพู้นมา-ขเจ้าก็มาปฏิบัติอยู่ที่นี่ ใช้เวลานาน


และปฏิบัติธรรมะ เมื่อขเจ้าสึกไปแล้ว-ขเจ้าก็ยังเว้าธรรมะอยู่


ยังเฮ็ดกันอยู่คงที่-คงเดิม เป็นจังซั่น


นอกจากนั่น หลวงพ่อออกไปอยู่ตามขอนแก่น-อยู่กรุงเทพ ฯ


(ที่คนอื่นเขา)สอนกัน มันเป็นพิธีเว้า-มันก็เลยมีแต่เว้ากับเว้า


แล้วบัดนี้ครั้นสึกหาลาเพศออกไป คนนั้นสอนคนให้ดี


ทุกคนทำได้เด๊-ญาพ่อว่า พระพุทธเจ้าเพิ่นก็ว่าไว้เด๊


*‘สัตว์ทั้งหลายคือเราตถาคต-คือกัน


เมื่อยังบ่ทันรู้ ก็เป็นไปจังซั่นเสียก่อน*


สัตว์ทั้งหลายเหมือนเราตถาคต-เหมือนกัน


สัตว์(ทั้ง)หลายเป็นตถาคต’ ว่าซั่น


เป็นเหมือนกัน-แต่หากบ่แม่นเป็นเหมือนพระพุทธเจ้า


เรียกว่า‘สาวกพุทธะ’


เฮาสวดมนต์กัน ‘พุทธานุพุทธัง สะมะสีละทิฏฐิง


**ผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า มีศีลและทิฎฐิเสมอกัน’


มีความรู้-ความเห็น มีความเข้าใจ


เลิกละจากความชั่วได้คือกันกับพระพุทธเจ้า**


แต่เฮาบ่ได้เป็นพระพุทธเจ้า (เรา)‘เป็นสาวกพุทธะ’-เพิ่นว่า


บทสุดท้ายนี่เพิ่นสอนเอาไว้ดี **‘สัตว์ทั้งหลาย


เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น


แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย


ให้พวกเธอทั้งหลายจงประพฤติ-ปฏิบัติตามอย่างเราตถาคตนี้


ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้’**


*แต่เฮาบ่เฮ็ดตาม-เฮาบ่ปฏิบัติตาม แล้วมันจิรู้-จิเห็น


จิเป็น-จิมีคือพระพุทธเจ้าได้บ่ ?* **เฮาต้องทำ-ลองเบิ่ง(ลองดู)**


ทุกองค์-พระเณรทุกองค์ แม่ขาว-แม่ดำทุกคน


ครั้นขี้เกียจ-ขี้คร้านแล้ว บ่มีทางเด๊


อย่าเป็นคนปากดู๋(ปากมาก) อย่าเป็นคนเว้าดู๋(พูดมาก)


ควรทำงานให้มาก ทำงานมากแล้วก็รู้(ปฏิบัติมากแล้วก็รู้)


หนังสือเขาเขียนให้ บ่แม่นเขียนดอก-ผมว่าไว้


**‘คนจริงต้องปฏิบัติ-รู้ของจริง’**


*คนจริง-แต่บ่ปฏิบัติจริง มันก็บ่ก้าวหน้าแล้ว*


อย่าให้มันถอยหลัง-การปฏิบัติธรรมะ


ผมไปเฮ็ดบ่ทันนานเด๊ เว้าซือ ๆ ซั่นแล้ว


เพราะผมเป็นคนที่กลัวบาปอยู่แล้ว-ผมน่ะ ผมย่านไปตกนรก


ผมเห็นรูป-ที่บ้านผม(เขา)แต่งรูป


เขาวาดรูปเอาไว้ในสิม(โบสถ์)


ผมเป็นเณร-เป็นเด็กน้อยไปนอนอยู่ในวัด เป็นเณรนี่


(เห็นในภาพ) คนไปตกนรก-จ้าวยมบาลเอาโยนไปตกนรก


ตูม! ลงไป เอาออกมาจากนรก-มาขึ้นต้นไม้


ขึ้นไปต้นงิ้วนั้น หนามซ้อง(ทิ่ม)ลง-เวลาขึ้นนี่


หมากัดบัดนี้ ก็ปีนขึ้นไปบนเทิง(ที่สูง)นู่น-หนามงิ้วก็ปัก


ครั้นสิถอยลงมา-หมาก็กัด เป็นจังซั่น…หมากัด-เลือดย้อย


พอดีหมดกรรม-หมดเวร ก็เอามานอนบนแผ่นเหล็กแดง


จ้าวยมบาลเอาขวานมาแซะ


แน่ะ-มันเป็นปริศนาเว้าให้คนฟัง เป็นจังซั่น


เอาขวานเหล็ก-ขวานทองมาสับโป๊ะ ๆ ก็คือเฮาสับไม้


นอนอยู่จังซั่น บัดนี้พอดีมันซืน(รู้สึก, ฟื้น)อีก


เอาไปโยนลงหม้อนรกอีกตื่ม ตูม! ลงไป


ฮ้อนขึ้นมาบัดนี่ เอาไปขึ้นต้นงิ้ว-ขึ้นไปเทิงพู้น


บัดนี้เวลาขึ้น-หนามซ้องลง เวลาลง-หนามซ้องขึ้นอีกตื่ม


แฮ้ง(แร้ง)สบเหล็ก-สบทองจิกหัวลงไป มันก็จำเป็น-ก็ต้องไป


พอดีหมดกรรม-หมดเวรนั้นแล้ว


จ้าวยมบาลเอามานอนตูม


ลงแผ่นเหล็กฮ้อน-แผ่นเหล็กแดงอีกตื่ม


จ้าวยมบาลเอาเชือกบรรทัดมาตี อยากให้มันซื่อ-มันตรง


เป็นจังซั่น เห็นด้วยตาผม-อันนี้เป็นภาพติดตาไว้


เพราะมันเห็นมาตั้งแต่น้อย ๆ พู่นนะ


พอถากซื่อ(ตรง)แล้วบัดนี่ เอาไปโยนลงหม้อนรกอีกตื่ม


ตูมลงไปอีกตื่ม จนหมดกรรม-หมดเวรนั่นแหละ


เฮามาปฏิบัติธรรมะ ก็ต้องสำนึกจังซั่น


ครั้นถ้าเฮาอยากเป็นคนดี


ถ้าอยากเป็นคนชั่ว ก็จำเป็นแล้ว-ว่าบ่ได้แล้ว


เป็นสันดานของสัตว์ เป็นสันดานของผี


เฮาฟังจังซี่แล้ว แก้ไขได้โลด-ของจังซี่


**ครั้นถ้าเป็นคนจริง ๆ** ถ้าบ่แม่นสันดานของสัตว์


เอาสันดานของคนเข้าไป เอาสันดานของมนุษย์เข้าไป


เอาสันดานของเทวดาเข้าไป


เอาสันดานของพระอินทร์-พระพรหมเข้าไป


**ที่สุดมันก็เป็นพระอริยบุคคลเท่านั้นว้า**


(หาก)เฮาเฮ็ดตามเพิ่นแล้วเด๊


อันนี้มันหน้าไหว้-หลังหลอก…บ่ดี


เวลาการงาน เราต้อง‘การเป็นการ-งานเป็นงาน’-เป็นจังซั่น


เดี๋ยวนี้มันบ่อยากมีคนว่า


ปีนี้เฮาพยายามฝึกกันจริง ๆ จัง ๆ


เฮาเข้าพรรษามาก็หลายมื้อแล้วเด๊ เฮาพยายามแต่ง


อันใดบ่ดี-บ่งาม เฮาพยายามแต่งให้มันดี-ให้มันเรียบร้อย


ถ้าหากเฮาปฏิบัติจังซี่ คนทางอื่นมาเห็นเฮา-ก็มาเบิ่ง


หรือหมู่เฮาก็จิเห็นตัวพวกเฮา คนใดเป็นจังใด


คนใดเป็นจังใด เฮาก็จิได้เห็นพวกเฮา


การนุ่งผ้า…อย่าไปว่าเฮ็ดการเฮ็ดงาน อย่าไป(ว่า)อันนั้น-อันนี้


นุ่งให้เป็นระเบียบเรียบร้อย


นุ่งผ้าทำงานเฮ็ดจังซั่น-นุ่งผ้าทำงานเฮ็ดจังซี่ บ่แม่น-อันนั้นผิด


มันผิดคำสอนของพระพุทธเจ้า


ให้มันคล้าย ๆ คือกัน นุ่งแบบเดียวกัน-ย่างแบบเดียวกัน


เพิ่นจึงว่า‘รู้ตาม-เห็นตาม-เข้าใจตาม’ คล้าย ๆ คือกัน


แต่บ่คือแท้(ไม่เหมือนซะทีเดียว) ก็ให้มันคล้าย ๆ คือกัน


เพราะเฮาฝึกได้อันนี้ ฝึกหัดกายทำ-ฝึกหัดรูปทำ…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive